วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้น WHA บวก 3.77% สัญญาณน้ำไม่กระทบนิคม โบรกชี้ Data Center-EV หนุนโตยาวถึงปี 70

WHA บวก 3.77% รับความกังวลน้ำท่วมคลี่คลาย หลังยังไม่มีสัญญาณกระทบนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ Valuation ราว 15 เท่า อยู่ในระดับน่าสนใจ

KEY POINTS

  • หุ้น WHA ปรับตัวขึ้น 3.77% ในช่วงเช้า หลังความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายและยังไม่มีสัญญาณผลกระทบต่อนิคมอุตสาหกรรม
  • ธุรกิจ Data Center เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตที่สำคัญ โดยนโยบายภาครัฐที่อาจกำหนดให้ Data Center ขนาดใหญ่ต้องตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมจะเป็นผลบวกโดยตรงต่อ WHA ซึ่งมียอดขายที่ดินกลุ่มนี้แล้ว 38% และมีลูกค้ารายใหญ่อย่าง Google
  • อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นอีกแรงส่งสำคัญ จากมาตรการภาครัฐที่จูงใจให้ค่ายรถยนต์จีนย้ายฐานการผลิตมาไทย โดยผู้ผลิตรถยนต์จีนคิดเป็น 60% ของยอดขายที่ดินล่าสุดของ WHA และมีลูกค้ารายใหญ่อย่าง BYD และ Changan
  • นักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยหนุนจากทั้ง Data Center, EV, และ Semiconductor จะส่งผลให้ WHA มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่องในระยะยาวไปจนถึงปี 2570

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 7 ต.ค.2569 หุ้น WHA หรือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บวก 3.77% เพิ่มขึ้น 0.18 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.96 บาท

หุ้น WHA บวก 3.77% สัญญาณน้ำไม่กระทบนิคม โบรกชี้ Data Center-EV หนุนโตยาวถึงปี 70

ปัญจพล แท่นศรีเจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มผ่อนคลายลง หลังยังไม่มีสัญญาณว่าน้ำจะส่งผลกระทบต่อนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ราคาหุ้น WHA ปรับตัวลงมาซื้อขายที่ระดับประมาณ 15 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับ Valuation ที่น่าสนใจ

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะถัดไปจากความชัดเจนของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ นโยบาย Data Center และการลงทุนในอุตสาหกรรม Semiconductor ซึ่งคาดว่าจะทยอยมีความชัดเจนมากขึ้น และเป็นแรงหนุนต่อการเติบโตของ WHA ต่อเนื่องไปถึงปี 2570

สำหรับธุรกิจ Data Center ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีน้ำหนักมากขึ้น หลังภาครัฐเร่งวางกรอบกำกับดูแล โดยประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์ ได้แก่ การกำหนด Hyperscale Data Center ที่มีกำลังไฟตั้งแต่ 100 เมกะวัตต์ขึ้นไป การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับ Data Center รวมถึงข้อกำหนดให้ Data Center ที่มีลักษณะเป็นกิจกรรมอุตสาหกรรมต้องตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่กำหนด ซึ่งประเด็นหลังถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อ WHA เนื่องจากจะทำให้นิคมอุตสาหกรรมกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการจัดตั้ง Data Center จากเดิมที่เป็นเพียงทำเลที่ได้รับความนิยม

โดย WHA มีความพร้อมรองรับการลงทุนดังกล่าวทั้งด้านพื้นที่ ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำ ขณะที่ความต้องการ Data Center ในไทยยังอยู่ในระดับสูง โดยก่อนมีการพักการพิจารณาโครงการชั่วคราว BOI อนุมัติโครงการ Data Center แล้ว 57 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 8.11 แสนล้านบาท และโครงการดังกล่าวยังอยู่ในแผนการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจ Digital & Technology คิดเป็น 38% หรือประมาณ 1,900 ไร่ ของยอดขายที่ดินในประเทศไทยของ WHA จำนวน 4,937 ไร่ ในช่วงปี 2567 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมี Google เป็นลูกค้ารายสำคัญ ใช้พื้นที่มากกว่า 1,000 ไร่ รองรับการลงทุน Data Center และ Cloud มูลค่าประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ Beijing Haoyang อยู่ระหว่างพัฒนา Hyperscale Data Center ขนาด 300 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ประมาณ 50-100 ไร่ ใน WHA ESIE 4 มูลค่าการลงทุนราว 7.27 หมื่นล้านบาท ขณะที่ K2 Strategic ในเครือ Kuok Group อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ Colocation ขนาด 50 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ประมาณ 83 ไร่

ขณะเดียวกัน WHA มีแผนพัฒนา Data Center Park ขนาด 1,000-2,000 ไร่ ซึ่งสะท้อนว่าการเติบโตในระยะถัดไปไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรายได้จากการขายที่ดิน แต่ยังมีโอกาสต่อยอดไปสู่รายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภค โดย WHAUP เริ่มรับรู้รายได้จาก Capacity Charge แล้ว 58.7 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 และคาดว่าปริมาณการใช้สาธารณูปโภคจะเพิ่มขึ้นตามการทยอยเปิดดำเนินงานของ Data Center ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป

ด้านธุรกิจ EV ยังเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ หลัง EV Board อนุมัติโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ 3 ระดับ โดยผู้ผลิตที่มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงจะได้รับอัตราภาษีต่ำที่สุด ขณะที่ผู้นำเข้าที่มีโรงงานผลิตในไทยอยู่ในระดับกลาง และรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูป (CBU) เสียภาษีในอัตราสูงที่สุด ประกอบกับเงื่อนไข EV 3.5 ที่เข้มงวดขึ้นจากสัดส่วน 1:2 เป็น 1:3 ในปี 2570 ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มแรงจูงใจให้ค่ายรถที่นำเข้ารถจากจีนเร่งย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย

ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับยอดจดทะเบียนรถยนต์ BEV ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ที่เพิ่มขึ้น 88% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 126,950 คัน ขณะที่รถยนต์นำเข้าจากจีนคิดเป็น 69% ของยอดนำเข้ารถยนต์ทั้งหมด ทำให้ค่ายรถจีน รวมถึงผู้ผลิตแบตเตอรี่ มอเตอร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีแนวโน้มต้องการขยายกำลังการผลิตในไทยเพิ่มเติม

สำหรับ WHA ผู้ผลิตรถยนต์จีนคิดเป็นประมาณ 60% ของยอดขายที่ดินล่าสุด ทำให้บริษัทมีความพร้อมรองรับการย้ายฐานการผลิตระลอกใหม่ โดยที่ผ่านมา WHA รองรับการลงทุนของผู้ผลิตรถยนต์มาแล้วหลายราย ตั้งแต่ Suzuki, Ford และ Thai Summit ไปจนถึงโรงงาน EV ขนาดใหญ่ของ BYD และ Changan ซึ่งใช้พื้นที่ประมาณ 600 ไร่ และ 250 ไร่ ตามลำดับ

ทั้งนี้ การย้ายฐานการผลิตของค่ายรถจีนจะสร้างประโยชน์ให้ WHA ทั้งจากยอดขายที่ดินสำหรับโรงงานใหม่ และการขยายกำลังการผลิตของลูกค้าเดิม โดย BYD ปัจจุบันเดินสายการผลิตเพียง 1 กะ จากกำลังการผลิตที่รองรับได้ 150,000 คันต่อปี และมีแผนลงทุนโครงการใหม่มูลค่ามากกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ Changan มีแผนพัฒนาโครงการ Phase 2 ที่ ESIE 4

ดังนั้น เมื่อพิจารณาทั้งความคืบหน้าของนโยบาย PDP และ Data Center การขยายตัวของ Semiconductor รวมถึงแรงส่งจากการย้ายฐานการผลิต EV จึงมองว่า WHA ยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ขณะที่ระดับ Valuation ปัจจุบันที่ประมาณ 15 เท่า ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ