“อนุทิน” เผยในการประชุม ครม.ว่า ได้รับจม.จาก โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความคาดหวังที่จะลงนามข้อตกลงด้านภาษีกับรัฐบาลไทยในเร็ววันนี้ โดยได้มอบหมายให้รองนายกฯ ศุภจีเดินหน้าเจรจา และเตรียมความพร้อมสำหรับการลงนามต่อไป
KEY POINTS
- “อนุทิน” เผยในการประชุม ครม.ว่า ได้รับจม.จาก โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
- แสดงความคาดหวังที่จะลงนามข้อตกลงด้านภาษีกับรัฐบาลไทยในเร็ววันนี้
- โดยได้มอบหมายให้รองนายกฯ ศุภจีเดินหน้าเจรจา และเตรียมความพร้อมสำหรับการลงนามต่อไป
วันนี้ (6 ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่านายอนุทินกล่าวว่าได้รับจดหมายจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สหรัฐฯว่ามีความคาดหวังจะลงนามกับรัฐบาลไทยในเรื่องของสัญญาเกี่ยวกับภาษีในเร็ววันนี้ และอยากจะให้มีการดำเนินการให้แล้วเสร็จ มีข้อตกลงสามารถลงนามได้
โดยถ้าเป็นไปได้ในช่วงที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามาเยือนเอเชีย ในระหว่างการประชุมทางนายกรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ดำเนินการเรื่องนี้ต่อเนื่อง
เนื่องจาก ณ ปัจจุบัน สถานการณ์เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเจรจาแล้ว โดยการพบปะระหว่างนายกรับมนตรีและประธานาธิบดีสหรัฐฯจะเกิดขึ้นในช่วงกาปรระชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 49 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพ ในช่วงวันที่ 16-18 พ.ย.2569 หรือ การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพ ในช่วงวันที่ 18-19 พ.ย.2569
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า ในที่ประชุมครม.ได้เห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณได้เสนอ ปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571 มีสิ่งที่น่าสนใจและเป็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่งของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี คือ ในปลายเดือนต.ค.นี้
จะมีกระบวนการจัดทำงบประมาณที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ เรียกว่า Pre-budget Consultation ซึ่งเป็นขั้นตอนการหารือก่อนการจัดทำงบประมาณ โดยเปิดให้ทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) สถาบัน นักวิชาการ และภาคประชาชน เข้าร่วมกำหนดทิศทางงบประมาณ
"ตรงนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบงบประมาณประเทศไทย ที่เปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมให้ข้อคิดเห็นตั้งแต่จุดเริ่มต้น จากเดิมที่เป็นหน่วยงานราชการทำคำของบประมาณขึ้นมาเอง และจากปฏิทินดังกล่าว ในปีนี้ได้เพิ่มระยะเวลาให้หน่วยรับงบประมาณมีเวลาจัดทำบัญชีรายการงบประมาณมากขึ้น ขยายจากเดิมประมาณ 2–3 เดือน ทำให้ลงรายละเอียดและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระทรวงเพื่อลดความซ้ำซ้อน”
โดยการปรับปรุงวิธีจัดทำงบประมาณนี้ คาดหวังว่าในการจัดทำงบประมาณปี 2571 จะมีลักษณะเป็น Zero-based budgeting หรือ งบประมาณฐานศูนย์ คือเริ่มต้นคิดจากฐานศูนย์ ไม่ต้องใช้งบประมาณปีที่ผ่านมาเป็นตัวตั้ง แต่ใช้สิ่งที่จะทำไปข้างหน้าเป็นฐานคิด งบประมาณจะมีความเปิดเผยทั้งรายได้และรายจ่าย โดยประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน
สำหรับแนวทางหลักในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 รัฐบาลมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลังอย่างต่อเนื่อง
โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ การสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานชีวภาพและพลังงานสีเขียว (Green Energy)
รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ ยังยึดหลักลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วน โดยทบทวนเพื่อชะลอ ปรับลด หรือยกเลิกโครงการที่หมดความจำเป็นหรือมีความสำคัญต่ำ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า ประหยัด มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเป็นธรรม





