"WHA Group ชี้เศรษฐกิจไทยถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ มีหน้าต่างโอกาสเพียง 2 ปีในการทรานส์ฟอร์มสู่ยุค New Economy เผยยอดลงทุนต่างชาติ (FDI) ทะลักกว่า 1.36 ล้านล้านบาท
KEY POINTS
- "WHA Group ชี้เศรษฐกิจไทยถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ มีหน้าต่างโอกาสเพียง 2 ปีในการทรานส์ฟอร์มสู่ยุค New Economy
- เผยยอดลงทุนต่างชาติ (FDI) ทะลักกว่า 1.36 ล้านล้านบาท ดันไทยผงาดฮับอุตสาหกรรมเป้าหมาย
- พร้อมแนะรัฐเลิกประชานิยมแจกเงิน หันมาแจกความรู้-สร้างอาชีพ
- เร่งอุ้ม SME แก้หนี้เสีย หวังดัน GDP โต 5% พาประเทศหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน"
วันนี้ (8 ต.ค.) นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group กล่าวในงาน Thailand Economic Outlook 2027: New Horizon Beyond the trap จัดโดย "กรุงเทพธุรกิจ" ว่าในขณะนี้ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ โดยหากต้องการก้าวพ้นจากกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลาง (Middle-Income Trap) ประเทศไทยจำเป็นต้องผลักดันให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ขยายตัวให้ได้ 5% ต่อปี ซึ่งภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างมาก ในการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตามปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมการผลิต เคยมีสัดส่วนราว 27% ของ GDP ได้ลดลงมาอยู่ที่ 24.3%ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics), สงครามเทคโนโลยีและชิประหว่างสหรัฐฯ กับจีน รวมถึงการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) ที่มีความท้าทายต่อการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศในอนาคต
- เปิดสถิติ FDI พุ่ง 1.36 ล้านล้าน ‘ดิจิทัล-Data Center’ โต
ทั้งนี้แม้โลกจะเผชิญความผันผวน แต่ไทยยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุน จากจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง (Location), ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain), กำลังคน และมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ โดยตัวเลขการขอรับส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมพุ่งสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด โดยเป็นการลงทุนตรงจากต่างชาติ (FDI) ถึง 1.36 ล้านล้านบาท[4] และในช่วงครึ่งแรกของปี ยอดการลงทุนรวมสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท โดยเป็น FDI ถึง 1.36 ล้านล้านบาท หรือเติบโตกว่า 80% ซึ่งมาจากการทำงานอย่างต่อเนื่องไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นหรือเป็นแค่ความโชคดีแค่ไม่กี่ปี
"ประเทศไทยตอนนี้เราอยู่ในช่วง Transition แล้ว ถ้าเราคว้าโอกาสนี้ไม่ได้ภายใน 2 ปีนี้ ก็ตัวใครตัวมัน เราบอกแล้วว่ามันคือ New Horizon ของประเทศไทย ขอบฟ้าใหม่ของเมืองไทย ถ้าเราไม่คว้าเอาไว้ เราจะไปขอบฟ้าใหม่ได้ยังไง เราจะอยู่กับเรื่องเดิมอยู่หรือไม่ ขอบฟ้าจะสว่างไสวหรือมืดทึบ ก็อยู่ที่เราทำงานในตอนนี้”นางสาวจรีพร กล่าว
ทั้งนี้ เม็ดเงิน FDI หลักสูงถึง 1.1 ล้านล้านบาท มาจากภาคดิจิทัลและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขณะที่ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมีการปรับตัวอย่างชัดเจน ทั้งการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), การเติบโตของภาคอิเล็กทรอนิกส์จากการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) รวมถึงการเข้ามาลงทุนตั้งฐานบริการของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google และ AWS
- เปิดหน้าต่างโอกาส 2 ปี มุ่งสู่ New Economy - 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WHA Group เน้นย้ำว่า ประเทศไทยมีหน้าต่างโอกาสในการตัดสินใจและปรับตัวภายใน 2 ปีนี้ เพื่อเปลี่ยนผ่านจาก Old Economy ที่เน้นการใช้แรงงานหนัก ลงทุนในสินทรัพย์ และสร้างมลพิษ สู่ยุค New Economy ที่ขับเคลื่อนด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ Digital, Innovation, Knowledge และ Sustainability ไม่เช่นนั้นอาจตกขบวนการพัฒนาและการลงทุนจะเคลื่อนย้ายไปยังที่อื่นๆได้
โดยมี 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคตที่ถือเป็นโอกาสท่ำคัญของเศรษฐกิจไทย ประกอบด้วย
1.Digital & AI: ระบบประมวลผลและปัญญาประดิษฐ์ โดยประเทศไทยจำเป็นต้องมี Data Center เนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของ Digital Economy ที่หากขาดไปจะไม่สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่ AI, Cloud Computing หรือการให้บริการดิจิทัลได้ โดยปัจจุบันไทยติด Top 10 ของโลกในการเกินดุลการค้าฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI จึงต้องมีการต่อยอดในอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง
2.Waste Management & Energy Efficiency: การจัดการขยะและประสิทธิภาพพลังงาน
3.Clean Energy & SMR: พลังงานสะอาดและเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor) หรือ SMR เพื่อรองรับความต้องการพลังงานในอนาคต
4.Future Mobility: ยานยนต์แห่งอนาคตและยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles)
5.Advanced Robotics & Automation: ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม
6.Biotech: เทคโนโลยีชีวภาพ
7.Health Innovation & Medical Hub: นวัตกรรมสุขภาพเพื่อยกระดับสู่ศูนย์กลางทางการแพทย์ภายใน 5 ปี
8.Food tech: เทคโนโลยีอาหารมูลค่าสูง
9.Quantum Industry: เทคโนโลยีควอนตัมที่จะมาเพิ่มสปีดการประมวลผลของ AI ในอีก 3–4 ปีข้างหน้า
และ 10.Circular Economy: ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
นางสาวจรีพรได้เสนอแนะแนวทางขับเคลื่อนประเทศ โดยขอให้ภาครัฐเร่งทำ กิโยตินกฎระเบียบ (Regulatory Guillotine) ตัดขั้นตอนทางกฎหมายที่ไม่จำเป็น และจัดทำสิทธิประโยชน์การลงทุนแบบมุ่งเป้า (Targeted Incentives) เพื่อดึงดูดนักลงทุนโดยตรง[16] พร้อมทั้งเร่งปรับปรุงหลักสูตรมหาวิทยาลัยและยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อแทรกตัวเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain)
พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้ภาครัฐปรับเปลี่ยนนโยบายจากการแจกเงินประชานิยม มาเป็นการ "แจกความรู้ แจกอาชีพ และสร้างความมั่นคงให้ผู้ประกอบการ" รวมถึงการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้เสีย (NPL) และปลดล็อกการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มผู้ประกอบการ SME เพื่อให้ภาคธุรกิจรากหญ้าสามารถเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน
"การแจกเงินเลิกสักที แจกความรู้ แจกอาชีพได้ไหม แจกความมั่นคงให้กับผู้ประกอบการได้ไหม ช่วยเรื่อง SME ยังไงได้บ้าง เพราะตอนนี้แบงก์ไม่ปล่อยกู้ SME จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างใด"นางสาวจรีพรกล่าว





