วันพุธ ที่ 30 กันยายน 2569

Login
Login

‘หนี้สาธารณะปี 70’ 69.7% ของจีดีพี ครม.งัดเครื่องมือคุมหนี้ ‘ปริ่มเพดาน’

"ครม." รับทราบคาดการณ์หนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2570 ที่ 69.7% ของจีดีพี เกือบชนเพดานกรอบวินัยการเงินการคลังที่ 70% พร้อมอนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะปี 2570 ด้าน "สบน." เตรียมรับมือตลาดการเงินผันผวนและดอกเบี้ยสูง เน้นใช้เครื่องมือระดมทุนระยะสั้น เช่น ตั๋วเงินคลัง เพื่อบริหารต้นทุน

KEY POINTS

  • ครม. รับทราบคาดการณ์หนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2570 จะอยู่ที่ 69.7% ของจีดีพี เกือบชนเพดานกรอบวินัยการเงินการคลังที่ 70%
  • อนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะปี 2570 ซึ่งประกอบด้วยแผนการก่อหนี้ใหม่ การบริหารหนี้เดิม และแผนการชำระหนี้ เพื่อควบคุมระดับหนี้
  • สัดส่วนหนี้สาธารณะคาดว่าจะแตะระดับสูงสุดในปี 2571 ที่ประมาณ 69% กว่าๆ ก่อนจะทยอยปรับตัวลดลงตามแผนการคลังระยะปานกลาง
  • สบน. เตรียมรับมือตลาดการเงินผันผวนและดอกเบี้ยสูง โดยเน้นใช้เครื่องมือระดมทุนระยะสั้น เช่น ตั๋วเงินคลัง เพื่อบริหารต้นทุน

“หนี้สาธารณะ” ของประเทศถือเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งถึงการดำเนินนโยบายตามกรอบความยั่งยืนทางการคลัง ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยเคยมีระดับหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเพดานหนี้สาธารณะ

แต่หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 หนี้สาธารณะต่อจีดีพีของไทยเพิ่มจากระดับประมาณ 40% ของจีดีพีมาอยู่ที่ 62% ของจีดีพี และเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆจนในปัจจุบันใกล้จะชนเพดานหนี้สาธารณะที่ระดับ 70% ต่อจีดีพี ตามการรายงานของคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งได้รายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 29 ก.ย.อนุมัติและรับทราบ

ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติและรับทราบตามข้อเสนอของคณะกรรมการฯที่ประชุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยได้อนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปี 2570 ประกอบไปด้วย

  1. แผนการก่อหนี้ใหม่ วงเงินรวม 1,262,533.71 ล้านบาท เช่นเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี 2570 จำนวน 7.88 แสนล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี 2569 วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท รวมวงเงิน 8.48 แสนล้าน
     
  2. แผนบริหารหนี้เดิม วงเงิน 1,916,477.79 ล้านบาท เช่น การปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้รัฐบาล ที่ครบกำหนดในปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 1,312,096.99 ล้านบาท และการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้รัฐบาลที่ครบกำหนดในปีงบประมาณ พ.ศ.2571 – 2574 จำนวน 490,383.29 ล้านบาท
     
  3. แผนการชำระหนี้รวม 580,647.07 ล้านบาท เช่น แผนการชำระหนี้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 จำนวน 462,470.31 ล้านบาท

นอกจากนี้ในแผนบริหารหนี้ฯ ปี 2570 ยังมีรัฐวิสาหกิจจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ การเคหะแห่งชาติ และการรถไฟแห่งประเทศไทยที่มีสัดส่วนความสามารถในการหารายได้เทียบกับภาระหนี้ของกิจการ (DSCR) ต่ำกว่า 1 เท่า ที่ขออนุมัติการลงทุนจาก ครม.

รวมทั้งมีรัฐวิสาหกิจอีก 12 แห่งที่ต้องขออนุมัติการกู้เงินเพื่อลงทุนในโครงการ และการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ต่อ ครม.รวมทั้งคณะกรรมการฯ ได้มีการจัดทำแผนความต้องการกู้เงินระยะปานกลาง (2570 - 2574) โดยมีโครงการลงทุนรวม 92 โครงการ และมีวงเงินลงทุนรวมกว่า 706,588.17 ล้านบาท

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้รายงานให้ ครม.รับทราบว่าคาดการณ์ว่าหนี้สาธารณะคงค้างต่อจีดีพีในแผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2570 จะอยู่ที่ 69.70% จากกรอบไม่เกิน 70%

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันทิศทางสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 สัดส่วนจะอยู่ที่ประมาณ 68% ของ GDP และจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 69% ต้นๆ เมื่อถึงสิ้นปีงบประมาณ 2570

โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะจะขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในปีงบประมาณ 2571 ที่ระดับประมาณ 69% กว่า ๆ ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ไม่เกิน 70% ของ GDP หลังจากนั้น สัดส่วนหนี้สาธารณะจะค่อยๆ ทยอยปรับตัวลดลงตามกรอบแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF)

รับมือตลาด ‘ผันผวน-ดอกเบี้ยสูง’

นางจินดารัตน์ กล่าวต่อไปว่า ท่ามกลางสภาวะตลาดการเงินที่ผันผวนและอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น สบน. มีการปรับเปลี่ยนแผนบริหารจัดการหนี้ โดยได้สอบทานความต้องการของตลาดอย่างใกล้ชิดก่อนการออกพันธบัตร

ในการนี้ ได้หันมาใช้กลยุทธ์โดยเน้นการใช้เครื่องมือระดมทุนระยะสั้นไปก่อน เช่น ตั๋วเงินคลัง (T-Bill), ตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) และ Term Loan เพื่อบริหารต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและไม่สร้างภาระแก่ภาครัฐเกินไป ก่อนพิจารณาปรับโครงสร้างเป็นหนี้ระยะยาวเมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย

นอกจากนี้ โครงสร้างพอร์ตหนี้สาธารณะในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากความผันผวนของดอกเบี้ยค่อนข้างน้อย เนื่องจากสัดส่วนหนี้เดิมส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ระยะยาวสูงถึง 89% โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของพอร์ตหนี้ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.6%

ทั้งนี้ สำหรับการระดมทุนรอบใหม่ สบน. อาจพิจารณาปรับลดอายุพันธบัตรให้สั้นลงตามสภาวะตลาด

คืบหน้า พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน รอบอร์ดกลั่นกรองพิจารณา

สำหรับการดำเนินงานตาม พ.ร.ก. วงเงิน 400,000 ล้านบาท สบน. ได้กำหนดแนวทางการกู้ยืมระยะสั้นทยอยกู้ตามความก้าวหน้าและการเบิกจ่ายจริงของโครงการ โดยมุ่งเน้นสนับสนุนโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เช่น โครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน และการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระบบขนส่งสาธารณะ

โดยต้องเสนอโครงการเข้ามาให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ วงเงิน 400,000 ล้านบาท ก่อน 30 ก.ย. 2569 และเมื่อได้รับการอนุมัติแล้วมีกรอบระยะเวลาเบิกจ่ายจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2570