วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศุภจีเคลื่อนแผนยกระดับ SME ไทย เพิ่มมูลค่าอีก 5.8 พันล้านในปี 70

‘ศุภจี’ เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 2570 อีก 5.8 พันล้าน ตามแผน สสว. ดันเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย มอบ 4 ยุทธศาสตร์พัฒนา ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ดส่งเสริม SME) ที่มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เป็นประธานที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบเป้าหมายสำคัญในการยกระดับและขับเคลื่อนศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ผ่านกรอบงบประมาณรวม 786 ล้านบาท ที่ได้รับการจัดสรรจากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินปกติ 640.3 ล้านบาท และเงินสมทบกองทุนฯเพิ่มเติมอีก 145.7 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้อุดหนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศตามเป้าหมายที่ไม่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 41,480 ราย เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการ SME ของไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น 

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) คาดการณ์ว่าจากเม็ดเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร 786 ล้านบาทที่รัฐบาลอนุมัติให้ จะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในระบบรวมกัน ไม่ต่ำกว่า 5,856 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 7.4 เท่า ของวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ถือเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้น ฟื้นฟู และวางรากฐานความยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป 

ทั้งนี้ นางศุภจีได้มอบนโยบายว่าการจัดสรรงบประมาณต้องมุ่งเน้นที่จะสร้างความคุ้มค่าผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อขับเคลื่อนการเพิ่มขีดความสามารถของ SME ไทยได้แก่

1.) การเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและธุรกิจดิจิทัล พร้อมขยายการให้บริการผ่านระบบ e-Service และเร่งผลักดันการลงทะเบียน SME ONE ID และ SME Profile เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับ SME ในการเข้าถึงบริการภาครัฐ 

โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการ SME ที่อยู่ในฐานข้อมูล SME ONE ID และ SME Profile แล้วจำนวนทั้งสิ้น 623,323 ราย ได้มีการตั้งเป้าหมายในปี 2570 ให้มีจำนวนผู้ประกอบการ SME ที่เข้าสู่ระบบนี้เพิ่มขึ้น 35% หรือประมาณ 8.04 แสนราย 

2.) ส่งเสริมให้ SME ไทยสามารถเข้าถึงช่องทางตลาดสากลมากขึ้น โดยขยายโอกาสการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีการค้าระดับสากลผ่านแพลตฟอร์ม และช่องทางต่างๆให้มากขึ้น 

3.) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME ไทยปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยสนับสนุนธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Renewable Energy & Green Business)  และ

 4.) เร่งช่วยเหลือและฟื้นฟู โดยให้ความสำคัญในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะอุทกภัยอย่างเร่งด่วน