กรมการค้าต่างประเทศ เดินหน้าใช้มาตรการทางการค้าที่เข้ม สกัดกั้นการนำเข้าขยะและของเสียผิดกฎหมายอย่างรัดกุม พร้อมผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม ป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งรองรับขยะจากต่างประเทศ
KEY POINTS
- กระทรวงพาณิชย์บังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าขยะ 5 ประเภทอย่างเข้มงวด ได้แก่ ขยะเทศบาล ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติก และยางรถยนต์ใช้แล้ว เพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม
- ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในประเทศ เช่น กรมศุลกากร และกรมควบคุมมลพิษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า
- คุมเข้มเป็นพิเศษกับการนำเข้าเศษโลหะที่อาจมีขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือของเสียต้องห้ามแอบแฝง โดยกำหนดแนวทางการตรวจสอบร่วมกันเพื่อประเมินความเสี่ยง
- ประสานงานกับสถานทูตต่างประเทศเพื่อแจ้งเตือนผู้ส่งออกในประเทศต้นทางให้ปฏิบัติตามกฎหมายห้ามนำเข้าของไทย
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ขยะเทศบาล ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติก ยางรถใช้แล้ว และเศษยาง เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร
ตามคำร้องขอของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งได้มีการหารือการกำหนดมาตรการร่วมกันกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
โดยกรมฯ ยังคงยึดมั่นและบังคับใช้ประกาศดังกล่าวอย่างเข้มงวดสูงสุด ป้องกันไม่ให้ไทยเป็นแหล่งรองรับขยะจากต่างประเทศ และลดความเสี่ยงจากการนำของเสียที่อาจก่อให้เกิดมลพิษหรือมีข้อจำกัดในการกำจัดเข้ามาในประเทศ
ทั้งนี้ การใช้มาตรการทางกฎหมายดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมการนำเข้าและป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง
นอกจากนี้ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าอย่างครอบคลุมทุกมิติ กรมฯ ได้ดำเนินการเชิงรุก โดยประสานไปยังสถานทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือในการกำกับดูแลและแจ้งเตือน ผู้ส่งออกในประเทศต้นทาง ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการห้ามนำเข้าของไทยอย่างเคร่งครัด
เพื่อป้องกันไม่ให้มีการส่งขยะหรือของเสียต้องห้ามเข้ามายังประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย
นางอารดา กล่าวว่า กรมฯ ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรภายในประเทศอย่างใกล้ชิด ทั้งกรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดระเบียบ ตรวจสอบข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลการนำเข้า ตลอดจนมุ่งป้องกันการสำแดงสินค้าไม่ตรงตามข้อเท็จจริง และการลักลอบนำเข้า
โดยเฉพาะกรณีการนำเข้าเศษโลหะที่อาจมีขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือของเสียต้องห้ามแอบแฝงหรือสำแดงเท็จปะปนเข้ามา
พร้อมกันนี้ได้มีการหารือเพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบร่วมกัน (Joint Inspection) ในการประเมินความเสี่ยงสินค้า และการพิจารณาหลักเกณฑ์เพิ่มเติมภายใต้กรอบกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน เพื่อคุมเข้มไม่ให้มีขยะหรือของเสียที่เข้าข่ายสินค้าต้องห้ามแฝงเข้ามาพร้อมกับเศษโลหะ
ขณะเดียวกันยังคงอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการนำเข้าเศษโลหะคุณภาพดีที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
นางอารดา กล่าวว่า กรมฯ ยืนยันเดินหน้าสกัดการนำเข้าขยะและของเสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การกำกับดูแลการนำเข้ามีประสิทธิภาพ ป้องกันการนำเข้าสิ่งต้องห้าม ลดความเสี่ยงด้านมลพิษ และคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ควบคู่กับการส่งเสริมให้การนำเข้าสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้





