ปลัดพาณิชย์ ชี้ บทเรียนประท้วงยุโรปสะท้อนแรงกดดันค่าครองชีพจากหลายปัจจัย ย้ำไทยเฝ้าระวังต้นทุนพลังงานส่งผ่านราคาสินค้า เดินหน้า 3 มาตรการเชิงรุก ทั้งคุมราคา ขยายจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด 3,036 จุด และผนึกเอกชนลดราคากว่า 4,223 รายการ สูงสุด 78% มุ่งบรรเทาภาระประชาชนและรักษากำลังซื้อ
KEY POINTS
- กระทรวงพาณิชย์วางแผนรับมือปัญหาค่าครองชีพระยะยาว โดยเฝ้าระวังผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างใกล้ชิด
- ดำเนิน 3 มาตรการหลักในการดูแลค่าครองชีพ ได้แก่ การกำกับดูแลราคาสินค้าเชิงรุก, การเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด (ธงฟ้า), และการร่วมมือกับเอกชนลดราคาสินค้า
- เตรียมมาตรการเพิ่มเติมหากราคาพลังงานยังคงสูงต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและชะลอการส่งผ่านภาระไปยังผู้บริโภค
- เป้าหมายคือการสร้างสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพของประชาชนและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้า
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การชุมนุมประท้วงในหลายประเทศของยุโรป สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากหลายปัจจัยทั้งปัญหาค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนความกังวลต่อคุณภาพบริการสาธารณะและนโยบายภาครัฐ
ขณะที่ประเทศไทยแม้จะเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งเช่นเดียวกัน แต่ยังมีบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างจากประเทศในยุโรป และแรงกดดันด้านราคายังไม่กระจายตัวเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ไม่ประมาทต่อความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่อาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและกระทบกำลังซื้อของประชาชนในระยะต่อไป จึงให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแนวทางรับมือเชิงรุก เพื่อดูแลค่าครองชีพและบรรเทาภาระประชาชนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ตระหนักดีว่าประชาชนยังคงเผชิญภาระค่าครองชีพจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้าและบริการจำเป็นในชีวิตประจำวัน จึงได้ติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังการส่งผ่านต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นวงกว้างและส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในระยะต่อไป
บทเรียนจากประเทศในยุโรปสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาค่าครองชีพไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขเงินเฟ้อ แต่เป็นผลจากแรงกดดันหลายด้านที่สะสมและซ้อนทับกัน ทั้งภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนความไม่พอใจต่อคุณภาพบริการสาธารณะและนโยบายภาครัฐ จนส่งผลให้ปัญหาทางเศรษฐกิจขยายตัวเป็นแรงกดดันต่อเสถียรภาพทางสังคม
ขณะที่ประเทศไทยมีปัจจัยพื้นฐานและบริบททางเศรษฐกิจที่แตกต่างออกไป โดยภาพรวม แรงกดดันด้านราคาสินค้าและบริการยังอยู่ในวงจำกัดประกอบกับภาครัฐมีกลไกและมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ไม่ประมาทต่อความเสี่ยง โดยเฉพาะราคาพลังงานที่อาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้าในระยะยาว จึงให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุก การติดตามและประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า ตลอดจนการกำหนดมาตรการรับมืออย่างตรงจุด เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อของประชาชนในวงกว้าง
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้วางแนวทางรับมือค่าครองชีพทั้งระยะเร่งด่วนและระยะต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้น 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. การกำกับดูแลราคาสินค้าเชิงรุก โดยติดตามโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าจำเป็นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมหารือผู้ผลิตรายใหญ่และห้างค้าปลีกค้าส่ง ขอความร่วมมือชะลอการปรับราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ยังมีต้นทุนเดิม ควบคู่กับการติดตามปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ และมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานหน่วยงานในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา
2. การเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จัดจำหน่ายสินค้าจำเป็นในราคาประหยัด 3,036 จุดทั่วประเทศ ในช่วงนำร่อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ประมาณ 200 ล้านบาท
3. การผนึกกำลังภาคเอกชนลดภาระประชาชน โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการ 27 ราย ลดราคาสินค้าและบริการกว่า 4,223 รายการ สูงสุด 78 % ผ่านกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพสู้วิกฤตน้ำท่วม” เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้สามารถฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาดำเนินชีวิตได้โดยเร็ว
นอกจากนี้ หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์พร้อมเพิ่มมาตรการในการติดตามต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินค้าแต่ละประเภท และประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการเพื่อบริหารจัดการต้นทุนและชะลอการส่งผ่านภาระไปยังผู้บริโภค
ควบคู่กับการใช้กลไกกำกับดูแลราคาสินค้าตามกฎหมายและการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพประชาชนกับความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าและกำลังซื้อของประชาชนในระยะยาว”
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยืนยันเดินหน้าดูแลปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเต็มกำลังตามศักยภาพโดยไม่รอให้ปัญหาค่าครองชีพขยายตัวเป็นวงกว้าง แต่จะใช้ทุกกลไกที่มีในการติดตาม ป้องกัน และบรรเทาผลกระทบอย่างทันท่วงที พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วน
เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสม เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม และผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพราะเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ คือ ลดภาระค่าครองชีพและสร้างความสมดุลทางการค้า เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป แต่สิ่งที่อยากเห็นคือ การกระจายรายได้ที่เพิ่มขึ้นของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังให้เห็นผลเป็นรูปธรรม





