“คมนาคม” เตรียมเปิดลงทะเบียนผ่าน “เป๋าตัง” ธ.ค.นี้ รับสิทธิรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทตลอดสาย ปลดล็อกผู้โดยสาร BTS กว่า 7 แสนคน นำบัตร Rabbit Card ลงทะเบียนรับสิทธิได้ หวังอำนวยความสะดวกช่วงเปลี่ยนผ่าน 1 ปีแรก รองรับประชาชนปรับพฤติกรรมการเดินทาง
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า กระทรวงฯ ยังคงเป้าหมายนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทตลอดสาย เริ่มวันที่ 1 ม.ค.2570 ซึ่งในส่วนของการชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารรถไฟฟ้านั้น กระทรวงฯ เตรียมเสนอขอรับการจัดสรรงบกลาง 5,800 ล้านบาท ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในต้นเดือน พ.ย.นี้
“ภาครัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซงเงื่อนไขหรือกลไกสัมปทานเดิมของผู้ให้บริการเอกชน เพราะเอกชนจะยังคงได้รับค่าโดยสารตามเงื่อนไขเดิม เนื่องจากผู้โดยสาร เมื่อใช้บริการจะต้องชำระค่าโดยสารในราคาเต็มไปก่อน หลังจากนั้นรัฐบาลจะโอนเงินส่วนต่างคืนให้แก่ประชาชนหลังจากการเดินทางแล้ว โดยจะคืนผ่านทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง” นายสิริพงศ์ กล่าว
ขณะที่การจัดทำระบบชำระเงินและระบบโอนเงินส่วนต่างคืนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เบื้องต้นต้องไปหารือร่วมกับ บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อรองรับการชำระใน 2 กรณี คือ 1.กรณีการผูกบัตร EMV ทุกประเภทเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเป๋าตัง จะต้องร่วมกันพัฒนาระบบเพื่อนำบัตร EMV ทุกประเภทเข้ามาผูกเข้ากับระบบเป๋าตังให้ครอบคลุมทั้งหมด
และ 2.กรณีการผูกบัตรแรบบิท (Rabbit Card) เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งจะต้องหารือและเจรจากับผู้ประกอบการว่าสามารถนำระบบบัตรแรบบิทเข้ามาผูกและเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเป๋าตังได้หรือไม่ เนื่องจากผู้ถือบัตรแรบบิทนั้นมีจำนวนมาก หากสามารถแตะจ่ายได้ก็จะสะดวกแก่ประชาชน
"สองกรณีนี้จะเป็นมาตรการระยะสั้นที่จะใช้ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน เพราะเป้าหมายสุดท้ายของโครงการคือ การปรับเปลี่ยนระบบหัวอ่านของรถไฟฟ้าทั้งหมดให้เป็นระบบ EMV อย่างสมบูรณ์ และแตะจ่ายด้วยบัตร EMV ทั้งหมด"
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนผลการเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้า เช่น บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ขณะนี้ได้มีการเจรจาร่วมกันแล้ว ซึ่งทางเอกชนไม่มีข้อขัดแย้งหรือปัญหาใดๆ เนื่องจากมาตรการนี้ไม่ได้เป็นการไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาเดิม โดยเอกชนยังคงได้รับรายได้ตามเงื่อนไขสัมปทานตามปกติ
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เงื่อนไขการรับสิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทตลอดสาย จะให้สิทธิเฉพาะคนไทยเท่านั้น โดยกระทรวงฯ จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิในเดือน ธ.ค.นี้ ประชาชนจะต้องนำบัตรเครดิต/เดบิต EMV หรือบัตร Rabbit Card ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาลงทะเบียนผ่านเป๋าตัง พร้อมกับบัตรประชาชน เพื่อยืนยันการรับสิทธิและช่องทางการรับเงินชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารที่จะคืนให้กับประชาชนโดยตรงผ่านเป๋าตัง
อย่างไรก็ดี การเปิดให้ประชาชนสามารถนำบัตร Rabbit Card มาลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทตลอดสายนั้น เป็นมาตรการระยะสั้นที่จะดำเนินการเพียง 1 ปี เนื่องจากต้องการให้ผู้โดยสารที่ใช้บัตร Rabbit Card ประมาณ 7 แสนคนต่อวัน ได้ปรับตัวและเปลี่ยนผ่านระบบการชำระเงิน
อีกทั้งในช่วงแรกของการดำเนินมาตรการนี้ รถไฟฟ้าสายสีเขียวจะมีการติดตั้งหัวอ่านบัตร EMV เป็นประตูพิเศษ (Swing Gate) ซึ่งมีไม่กี่ช่องทาง ดังนั้นอาจเกิดความแออัดในการแตะจ่าย EMV เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร กระทรวงฯ จึงมีนโยบายให้นำบัตร Rabbit Card มาลงทะเบียนรับสิทธิ และทำให้ผู้ถือบัตร Rabbit Card ยังได้รับความสะดวกในการแตะจ่าย
“รถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นระบบขนส่งทางรางสายหลัก มีคนใช้บริการเยอะ แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการโอนสิทธิบริหารมาเป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (รฟม.) ทำให้ยังไม่สามารถติดตั้งหัวอ่าน EMV ทั้งหมดได้ ในช่วงแรกจะติดแบบ Swing Gate ซึ่งจะเกิดความแออัดในสถานีใหญ่ ดังนั้นช่วงการเปลี่ยนผ่าน ระหว่างรอโอนสิทธิบริหารรถไฟฟ้า กระทรวงฯ จึงพิจารณาให้นำบัตรแรบบิทมาลงทะเบียนแตะจ่ายด้วย”
ทั้งนี้ การลงทะเบียนด้วยบัตร Rabbit Card ประชาชนจะสามารถนำไปแตะจ่ายรถไฟฟ้าเพื่อรับสิทธิ 17 – 45 บาทตลอดสาย ในกรณีเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีทอง สายสีเหลือง และสายสีชมพูเท่านั้น หากเดินทางเชื่อมระบบมายังรถไฟฟ้าสายอื่น เช่น สายสีน้ำเงิน หรือสายสีม่วง จะต้องแตะจ่ายด้วยบัตร EMV





