วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน 2569

Login
Login

กยท. หั่นเป้าขายยาง EUDR ลุยยกระดับมาตรฐาน Thai Traceability

กยท. ปรับลดเป้าปริมาณยาง EUDR เหลือ 9 หมื่นตัน ให้สอดคล้องความต้องการจริง พร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐาน Thai Traceability

KEY POINTS

  • กยท. ปรับลดเป้าหมายการขายยางพาราที่สอดคล้องกับมาตรฐาน EUDR เหลือประมาณ 9 หมื่นตัน เพื่อให้สะท้อนความต้องการของตลาดจริง
  • เร่งยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตยางพารา (Thai Traceability) ให้ครอบคลุม 4 ด้านหลักตามมาตรฐานสากล
  • การพัฒนามาตรฐานมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รักษาส่วนแบ่งตลาดส่งออกในสหภาพยุโรป และช่วยให้เกษตรกรขายยางได้ราคาสูงขึ้น

การยางแห่งประเทศไทย ปรับลดเป้าหมายขายยาง EUDR เหลือราว 9 หมื่นตัน เพื่อสะท้อนความต้องการจริงในตลาด พร้อมเร่งยกระดับมาตรฐาน Thai Traceability ครอบคลุม 4 ด้านหลัก หวังเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และดันราคายางไทยในตลาดโลก 

นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ตามที่ กยท. ได้ทบทวนโครงการสนับสนุนการดำเนินโครงการตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตยางพารา (Traceability) โดยมีการปรับลดเป้าหมายปริมาณยาง EUDR ผ่านตลาด จาก 130,800 ตัน เหลือ 90,826.85 ตัน เนื่องจากการคงเป้าหมายสูงเกินไปจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างตัวเลขเป้าหมายกับความต้องการซื้อจริงในตลาด 

นอกจากนี้ กยท. สนับสนุนให้เพิ่มกิจกรรมสร้างมาตรฐาน Thai Traceability ที่เดิมทำมาอยู่แล้ว โดยประยุกต์ใช้ให้ครอบคลุมมาตรฐานสากล และเพื่อตอบโจทย์สู่การประกาศมาตรฐานระดับชาติที่เป็นเป้าหมายการยกระดับคุณภาพยางพาราของไทยต่อไป เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและรองรับข้อกำหนดทุกมาตรฐาน โดยมุ่งทำให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนในการทำสวนยางทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นการบูรณาการองค์ประกอบจากกฎหมายและมาตรฐานสากลที่มีอยู่เดิม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การตรวจสอบย้อนกลับและความถูกต้องตามกฎหมาย

กยท. หั่นเป้าขายยาง EUDR ลุยยกระดับมาตรฐาน Thai Traceability

การจัดการสวนยางตามหลักการเกษตรที่ดี (GAP) ครอบคลุมการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย การบันทึกข้อมูล และการจัดการสวนอย่างเป็นระบบ การประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิในที่ดิน และการปฏิบัติตามกฎหมาย และการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน โดยนำหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจจากมาตรฐานสากล มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย

นอกจากนี้ กยท. ยังให้ความสำคัญในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของยางพาราทั้งระบบ ซึ่งโครงการ Traceability จะส่งผลดีต่อเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางของไทย ซึ่งจะสร้างโอกาสทางธุรกิจ รักษาตลาดการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป และตลาดโลก อีกทั้งระบบตรวจสอบย้อนกลับจะทำให้เพิ่มมูลค่าผลผลิตและมีความต้องการสูง ที่สามารถขายได้ราคาดีกว่ายางทั่วไป ทำให้สร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย

โครงการ Traceability ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและรักษาตลาดส่งออกหลัก ทั้งในสหภาพยุโรปและตลาดโลก การยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับให้สอดรับกับบริบทของไทย นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้ขายได้ราคาสูงกว่ายางทั่วไปแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และสร้างความมั่นคงให้แก่อุตสาหกรรมยางพาราไทยได้อย่างยั่งยืน