วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สมาคมทองชงนายกฯ เบรกรีดภาษี หวั่นทุบตลาด ดันสิงคโปร์ผงาด Gold Hub

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท MTS Gold หรือ "แม่ทองสุก" เปิดเผยถึงสถานการณ์ และข้อกังวลต่อวิกฤติอุตสาหกรรมทองคำไทยว่า ทางสมาคมค้าทองคำได้มีการประชุมหารือกันหลายครั้ง และล่าสุดได้ดำเนินการยื่นหนังสือไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อขอเข้าพบท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะได้รับนัดหมายในเร็วๆ นี้ 

“สมาคมฯ เตรียมหารือนายกฯ เพื่อชี้แจง และทักท้วงรัฐบาล และหน่วยงานกำกับดูแลหลายส่วนมีแนวคิดจะจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายทองคำ ไม่ว่าจะเป็นภาษีจากการนำเข้าผ่านกรมศุลกากร ภาษีกำไรส่วนทุน (Capital Gain) หรือภาษีจากการเทรดดิ้ง”

นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า การเข้ามาตั้งระบบจัดเก็บภาษีในลักษณะนี้จะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ (Ecosystem) ของตลาดทองคำไทยที่ดีอยู่แล้วให้สูญเสียไป แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะมีโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการซื้อขายทองคำที่ดีเยี่ยม แต่ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนสามารถเลือกไปซื้อขายที่ใดก็ได้เพื่อความสะดวก

"ดังนั้นหากมีการบังคับใช้ระบบภาษีดังกล่าวจริง จะเป็นการทำลายอุตสาหกรรม และทำให้ไทยสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิงคโปร์"

บทเรียนจากอดีต ดันสิงคโปร์ขึ้นโกลด์ฮับ 

เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2558 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พยายามเข้ามาควบคุมอย่างเข้มงวด ซึ่งในที่สุดได้บีบให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องหนีไปเปิดสาขา และสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศสิงคโปร์ 

โดยตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้วางระบบอย่างแข็งแกร่งโดยมีการรองรับจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้ประกาศตัวเป็นศูนย์กลางทองคำ (Gold Hub) อย่างเป็นทางการ โดยมีกลุ่มผู้ประกอบการไทยเป็นกำลังหลักของระบบทองคำในสิงคโปร์ที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

นพ.กฤชรัตน์ เน้นย้ำถึงความแตกต่างทางนโยบายว่า ระบบโกลด์ฮับของสิงคโปร์จะเริ่มบังคับใช้จริงราวๆ เดือนพฤศจิกายน นี้ ซึ่งนอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแล้ว ยังมีมาตรการดึงดูดโดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่ไปตั้งบริษัทในสิงคโปร์ และมีปริมาณการซื้อขายในระดับสูง ในขณะที่ประเทศไทยกลับกำลังคิดที่จะเก็บภาษีเพิ่มเติม ซึ่งสวนทางกับประเทศอื่นที่พยายามลดภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุน

วอลุ่มเทรดไทยวูบ 50% เซ่นเกณฑ์คุมเข้ม ธปท. 

นอกจากประเด็นเรื่องภาษีแล้ว ปัจจุบันอุตสาหกรรมทองคำไทยยังเผชิญกับปัญหาปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่ลดลงอย่างหนัก โดยนับตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม ที่ผ่านมา วอลุ่มในตลาดหดตัวลงไปมากกว่า 50% สาเหตุหลักเกิดจากการที่นักลงทุนรายใหญ่หายไปจากตลาด เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ประมาณ 14 เจ้าถูกควบคุมอย่างใกล้ชิดจาก ธปท. ด้วยเหตุผลด้านการป้องกันการฟอกเงิน (ปปง.)

ข้อจำกัดดังกล่าวยังส่งผลให้ปริมาณการส่งออกทองคำไปยังประเทศกัมพูชาในปัจจุบันกลายเป็นศูนย์ โดยยอดธุรกรรมทั้งหมดเทไปอยู่ที่ฮ่องกง และสิงคโปร์แทน เนื่องจากฝั่งไทยมีความกังวลเรื่องกฎเกณฑ์การฟอกเงินต่างๆ

แม้ว่าการทำธุรกรรมนำเข้า และส่งออกของเอกชนจะถูกต้องตามหลักการของธนาคารทุกประการ แต่ ธปท. ยังคงมีมุมมองว่าการซื้อขายทองคำเป็นปัจจัยที่ทำให้ระบบการแลกเปลี่ยนเงินบาทมีความผันผวนสูง ซึ่งถือเป็นมุมมองที่แตกต่างจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่มักจะส่งเสริมให้มีระบบการเทรดดิ้งอยู่ภายในประเทศ

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์