กทม. ชวนคนกรุงเทพฯ “ไม่ขับรถ” รับ World Car Free Day เดินหน้าพัฒนาการเดินทางทางเลือกทั้งทางเท้า จักรยาน รถเมล์ และเรือไฟฟ้า พร้อมเร่งระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้าสายสีเขียว–ทอง–แดง ค่าโดยสาร 17–45 บาท ตั้งเป้าเปิดใช้ 1 ม.ค. 2570
KEY POINTS
- กทม. จัดแคมเปญ 'ไม่ขับรถ' เนื่องในวัน World Car Free Day ชวนคนกรุงเทพฯ หันมาใช้การเดินทางทางเลือกแทนรถยนต์ส่วนตัว
- ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางหลายรูปแบบ เช่น พัฒนาทางเท้าและทางจักรยาน, เพิ่มจุดจอดจักรยาน Bike Sharing, ปรับปรุงป้ายรถเมล์ และเพิ่มเรือไฟฟ้า
- เร่งผลักดันระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้าสายสีเขียว, ทอง, และแดง เพื่อให้มีค่าโดยสารร่วมในราคา 17–45 บาท โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการภายใน 1 มกราคม 2570
World Car Free Day หรือวันปลอดรถยนต์โลก จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ 22 กันยายน เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และหันมาใช้การเดินทางรูปแบบอื่นที่ช่วยลดการจราจร มลพิษ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แนวคิดดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจในยุโรปช่วงทศวรรษ 1990 ก่อนขยายเป็นกิจกรรมระดับนานาชาติในหลายเมืองทั่วโลก
ปีนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรม World Car Free Day ด้วยการชวนประชาชนทิ้งรถยนต์ส่วนตัวไว้ที่บ้าน แล้วเปิดรับทางเลือกการเดินทางรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘กุญแจรถอยู่ในบ้าน ออกจากบ้านไม่ใช้รถ’ พร้อมเปิดเผยความคืบหน้า 10 โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเดินทาง ครอบคลุมทั้งการเดิน ปั่นจักรยาน รถโดยสารประจำทาง การสัญจรทางน้ำ และระบบรถไฟฟ้า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของคนเมือง
ยกระดับทางเท้าและโครงข่ายการเดินเชื่อมย่านสำคัญ
ในมิติของการเดินทางเท้า กทม. ได้เร่งปรับปรุงทางเท้าเจนใหม่ที่มีการเสริมโครงเหล็กเพื่อความแข็งแรง รวมระยะทางมากกว่า 293 กิโลเมตร โดยขยายการพัฒนานอกเหนือจากพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ออกสู่พื้นที่รอบนอกมากขึ้น ขณะเดียวกันได้มีการปรับปรุงสกายวอล์กแบบ 360 องศา ทางเท้า จุดรอรถเมล์ และป้ายบอกทางรอบเกาะอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมุ่งเน้นการออกแบบที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงของประชาชน นอกจากนี้ ด้านการสัญจรริมน้ำ ได้มีการขยายทางเดินและทางปั่นจักรยานเลียบคลองแสนแสบ เริ่มตั้งแต่ช่วงมักกะสัน (วัดดิสหงษาราม) ถึงซอยรามคำแหง 165 รวมระยะทางยาวกว่า 18.35 กิโลเมตร
ขยายจุดจอดจักรยานและเส้นทางเชื่อมสวนสาธารณะ
เพื่อส่งเสริมการเดินทางไร้มลพิษ กทม. ได้เพิ่มจุดจอดจักรยานสำหรับระบบ Bike Sharing ใหม่ใน 5 โซน ได้แก่ อโศก, จตุจักร, อารี, บางซื่อ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.บางมด) พร้อมทั้งเปิดเส้นทางจักรยานเพื่อการสัญจรเชื่อมระหว่างสวนสาธารณะ ได้แก่ สวนลุมพินี-สะพานเขียว-สวนเบญจกิติ ซึ่งเปิดให้ประชาชนปั่นจักรยานสัญจรได้ตลอดช่วงเวลาเปิดทำการของสวน
ปรับปรุงรถเมล์ เพิ่มเรือไฟฟ้า และศึกษาเส้นทาง Feeder
สำหรับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะทางบกและทางน้ำ กทม. ได้ดำเนินการดังนี้
- ปรับปรุงจุดรอรถเมล์รวม 1,400 แห่ง: ประกอบด้วย ศาลารอรถเมล์รูปแบบใหม่ 300 แห่ง, ป้ายรถเมล์เสาเดี่ยวพร้อมจอดิจิทัล 500 แห่ง และป้ายบอกข้อมูลเส้นทางเดินรถเมล์อีก 600 แห่ง
- เพิ่มป้ายจุดจอดรถสองแถว: จัดทำป้ายพร้อมข้อมูลเส้นทางเดินรถสองแถวในย่านสาทร-นางลิ้นจี่
- ศึกษาเส้นทางเดินรถ Feeder: เพื่อป้อนผู้โดยสารในพื้นที่ที่ยังไม่มีระบบขนส่งสาธารณะเดิม เช่น ถนนเทพรักษ์, ถนนร่มเกล้า-ศรีนครินทร์, ถนนงามดูพลี และถนนเย็นอากาศ
- สัญจรทางน้ำด้วยเรือแท็กซี่ไฟฟ้า (Taxi Boat): ให้บริการโดย TTA ในเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งประชาชนสามารถเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน Muvmi ได้สะดวก
ผลักดันระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า ค่าโดยสาร 17–45 บาท
ในส่วนของระบบขนส่งมวลชนทางราง กทม. อยู่ระหว่างเร่งลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อโอนการบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีทอง และสายสีแดง ให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรองรับการเชื่อมต่อโครงข่ายและเปิดใช้อัตราค่าโดยสารร่วมทุกสายในราคา 17–45 บาท ซึ่งวางเป้าหมายเปิดให้บริการภายในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนอย่างยั่งยืน





