วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

เด็กเพชรฟื้นฟูสายน้ำ เสิร์ฟเบอร์เกอร์ปลาหมอคางดำ คุมเอเลี่ยน

บทเรียนนอกห้องเรียนสุดคูล เด็กเพชรบุรีลงมือปั้น EM Ball คืนชีวิตให้แหล่งน้ำชุมชน พร้อมเปิดลิ้มรสเบอร์เกอร์ปลาหมอคางดำ เรียนรู้การแปรรูป ตัดวงจรปลาเจ้าปัญหาอย่างยั่งยืน

KEY POINTS

  • นักเรียนในจังหวัดเพชรบุรีร่วมกิจกรรมฟื้นฟูแหล่งน้ำด้วยการปั้นก้อนจุลินทรีย์ (EM Ball)
  • มีการสาธิตการแปรรูปปลาหมอคางดำซึ่งเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ให้เป็นเมนูอาหารต่างๆ เช่น เบอร์เกอร์ปลา เพื่อส่งเสริมการบริโภคและควบคุมประชากร
  • ปลาหมอคางดำที่จับได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลายมิติ ทั้งเป็นอาหารคน, เหยื่อเลี้ยงปลากะพง และทำน้ำหมักชีวภาพบำรุงพืช

จากก้อนจุลินทรีย์ในมือไปจนถึงเบอร์เกอร์ปลาบนจานอาหาร  สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี จับมือปราชญ์ชุมชนนำเยาวชนโรงเรียนวัดโพธิ์ทัยมณี เรียนรู้การฟื้นฟูสายน้ำ ควบคู่การต่อยอด "ปลาหมอคางดำ" สู่ห่วงโซ่คุณค่าใหม่ คนกินได้ สัตว์กินดี พืชได้ประโยชน์ ชูแนวคิดสร้างปลายทางให้ทรัพยากร เพื่อตัดวงจรเอเลี่ยนสปีชีส์อย่างยั่งยืน

เด็กเพชรฟื้นฟูสายน้ำ เสิร์ฟเบอร์เกอร์ปลาหมอคางดำ คุมเอเลี่ยน เด็กเพชรฟื้นฟูสายน้ำ เสิร์ฟเบอร์เกอร์ปลาหมอคางดำ คุมเอเลี่ยน

  • ก้าวแรกของการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม ปั้น EM Ball คืนชีวิตสายน้ำ 

เบอร์เกอร์ปลาหนึ่งชิ้นที่วางอยู่ตรงหน้านักเรียนโรงเรียนวัดโพธิ์ทัยมณี (ศิริพรรณพิทยา) ต.บางจาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี อาจดูเหมือนอาหารที่เด็กๆ คุ้นเคย แต่เบื้องหลังเมนูนี้กำลังสะท้อนแนวทางการจัดการปัญหา "ปลาหมอคางดำ" และการดูแลสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเพชรบุรีอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับปราชญ์ชุมชน นำน้องๆ นักเรียนมาร่วมกันปั้นก้อนจุลินทรีย์ หรือ EM Ball จำนวน 1,200 ก้อน เพื่อนำไปปล่อยฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำของชุมชน การลงมือทำจริงช่วยให้เยาวชนเห็นว่าการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นภารกิจที่ทุกคนในท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมได้ทันที

  • จากเอเลี่ยนสปีชีส์สู่เบอร์เกอร์จานเด็ด  สร้างแรงจูงใจบริโภคในชุมชน

โจทย์สำคัญหลังจากนำปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ คือการคิดต่อว่า “ทำอย่างไรไม่ให้ปลาที่ถูกกำจัดกลายเป็นของเหลือทิ้ง?”

สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรีจึงเปิดครัวสาธิตแปรรูปปลาหมอคางดำเป็นเมนูหลากหลาย ทั้ง เบอร์เกอร์ปลา ทอดมัน และน้ำพริกแจ่วบอง เมนูเบอร์เกอร์ช่วยให้เด็กๆ เปิดใจและรู้จักปลาต่างถิ่นชนิดนี้ผ่านอาหารที่คุ้นเคย พร้อมเรียนรู้ว่าเมื่อจับขึ้นมาแล้ว สามารถนำมาประกอบอาหารที่มีโภชนาการได้จริง การเพิ่มช่องทางนำมาบริโภคจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนเร่งจับปลาออกจากธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

เด็กเพชรฟื้นฟูสายน้ำ เสิร์ฟเบอร์เกอร์ปลาหมอคางดำ คุมเอเลี่ยน

  • ขยายผลสู่ภาคประมง–การเกษตร: ห่วงโซ่คุณค่า อาหารคน → สัตว์ → พืช

เส้นทางของปลาหมอคางดำในเพชรบุรีไม่ได้หยุดอยู่แค่บนจานอาหาร แต่ยังถูกส่งต่อไปสร้างมูลค่าในวงกว้าง คือ 1. วัตถุดิบ เลี้ยงปลากะพงขาว ในพื้นที่ อ.บ้านแหลม มีการนำปลาหมอคางดำที่รวบรวมได้ส่งมอบให้องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ใช้เป็นอาหารสดเลี้ยงปลากะพง ซึ่งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ โดยโครงการในปี 2569 สนับสนุนเกษตรกร 30 ราย เลี้ยงปลากะพง 30,000 ตัว ช่วยลดภาระค่าอาหารได้อย่างมหาศาล

 

3. ทางเลือกใหม่ เลี้ยงปูทะเล เกษตรกรนำปลาหมอคางดำไปใช้ทดแทนหัวปลา เศษปลา และปลาเป็ดที่เดิมต้องซื้อมาในราคาแพง ช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงปูและสร้างตลาดรองรับปลาหมอคางดำในชุมชน

4. น้ำหมักชีวภาพ บำรุงพืช ปลาส่วนเกินถูกนำไปหมักแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพ อุดมด้วยธาตุอาหารสำหรับปรับปรุงดินและบำรุงพืชผลทางการเกษตร โดยเพชรบุรีเคยมีโครงการรับซื้อปลาหมอคางดำจากธรรมชาติเพื่อผลิตน้ำหมักโดยตรง

  • บริหารจัดการด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน

นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า กิจกรรมสาธิตเมนูอาหารและการปั้น EM Ball มีเป้าหมายให้เยาวชนเข้าใจภาพรวมการดูแลแหล่งน้ำควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำอย่างครบวงจร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางจัดการปัญหาของพื้นที่ ทั้งการจำกัดการแพร่กระจาย การเร่งนำปลาออกจากธรรมชาติ และการสร้างปลายทางใช้ประโยชน์

การสร้าง “ปลายทาง” ให้กับปลาที่จับออกจากระบบนิเวศ อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของการคุมประชากรปลาหมอคางดำ แต่ช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการจับ ลดการสูญเปล่าของทรัพยากร และเชื่อมการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเข้ากับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เด็กเพชรฟื้นฟูสายน้ำ เสิร์ฟเบอร์เกอร์ปลาหมอคางดำ คุมเอเลี่ยน

โมเดลการจัดการปลาหมอคางดำของจังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นตัวอย่างการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเชิงรุกที่จับต้องได้จริง การเปลี่ยนภัยคุกคามทางนิเวศให้กลายเป็นอาหารบนจาน วัตถุดิบเลี้ยงสัตว์ และน้ำหมักบำรุงพืช ไม่เพียงช่วยลดการแพร่ระบาดได้อย่างสอดรับกับวิถีชีวิต แต่ยังช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร ตอกย้ำว่าการคุมประชากรเอเลี่ยนสปีชีส์อย่างยั่งยืน ต้องขับเคลื่อนผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มและนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าที่สุดในทุกมิติ