รัฐเล็งปรับสัญญาซื้อไฟฟ้าเอกชน หลังเจรจาคืบหน้าน้อย ระบุมีเอกชนตกลงแก้สัญญาแค่ 3% จาก 400 – 500 สัญญา สั่ง สนพ. เสนอให้ กพช. พิจารณา กำหนดมาตรฐานสัญญา – อัตราราคารับซื้อใหม่ – เงื่อนไขในการเจรจา รื้อโครงสร้างราคาใหม่
KEY POINTS
- การเจรจาแก้ไขสัญญารับซื้อไฟฟ้ากับโรงไฟฟ้าเอกชนมีความคืบหน้าเพียง 2-3% เนื่องจากข้อเสนอปรับลดราคารับซื้อไฟ
- รัฐเตรียมเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาอนุมัติเกณฑ์สัญญาและอัตราราคารับซื้อไฟฟ้าฉบับใหม่
- มีการมอบหมายให้ สนพ. คำนวณโครงสร้างราคารับซื้อใหม่ในลักษณะค่อยๆ ปรับลดลง (Step-down) เพื่อใช้เป็นกรอบเจรจา
- หาก กพช. เห็นชอบกรอบใหม่แล้วเอกชนยังปฏิเสธการเจรจา รัฐจะใช้สิทธิ์ยกเลิกสัญญาตามข้อกำหนดเดิมทันที
วันนี้ (5 ต.ค.) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ครั้งที่ 3/2569 ที่มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าที่ประชุมได้สรุปผลการเปิดให้ภาคเอกชนตอบรับการแก้ไขปรับเปลี่ยนสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าเอกชนที่ตอบรับยินยอมปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับภาครัฐเพียงประมาณ 2% – 3% เท่านั้น จากจำนวนสัญญาที่เข้าข่ายต้องแก้ไขประมาณ 400 - 500 กว่าสัญญา
ทั้งนี้สาเหตุสำคัญมาจากข้อห่วงกังวลของภาคเอกชนในเรื่องอัตราราคารับซื้อไฟฟ้าและภาระการลงทุน โดยโครงสร้างราคารับซื้อไฟฟ้าขายส่งเดิมเมื่อรวมค่า Ft อยู่ที่ประมาณ 3 บาทกว่าต่อหน่วย แต่เมื่อภาครัฐเสนอปรับลดอัตราราคารับซื้อลงมาอยู่ที่ 2.15 บาทต่อหน่วย
จึงมีจำนวนเอกชนที่ยินยอมเข้าร่วมน้อย โดยกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าหลักที่เข้ามาเจรจาในปัจจุบัน ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP), กลุ่ม Non-Firm และกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
“ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเงื่อนไขอย่างรอบคอบแล้ว เอกชนหลายรายได้คืนสัญญาไปก่อนหน้านี้ และยืนยันว่าภาครัฐไม่ได้มีนโยบายกำหนดราคาโดยการตัดการสนับสนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) สำหรับกลุ่มที่ยังคงได้รับสิทธิตามสัญญาเดิมแต่อย่างใด แต่ต้องทบทวนในกลุ่มที่ได้รับสัญญาจากภาครัฐมานาน มีการคืนทุนและได้กำไรไปแล้ว ซึ่งเป็นนโยบายที่มีการทบทวน”
นายดนุชา กล่าว
ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้มอบหมายให้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กลับไปคำนวณอัตราราคารับซื้อไฟฟ้าใหม่ เนื่องจากอัตราที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอ้างอิงจากฐานราคาประมาณ 6 บาทต่อหน่วย (ฐานปี 2565) โดยให้ สนพ. คำนวณอัตราราคารับซื้อในลักษณะค่อยๆ ปรับลดลง (Step-down) เพื่อใช้เป็นกรอบในการเจรจา โดยยังคงรักษาระดับผลตอบแทน (Return) ที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการเอกชนด้วย
นอกจากนี้ ในส่วนของสัญญาโรงไฟฟ้าที่กำลังจะหมดอายุ หากมีความประสงค์จะเดินเครื่องต่อ จะมีการพิจารณาเป็นรายกรณี (Case-by-case) ว่าควรกำหนดระยะเวลาขยายสัญญาออกไปอีกกี่ปี จากเดิมที่มีเพียงแนวทางให้ขยายสัญญาต่อได้เพียงรอบเดียวแต่ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนโดย สนพ. อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เนื่องจากนโยบายที่เคยผ่านการอนุมัติจาก กพช. ในครั้งก่อนยังขาดความชัดเจนในเรื่องอัตราราคารับซื้อไฟฟ้า
ทั้งนี้ การเสนอ กพช. ในรอบนี้จะจัดทำเป็น ร่างสัญญามาตรฐานฉบับใหม่, อัตราราคารับซื้อใหม่ ตลอดจน กำหนดเงื่อนไขในการเจรจา ให้มีความชัดเจน ทั้งนี้ ภาครัฐยังคงถือสิทธิตามข้อกำหนดในสัญญา (Clause) ที่สามารถยกเลิกสัญญาได้ ซึ่งหาก กพช. เห็นชอบกรอบนโยบายใหม่แล้ว แต่เอกชนยังคงปฏิเสธไม่เข้าร่วมเจรจา ภาครัฐจะดำเนินการยกเลิกสัญญาตามข้อกำหนดเดิมทันที ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบายอย่างเด็ดขาด ซึ่งจะดำเนินการต่อไป





