"พลังงาน" เผยไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ไม่น้อยกว่า 118 วัน ท่ามกลางความเสี่ยงเส้นทางขนส่งตะวันออกกลาง ด้านการผลิต-จำหน่ายน้ำมันรายวันต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเดือนม.ค. 2569
KEY POINTS
- ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองและจัดหาล่วงหน้ารวม 118 วัน เพื่อรับมือสถานการณ์ที่เส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกขัดขวาง ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบหลักถึง 53% จากตะวันออกกลาง
- กำลังการผลิตน้ำมันสำเร็จรูป ณ วันที่ 6 ต.ค. ลดลงกว่าค่าเฉลี่ย โดยผลิตดีเซลได้ 55.479 ล้านลิตร และเบนซิน 28.002 ล้านลิตร ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนมกราคมและมีนาคม
- ยอดจำหน่ายน้ำมันรายวันสูงกว่าปริมาณการผลิต ทำให้ต้องดึงน้ำมันจากสต็อกมาใช้ โดยวันที่ 6 ต.ค. มียอดจำหน่ายดีเซลสูงกว่าผลิต 1.59 ล้านลิตร และเบนซินสูงกว่าผลิต 1.78 ล้านลิตร
- ปริมาณน้ำมันสำรอง 118 วัน ประกอบด้วยน้ำมันคงเหลือในประเทศ 51 วัน (รวมน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน), น้ำมันระหว่างขนส่ง 33 วัน และน้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแล้วรอการขนส่งอีก 34 วัน
กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผยข้อมูลห่วงโซ่อุปทานน้ำมันกลุ่มดีเซลและเบนซิน ณ วันที่ 6 ต.ค. 2569 (อ้างอิงข้อมูลสต็อกเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569) ระบุว่าประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ไม่น้อยกว่า 118 วัน
สต็อก 118 วัน มาจากอะไรบ้าง
สำหรับตัวเลข 118 วันประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก (1 ถังแทน 500 ล้านลิตร)
- น้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแล้ว (รอการขนส่ง) เป็นน้ำมันดิบ 4,258 ล้านลิตร เท่ากับ 34 วัน
- น้ำมันอยู่ระหว่างการขนส่ง เป็นน้ำมันดิบ 4,161 ล้านลิตร เท่ากับ 33 วัน
- ปริมาณน้ำมันคงเหลือในประเทศ รวมน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป 6,150 ล้านลิตร เท่ากับ 51 วัน
ในส่วนน้ำมันคงเหลือ 51 วัน แบ่งเป็น น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 26 วัน และน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน ซึ่งกำหนดให้ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น (For Emergency Use Only)
เส้นทางขนส่ง ฮอร์มุซสะดุด
แผนที่เส้นทางนำเข้าในเอกสารระบุเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ด้วยเส้นประสีแดงพร้อมเครื่องหมายกากบาท สื่อว่าเส้นทางนี้ถูกขัดขวาง ขณะที่เส้นทางอื่นยังใช้ได้ ได้แก่ เส้นทางผ่านช่องแคบบับ-เอล-มันเดบ (Bab-Al Mandab) เส้นทางจากอเมริกาและแอฟริกาตะวันตก และเส้นทางจากเอเชียตะวันออกไกล/โอเชียเนีย
ในส่วนของปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่น 168.235 ล้านลิตร (ตัวเลขรายวัน ณ 6 ต.ค.) สัดส่วนแหล่งที่มาตามข้อมูลเดือนมกราคม 2569 ได้แก่
- ตะวันออกกลาง 53%
- แหล่งอื่น ๆ 27% (สหรัฐฯ เวสต์แอฟริกา ออสเตรเลีย)
- ตะวันออกไกล 11%
- น้ำมันดิบในประเทศไทย 9%
กำลังการผลิต ต่ำกว่าเฉลี่ย ม.ค.
โดยโรงกลั่นผลิตน้ำมันพื้นฐาน ดังนี้ 1. ดีเซลพื้นฐาน 61.097 ล้านลิตร (เฉลี่ย มี.ค. 79.433 ล้านลิตร; เฉลี่ย ม.ค. 77.285 ล้านลิตร)
2. เบนซินพื้นฐาน 30.961 ล้านลิตร (เฉลี่ย มี.ค. 32.034 ล้านลิตร; เฉลี่ย ม.ค. 33.265 ล้านลิตร)
ทั้งนี้ เมื่อรวมคลังโรงกลั่นและคลังภูมิภาค ผลิตน้ำมันสำเร็จรูปที่ได้ ประกอบด้วย
- กลุ่มดีเซล (ดีเซลหมุนเร็ว) 55.479 ล้านลิตร (เฉลี่ย มี.ค. 77.478 ล้านลิตร; เฉลี่ย ม.ค. 66.365 ล้านลิตร)
- กลุ่มเบนซิน 28.002 ล้านลิตร (เฉลี่ย มี.ค. 32.019 ล้านลิตร; เฉลี่ย ม.ค. 32.396 ล้านลิตร)
ทั้งนี้ มีการเติมไบโอดีเซล 4.511 ล้านลิตรในกลุ่มดีเซล และเอทานอล 3.195 ล้านลิตรในกลุ่มเบนซิน
สำหรับสต็อกน้ำมันในถัง แบ่งเป็น
- สต็อกถังเก็บน้ำมันพื้นฐาน ดีเซลพื้นฐาน 1,297 ล้านลิตร (เฉลี่ย ม.ค. 1,229 ล้านลิตร) เบนซินพื้นฐาน 637 ล้านลิตร (เฉลี่ย ม.ค. 725 ล้านลิตร)
- สต็อกถังเก็บน้ำมันผสม กลุ่มดีเซล 38 ล้านลิตร (เฉลี่ย ม.ค. 40 ล้านลิตร) กลุ่มเบนซิน 74 ล้านลิตร (เฉลี่ย ม.ค. 75 ล้านลิตร)
สำหรับยอดจำหน่ายรวมทุกสาขา ประกอบด้วย
- ดีเซล 57.069 ล้านลิตร (เฉลี่ย มี.ค. 78.213 ล้านลิตร, เฉลี่ย ม.ค. 66.916 ล้านลิตร)
- เบนซิน 29.784 ล้านลิตร (เฉลี่ย มี.ค. 32.851 ล้านลิตร, เฉลี่ย ม.ค. 32.666 ล้านลิตร)
ในขณะที่ ผู้ค้ามาตรา 7 จำหน่ายดีเซล 52.203 ล้านลิตร (เฉลี่ย มี.ค. 72.333 ล้านลิตร) และเบนซิน 27.635 ล้านลิตร (เฉลี่ย มี.ค. 31.491 ล้านลิตร) ส่วนผู้ค้าส่ง (จ็อบเบอร์ ผู้ค้าตามมาตรา 10) จำหน่ายดีเซล 4.866 ล้านลิตร (เฉลี่ย มี.ค. 5.498 ล้านลิตร) และเบนซิน 2.149 ล้านลิตร (เฉลี่ย มี.ค. 1.625 ล้านลิตร) โดยสัดส่วนจำหน่ายผ่านผู้ค้ามาตรา 7 อยู่ที่ 92% และจ็อบเบอร์ 8%
ดีเซลหมุนเร็ว สถานีบริการขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเกือบ 8 ล้านลิตร เมื่อแยกตามกลุ่มลูกค้า (หน่วย: ล้านลิตร) แบ่งเป็น กลุ่มลูกค้า ประกอบด้วย
- สถานีบริการ ราคาดีเซล (6 ต.ค.) ที่ 43.743 บาท, ราคาดีเซล (เฉลี่ย ม.ค.) 51.304 บาท และราคาเบนซิน (6 ต.ค.) 26.511 บาท
- จ็อบเบอร์ ราคาดีเซล (6 ต.ค.) ที่ 4.866 บาท, ราคาดีเซล (เฉลี่ย ม.ค.) 6.320 บาท
- อุตสาหกรรม ราคาดีเซล (6 ต.ค.) ที่ 1.729 บาท, ราคาดีเซล (เฉลี่ย ม.ค.) 4.004 บาท และราคาเบนซิน (6 ต.ค.) 0.150 บาท
- ขนส่ง ราคาดีเซล (6 ต.ค.) ที่ 1.835 บาท, ราคาดีเซล (เฉลี่ย ม.ค.) 1.122 บาท และราคาเบนซิน (6 ต.ค.) 0.093 บาท
- ราชการและรัฐวิสาหกิจ ราคาดีเซล (6 ต.ค.) ที่ 1.033 บาท, ราคาดีเซล (เฉลี่ย ม.ค.) 1.176 บาท และราคาเบนซิน (6 ต.ค.) 0.043 บาท
- อื่น ๆ (ไฟฟ้า เกษตร ประมง) ราคาดีเซล (6 ต.ค.) ที่ 3.863 บาท, ราคาดีเซล (เฉลี่ย ม.ค.) 2.990 บาท และราคาเบนซิน (6 ต.ค.) 0.838 บาท
ข้อมูลน่าสนใจคือ ยอดจำหน่ายดีเซลให้ภาคขนส่งและกลุ่มอื่น ๆ สูงกว่าค่าเฉลี่ย ม.ค. ขณะที่สถานีบริการ จ็อบเบอร์ และอุตสาหกรรมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยภาคอุตสาหกรรมลดลงมากที่สุดในเชิงสัดส่วน นอกจากนี้ ผู้ค้ามาตรา 7 ยังจำหน่ายดีเซลพื้นฐานให้ภาคอุตสาหกรรมและอื่น ๆ อีก 0.663 ล้านลิตร (เฉลี่ย ม.ค. 0.270 ล้านลิตร)
ส่งออกไป "สปป.ลาว-เมียนมา"
ประเทศไทยยังคงส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว และเมียนมา โดยดีเซลพื้นฐาน 4.876 ล้านลิตร (เฉลี่ย ม.ค. 6.021 ล้านลิตร) และเบนซิน 91–92 อีก 1.611 ล้านลิตร (เฉลี่ย ม.ค. 1.160 ล้านลิตร)
จากข้อมูลระบุว่า การขนส่งน้ำมันดีเซลจากโรงกลั่นใช้ทางท่อ 32.8% รถ 44.7% และเรือ 22.5%
ทั้งนี้ จึงมีข้อสังเกตคือ ยอดผลิตและจำหน่ายดีเซลหมุนเร็วเมื่อวันที่ 6 ต.ค. ผลิตได้ 55.479 ล้านลิตร ขณะที่จำหน่าย 57.069 ล้านลิตร หรือจำหน่ายมากกว่าผลิตราว 1.59 ล้านลิตร ส่วนเบนซินผลิต 28.002 ล้านลิตร จำหน่าย 29.784 ล้านลิตร ซึ่งจำหน่ายมากกว่าผลิตราว 1.78 ล้านลิตร สะท้อนว่ามีการดึงสต็อกมาใช้ในแต่ละวัน





