วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสียงจากป่าร้อง ป.ป.ช. สอบรัฐ ปมปลาหมอคางดำ-เอกสารส่งออก

เครือข่ายเสียงจากป่า ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบหน่วยงานรัฐ ปมปลาหมอคางดำ จี้เช็กย้อนหลังเอกสารส่งออก 11 บริษัท พบระบุชื่อปลาหมอคางดำกว่า 3.2 แสนตัว คลายข้อสงสัยทั้งระบบ

KEY POINTS

  • ครือข่ายเสียงจากป่ายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐในการกำกับดูแลปลาหมอคางดำและสัตว์น้ำต่างถิ่นตลอดทั้งระบบ
  • ประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบเอกสารการส่งออกปลาหมอคางดำกว่า 320,000 ตัว ของ 11 บริษัท ในช่วงปี 2556-2559
  • เครือข่ายฯ ตั้งข้อสงสัยว่าอาจไม่ใช่แค่ความผิดพลาดในการกรอกข้อมูลตามที่รัฐเคยชี้แจง เนื่องจากพบเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมากผิดปกติ

เครือข่ายเสียงจากป่ายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐทั้งระบบ เกี่ยวกับการกำกับดูแลสัตว์น้ำต่างถิ่นและปลาหมอคางดำ ตั้งแต่ขั้นตอนนำเข้า การเพาะเลี้ยง การค้า ไปจนถึงการส่งออก

  • ร้องสอบทั้งระบบ ลุยตรวจตั้งแต่ Import ยัน Export

ดร.ชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่ายเสียงจากป่า เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในกรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าการแก้ไขปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่น (Alien Species) แพร่ระบาด จะมุ่งเจาะจงแค่ต้นทางการนำเข้าของเอกชนรายใดรายหนึ่งไม่ได้ แต่ต้องตรวจสอบตลอดห่วงโซ่ ทั้งระบบการอนุญาต การเพาะเลี้ยง การเคลื่อนย้าย การค้าภายในประเทศ ไปจนถึงการส่งออก 

  • ปมเอกสารส่งออก 11 บริษัท ข้อผิดพลาด หรือส่งออกจริง?

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่เครือข่ายฯ ขอให้ ป.ป.ช. เร่งตรวจสอบ คือข้อมูลการส่งออกสัตว์น้ำช่วงปี 2556–2559 ซึ่งพบเอกสารขออนุญาตส่งออกของ 11 บริษัท รวมกว่า 320,000 ตัว ไปยังปลายทางกว่า 10 ประเทศ โดยมีเอกสารมากถึง 222 รายการ ระบุชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron ซึ่งเป็นชื่อของ ปลาหมอคางดำ

แม้ที่ผ่านมาภาครัฐจะเคยชี้แจงว่าเป็นความคลาดเคลื่อนในการกรอกข้อมูลเอกสาร แต่เครือข่ายฯ เห็นว่าด้วยจำนวนเอกสารที่มากผิดปกติ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบลึกถึงชนิดสัตว์น้ำที่ถูกส่งออกจริง และกระบวนการตรวจอนุมัติเอกสารของเจ้าหน้าที่ในขณะนั้น

เสียงจากป่าร้อง ป.ป.ช. สอบรัฐ ปมปลาหมอคางดำ-เอกสารส่งออก

  • ยื่นศาลปกครอง–ป.ป.ช. ปิดช่องว่างกำกับดูแล

ก่อนหน้านี้ เครือข่ายเสียงจากป่าได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองไปแล้ว และการยื่น ป.ป.ช. ในครั้งนี้ถือเป็นการขยายผลเพื่อไล่เบี้ยบทบาทของหน่วยงานรัฐว่ามีช่องว่าง การละเลยหน้าที่ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในไทยอย่างไร

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฯ ย้ำว่าการยื่นเรื่องเป็นเพียงกระบวนการร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความโปร่งใส ยังมิใช่ข้อยุติว่ามีหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่กระทำผิดแต่อย่างใด

จากกรณีปัญหาการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเกษตรกรในหลายพื้นที่อย่างหนัก ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 หมายเลขแดงที่ ส.9/2569 ระหว่าง นายณัฐพร หลักแหลม กับพวกรวม 54 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ กรมประมง และพวกรวม 18 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร้องสอด

  • ศาลชี้กรมประมงละเลยหน้าที่ สั่งเร่งแก้ไขใน 180 วัน

คำพิพากษาของศาลปกครองกลางในขณะนั้น ระบุว่า กรมประมงทราบดีถึงความเสี่ยงต่อพันธุ์สัตว์น้ำพื้นเมืองจากการอนุญาตให้บริษัทเอกชนนำเข้าปลาหมอคางดำมาวิจัยตามใบอนุญาตเมื่อปี 2553 แต่กลับละเลยไม่ติดตามควบคุมหรือตรวจสอบการศึกษาวิจัยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

ต่อมาเมื่อเกิดการแพร่ระบาดช่วงปี 2555–2559 ศาลวินิจฉัยว่าไม่ว่าการระบาดจะเกิดจากผู้ร้องสอดหรือไม่ กรมประมงมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการแก้ไขปัญหา ศาลจึงมีคำสั่งสำคัญ ดังนี้

สั่งกรมประมงและกระทรวงเกษตรฯ  เดินหน้าควบคุม ป้องกัน และระงับยับยั้งการแพร่ระบาดตามแผนปฏิบัติการ พ.ศ. 2567–2570 ให้บรรลุผลภายใน 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

สั่งกระทรวงมหาดไทย  สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พิจารณาประกาศพื้นที่ 3 อำเภอ (อ.อัมพวา, อ.เมืองสมุทรสงคราม และ อ.บางคนที) เป็น เขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน เพื่อเยียวยาผู้ฟ้องคดีและประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

ยกคำขอเรียกร้องค่าเสียหายจากเอกชน ศาลยกคำขอที่ให้หน่วยงานรัฐเรียกค่าเสียหายจากบริษัทผู้ร้องสอดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ เนื่องจากมองว่าไม่ได้เป็นการเยียวยาความเดือดร้อนของผู้ฟ้องคดีโดยตรง

  • กระทรวงเกษตรฯ รับลูก เร่งเดินหน้า 7 มาตรการกำจัด

หลังมีคำพิพากษา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ได้สั่งการด่วนให้นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งรัดกรมประมงให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลทันที

ในการดำเนินงานตาม แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567–2570 (กรอบเวลา ก.ค. 2567 – ก.ย. 2570) กรมประมงได้ผลักดัน 7 มาตรการหลัก ได้แก่:

ควบคุมและกำจัดในแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อเลี้ยง

ปล่อยปลาผู้ล่าประจำถิ่น

นำปลาที่จับได้ไปใช้ประโยชน์ (รับซื้อและแปรรูป)

สำรวจและเฝ้าระวังพื้นที่เขตกันชน

สร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมของชุมชน

พัฒนางานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยการปล่อยสัตว์น้ำประจำถิ่น

สรุปผลการดำเนินงานในขณะนั้น (ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569):

สามารถกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศได้รวมกว่า 10,683,073 กิโลกรัม (จับจากบ่อเลี้ยงร้อยละ 61.48 และจากแหล่งน้ำธรรมชาติร้อยละ 38.52)

ส่งผลให้สถานการณ์ความชุกชุมของปลาหมอคางดำลดลงใน 10 จังหวัด และคงที่ในอีก 8 จังหวัด นับเป็นก้าวสำคัญในการควบคุมวิกฤตสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ของประเทศ

การยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบปมเอกสารส่งออกปลาหมอคางดำ ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำความจริงให้ปรากฏ หากพบว่าเกิดจากความคลาดเคลื่อนจริงก็จะได้ทำความเข้าใจกับสังคม แต่หากพบช่องว่างหรือการละเลยหน้าที่ ก็จะเป็นบทเรียนราคาแพงในการวางระบบควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นของไทยให้รัดกุมยิ่งขึ้นในอนาคต