วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

‘สบน.’ เปิดแผนบริหารหนี้ปี 70 วงเงินกู้ใหม่ 1.26 ล้านล้าน ยันยังไม่เกินเพดาน 70%

"สบน." เปิดแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบฯ 2570 ก่อหนี้ใหม่ 1.26 ล้านล้านบาท ดันหนี้สาธารณะต่อจีดีพีแตะจุดสูงสุด 69% ปี 71 แต่ยังไม่เกินเพดาน 70% เร่งปรับกลยุทธ์รับมือตลาดพันธบัตรผันผวน-ดอกเบี้ยสูง หันระดมทุนระยะสั้นผ่าน T-Bill, ตั๋ว P/N, และ Term Loan ก่อนปรับโครงสร้างเป็นหนี้ระยะยาวเมื่อสภาวะตลาดอำนวย

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า แผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2570 ประกอบด้วย 3 แผนหลัก ได้แก่ แผนการก่อหนี้ใหม่ วงเงิน 1.26 ล้านล้านบาท, แผนการบริหารหนี้เดิม หรือการปรับโครงสร้างหนี้ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท และ แผนการชำระหนี้ วงเงิน 580,000 ล้านบาท

เปิดประมาณการหนี้สาธารณะ ยันไม่เกินกรอบวินัยการคลัง

สำหรับทิศทางสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือหนี้สาธารณะต่อจีดีพี สบน. ประเมินว่า ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 สัดส่วนจะอยู่ที่ประมาณ 68% ของจีดีพี และจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 69% ต้น ๆ เมื่อถึงสิ้นปีงบประมาณ 2570

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในปีงบประมาณ 2571 ที่ระดับประมาณ 69% กว่า ๆ ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ไม่เกิน 70% ของจีดีพี หลังจากนั้น สัดส่วนหนี้สาธารณะจะค่อยๆ ทยอยปรับตัวลดลงตามกรอบแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF)

‘สบน.’ เปิดแผนบริหารหนี้ปี 70 วงเงินกู้ใหม่ 1.26 ล้านล้าน ยันยังไม่เกินเพดาน 70%

ระดมทุนระยะสั้น รับมือตลาด ‘ผันผวน-ดอกเบี้ยสูง’

นางจินดารัตน์ กล่าวต่อไปว่า ท่ามกลางสภาวะตลาดการเงินที่ผันผวนและอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น สบน. มีการปรับเปลี่ยนแผนบริหารจัดการหนี้ โดยได้สอบทานความต้องการของตลาดอย่างใกล้ชิดก่อนการออกพันธบัตร

ในการนี้ ได้หันมาใช้กลยุทธ์โดยเน้นการใช้เครื่องมือระดมทุนระยะสั้นไปก่อน เช่น ตั๋วเงินคลัง (T-Bill), ตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) และ Term Loan เพื่อบริหารต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและไม่สร้างภาระแก่ภาครัฐเกินไป ก่อนพิจารณาปรับโครงสร้างเป็นหนี้ระยะยาวเมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย

นอกจากนี้ โครงสร้างพอร์ตหนี้สาธารณะในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากความผันผวนของดอกเบี้ยค่อนข้างน้อย เนื่องจากสัดส่วนหนี้เดิมส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ระยะยาวสูงถึง 89% โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของพอร์ตหนี้ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.6%

ทั้งนี้ สำหรับการระดมทุนรอบใหม่ สบน. อาจพิจารณาปรับลดอายุพันธบัตรลงให้สั้นลงตามสภาวะตลาด

คืบหน้ากู้เงิน พ.ร.ก. 4 แสนล้าน รอเข้าบอร์ดกลั่นกรอง

สำหรับแผนการกู้เงินตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ วงเงิน 400,000 ล้านบาท ในส่วน 200,000 ล้านบาทแรก เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงานนั้น สบน. ได้ดำเนินการกู้ยืมและเบิกจ่ายในช่วงที่ผ่านมาจนเกือบเต็มวงเงินแล้ว โดยคงเหลือวงเงินเพียงหลักพันล้านบาทเท่านั้น

โดย สบน. ได้ระดมทุนงวดล่าสุดประมาณ 30,000–40,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการช่วยเหลือประชาชนอย่าง “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการกู้ยืมเพื่อให้เงินส่งตรงถึงมือประชาชนตามแผนงาน

ในส่วนของแนวทางการกู้ยืมสำหรับวงเงินส่วนหลังอีก 200,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในแผนการบริหารหนี้ประจำปีงบฯ 2570 สบน. จะใช้วิธีทยอยกู้ตามความก้าวหน้าและการเบิกจ่ายจริงของโครงการ โดยมุ่งเน้นสนับสนุนโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เช่น โครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน และการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระบบขนส่งสาธารณะ

ซึ่งต้องเสนอโครงการเข้ามาให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้ พ.ร.ก.400,000 ล้านบาท ก่อน 30 ก.ย. 2569 และเมื่อได้รับการอนุมัติแล้วมีกรอบระยะเวลาเบิกจ่ายจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2570

ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้ปรับเปลี่ยนวงเงิน 200,000 ล้านบาทหลัง ไปใช้ในการแก้ปัญหาวิกฤตอุทกภัยหรือน้ำท่วมในหลายพื้นที่นั้น นางจินดารัตน์ ชี้แจงว่า ต้องยึดถือตามกฎหมายเป็นหลักเนื่องจาก พ.ร.ก. กู้เงินได้ระบุวัตถุประสงค์ไว้อย่างชัดเจนและมีบัญชีแนบท้ายที่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาแล้ว จึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือโอนย้ายวงเงินไปใช้ในภารกิจอื่นนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดไว้ได้