‘ศุภจี’ นำทีมพาณิชย์ตรวจศูนย์กระจายสินค้าซีพี ออลล์ บางบัวทอง ยัน สามารถเติมสินค้าเข้าสู่ร้านค้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้บางพื้นที่จะได้รับผลกระทบน้ำท่วม เร่งตั้งจุดสต็อกย่อย 44 จุดเติมสินค้าบนชั้นวางให้เร็วขึ้น ดัน ‘Single Command’ รับมือ เผย เตรียมของบ 1 พันล้านบาท ดูแลเยียวยาประชาชน หลังสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
KEY POINTS
- รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์กระจายสินค้าของซีพี ออลล์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าระบบขนส่งและสต็อกสินค้ายังสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องแม้มีสถานการณ์น้ำท่วม
- ซีพี ออลล์ ใช้มาตรการเชิงรุกรับมือน้ำท่วม โดยเพิ่มการสต็อกสินค้า จัดตั้งจุดสต็อกย่อย 44 จุดทั่วกรุงเทพฯ และเพิ่มรอบรถขนส่งเพื่อแก้ปัญหาสินค้าขาดแคลน
- กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอของบประมาณ 1,000 ล้านบาทจากรัฐบาล เพื่อนำมาใช้ในมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือประชาชนหลังสถานการณ์น้ำลด
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการสินค้าและระบบกระจายสินค้า ณ ศูนย์กระจายสินค้า (DC) บางบัวทอง ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ว่า ศูนย์ดังกล่าวเป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 2,800 สาขา มีสินค้าที่อยู่ในระบบกว่า 15,000 รายการ ทั้งสินค้าแห้งและสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ระบบกระจายสินค้าของซีพี ออลล์ ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศประมาณ 16,500 สาขา ยังสามารถเติมสินค้าเข้าสู่ร้านค้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้บางพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงรองรับสถานการณ์ที่ประชาชนอาจซื้อสินค้ามากกว่าปกติจากความกังวลเรื่องสินค้าไม่เพียงพอ
จากการตรวจสอบพบว่า ซีพี ออลล์ เพิ่มการเติมสต็อกสินค้า โดยใช้ระบบแดชบอร์ดติดตามพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและสินค้าที่ขาดแคลน พร้อมจัดตั้งจุดสต็อกย่อยในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเพิ่มจุดสต็อกย่อยอีก 44 จุดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อช่วยเติมสินค้าบนชั้นวางให้กับสาขาต่างๆ
สำหรับสาขาที่ได้รับผลกระทบจากพื้นที่ภัยพิบัติ เดิมมีประมาณ 225 สาขา ปัจจุบันสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้แล้ว 120 สาขา เหลือประมาณ 90 สาขาที่ยังปิดให้บริการ เนื่องจากไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ขณะที่การแก้ปัญหาสินค้าขาดชั้นวาง มีการเพิ่มทั้งกำลังคน รอบรถขนส่ง และปริมาณสต็อก นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ ยังมีมาตรการดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งการจัดรถรับส่งและจัดหาที่พักให้ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมหนัก เช่น สุพรรณบุรี มีการจัดพื้นที่พักพิง พร้อมอาหารและสิ่งของจำเป็นสำหรับพนักงาน
นางศุภจี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเฉพาะซีพี ออลล์ แต่กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ห้างค้าปลีกค้าส่งทุกประเภท โดยกรมการค้าภายในได้จัดตั้งวอร์รูม ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ใช้ระบบ “Single Command” โดยมีรองปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ประสานข้อมูลจากพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรวบรวมปัญหาและสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ
หากพื้นที่ใดไม่สามารถเข้าถึงได้และจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะในการขนส่ง กระทรวงพาณิชย์จะประสานหน่วยงานด้านความมั่นคงและกลาโหมเข้าช่วยเหลือ โดยมีเป้าหมายให้สินค้าเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและไม่เกิดภาวะขาดแคลน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยหลักในการดูแลเรื่องสินค้า แต่จะทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างทั่วถึงและไม่เกิดสินค้าขาดแคลน” นางศุภจีกล่าว
"กระทรวงพาณิชย์ เตรียมของบประมาณจากรัฐบาล เพื่อนำมาใช้ดูแลเยียวยาประชาชน ภายหลังจากน้ำลด หรือสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเตรียมจัดหาอุปกรณ์ทำความสะดวก อุปกรณ์ซ่อมแซม สินค้าจำเป็นต่างๆ มาช่วยเหลือประชาชน ในรูปแบบของการจัดงานไทยช่วยไทยธงฟ้าลดค่าครองชีพ ในพื้นที่เดือดร้อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน"นางศุภจี กล่าว
ด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้เตรียมของบประมาณมาใช้บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนว่า ได้หารือกับเลขานุการ รมว.คลัง เพื่อของบประมาณจำนวน 1,000 ล้านบาท มาใช้ช่วยเยียวยาประชาชนภายหลังจากน้ำลด และเหตุการณ์กลับมาปกติ เพราะประชาชนมีความจำเป็นต้องฟื้นฟู ซ่อมแซมบ้านเรือนน อาคารสถานที่ต่างๆ รวมถึงจำเป็นต้องของใช้ สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ในราคาประหยัด
ด้านนายวัฒนศักดิ์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมติดตามสถานการณ์สินค้าในห้างบิ๊กซี แม็คโคร โลตัส ร้านค้าปลีกทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงห้างท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยภาพรวมซัพพลายเออร์ยังสามารถส่งสินค้าได้ตามปกติ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูง นอกจากนี้กรมยังได้ประสานห้างค้าปลีกค้าส่งให้เตรียมสต็อกสินค้าเพิ่มเติมในพื้นที่ที่คาดว่าน้ำจะเข้าถึง รวมทั้งพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดลง ให้จัดส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าไปพักไว้ที่สาขาใกล้เคียง หรือที่เรียกว่า “ทอยของ” เมื่อสาขาที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาเปิดได้ จะสามารถนำสินค้าจากสาขาใกล้เคียงเข้ามาเติมได้ทันที ไม่ต้องรอสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าโดยตรง
นายวัฒนศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ไข่ไก่ว่า กรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับฟาร์ม ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก และห้างค้าปลีกค้าส่ง เพื่อติดตามผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันตก โดยยอมรับว่ามีฟาร์มบางแห่งได้รับผลกระทบ แต่ภาพรวมยังสามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจากประเทศไทยมีการบริโภคไข่ไก่ประมาณ 42 ล้านฟองต่อวัน และยังมีปริมาณเหลือสำหรับส่งออก
อย่างไรก็ตาม กรมได้ขอความร่วมมือผู้ส่งออกชะลอการส่งออก เพื่อให้มีไข่เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ โดยมี 2 แนวทาง ได้แก่ ปรับลดปริมาณการส่งออกลง 30-50% หรือเลื่อนคำสั่งซื้อออกไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อรอติดตามสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมให้ผู้ส่งออกแจ้งแผนการส่งออกเดือน ต.ค.-พ.ย. และรายงานปริมาณการส่งออกเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้กรมติดตามทั้งปริมาณและราคาไข่อย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน กรมขอให้ผู้เลี้ยงขยายระยะเวลาการยืนกรงออกไปอีก 3-5 สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณไข่เข้าสู่ตลาดได้ประมาณ 2-2.5 ล้านฟองต่อวัน เพื่อเสริมปริมาณซัพพลายและลดความเสี่ยงขาดแคลน
“เรายังไม่วางใจ จะติดตามสถานการณ์ทุกวันตลอดช่วงที่เกิดวิกฤต และขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก” นายวัฒนศักดิ์กล่าว
พร้อมกันนี้ กรมการค้าภายในขอความร่วมมือฟาร์มและผู้ประกอบการให้จัดส่งไข่ตามช่องทางการค้าปกติ และเพิ่มสัดส่วนการส่งให้ห้างค้าปลีก เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้อย่างทั่วถึง พร้อมเตือนผู้ประกอบการที่ฉวยโอกาสกักตุนหรือปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงวิกฤต สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เป็นธรรม มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยกรมย้ำว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์





