กกพ.ปักหมุด SMR ในแผน PDP ดันพลังงานสะอาดสู้ศึก “ภูมิรัฐศาสตร์” กฟผ.หนุนเสริมความมั่นคงพลังงานสะอาด รองรับ Data Center-AI ตามร่างแผน PDP คาดอีก 10 ปีเกิด เร่งประเมินพื้นที่ คุมเข้ม 3 ปัจจัยความปลอดภัย บี.กริม ปักหมุดใน EEC ห่วงไทยตกขบวน "บ้านปู" ลงทุนเวนเจอร์แคป SMR สหรัฐ ชี้เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ยืนยันระบบไฟฟ้าไทยพร้อมรองรับโครงสร้าง
KEY POINTS
- กกพ. เตรียมบรรจุโรงไฟฟ้า SMR ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ เพื่อเป็นตัวเลือกทางยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก
- กฟผ. เดินหน้าศึกษาเทคโนโลยี SMR โดยลงนามรับทุน 2 ล้านดอลลาร์จากสหรัฐ (USTDA) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ และยังร่วมมือกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจากอุตสาหกรรม Data Center และ AI
- ภาคเอกชนขานรับนโยบาย โดย บี.กริม เพาเวอร์ เตรียมร่วมมือกับพันธมิตรยุโรปศึกษาการลงทุนในพื้นที่ EEC ขณะที่ บ้านปู ได้ลงทุนในเทคโนโลยี SMR ของสหรัฐผ่าน Venture Capital แล้ว และพร้อมศึกษาโอกาสในไทย
- การผลักดัน SMR ถูกมองว่าจำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย เพื่อให้มีพลังงานสะอาดที่มั่นคงตลอด 24 ชั่วโมง และป้องกันไม่ให้ไทยตกขบวนเทคโนโลยีพลังงานใหม่เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
เวทีการประชุมระดับโลกด้านพลังงาน Gastech 2026 วันที่ 14-17 ก.ย.2569 มีผู้เข้าร่วมเสวนาพูดถึงเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR) แพร่หลายเพื่อรองรับ Data Center-AI ที่ต้องการไฟฟ้ามหาศาล
สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) วางแนวทางขับเคลื่อนนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ของไทยท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงาน โดย SMR กำลังกลายเป็นตัวเลือกทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า เทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR เป็นตัวเลือกสำคัญและเป็นเทคโนโลยีที่หลายประเทศทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น จีนและยุโรปสนใจติดตามและเร่งพัฒนาใกล้ชิด
สำหรับไทยได้หารือถึงแนวทางบรรจุ SMR ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) โดยสัดส่วน SMR ใน PDP ขึ้นกับการตัดสินใจระดับนโยบาย
ดร.พูลพัฒน์ กล่าวว่า หากไทยเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด SMR จะมีบทบาทสำคัญมากเป็นพลังงานฐานเพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าที่มั่นคง มีเสถียรภาพและผลิตได้ต่อเนื่อง โดยการบรรจุ SMR ในแผน PDP เป็นความจำเป็นเพื่อทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานฟอสซิล และลดผลกระทบภูมิรัฐศาสตร์
ชี้เทคโนโลยีรุดหน้า “ปลอดภัยสูง"
รวมทั้งจากการติดตามเทคโนโลยี SMR ทำให้เข้าใจแนวทางการพัฒนาหลายรูปแบบทั้งการติดตั้งบนดินและรูปแบบการติดตั้งบนเรือ สำหรับ SMR แบบติดตั้งบนเรือเมื่อหมดอายุการใช้งาน เคลื่อนย้ายเรือออกไปจากพื้นที่ได้ทันที
นอกจากนี้ SMR มีความก้าวหน้ามาก โดยเฉพาะการดูแลสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความปลอดภัยและระบบบริหารจัดการกากเชื้อเพลิงหลังการผลิตไฟฟ้า ซึ่งไทยต้องพิจารณาและศึกษารายละเอียดจากเจ้าของเทคโนโลยีเพื่อสร้างความมั่นใจทั้งความมั่นคง ความต่อเนื่องของการผลิตไฟฟ้า และการควบคุมราคาให้เหมาะสม
ถอดบทเรียน “จีน-ญี่ปุ่น-สหรัฐ” ต้นทุนลดลง
รวมทั้ง SMR ในต่างประเทศก้าวหน้า ได้แก่ จีน และ ญี่ปุ่น โดยลดขนาดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ดังนั้น การปรับเป็น SMR ใช้พื้นที่ก่อสร้างลดลง ซึ่งควบคุมดูแลและสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้ประชาชนรอบโรงไฟฟ้าง่ายขึ้น ขณะเดียวกันต้นทุน SMR มีทิศทางลดลง ขณะที่การขนส่งเชื้อเพลิงและจัดเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้วมีระบบควบคุมชัดเจน
ส่วนประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ เป็นต้นแบบการพัฒนาตั้งแต่ยุคแรกและพัฒนาต่อเนื่อง ดังนั้น ไทยควรนำแนวทางทุกค่ายมาเปรียบเทียบเพื่อให้มั่นใจเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับไทย
กฟผ.จับมือสหรัฐศึกษา SMR
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า SMR เป็นตัวเลือกเทคโนโลยีสำคัญที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงานยั่งยืน ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีจุดเด่นสำคัญที่ความยืดหยุ่นและเดินเครื่องได้ทันทีและผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ คุณสมบัติดังกล่าวสำคัญต่อการเติบโตอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Data Center และเทคโนโลยี AI ซึ่งต้องการไฟฟ้ามหาศาลและต้องการพลังงานสีเขียวที่มีความเสถียร มั่นคงสูง และไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และทำให้ SMR เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์
รวมทั้ง ล่าสุดในงาน Gastech 2026 กฟผ.ลงนามความตกลงรับทุนสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นโครงการโรงไฟฟ้า SMR กับองค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐ (USTDA) วงเงิน 2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนและการศึกษาในอาเซียนเพื่อศึกษาคัดเลือกเทคโนโลยี SMR ที่เหมาะสมกับไทย ซึ่ง กฟผ.ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากนวัตกรรมสหรัฐ
ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าไทยสูงขึ้นต่อเนื่อง การนำ SMR มาเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าระยะยาวจะสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้า และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม
“นอกจากสหรัฐแล้ว กฟผ.มีความร่วมมือกับประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยเปิดกว้างพิจารณาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุด”
กางร่างแผน PDP ดึงผู้เชี่ยวชาญรับการเติบโต
สำหรับร่างแผน PDP บรรจุกำลังการผลิตไฟฟ้า SMR ไว้ที่ 3,000-9,000 เมกะวัตต์ ซึ่ง กฟผ.เตรียมความพร้อมทั้งกฎหมาย การบริหารจัดการ และการพัฒนาบุคลากรที่มีกำลังคนมีความรู้เทคโนโลยีนิวเคลียร์อยู่แล้ว จากโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่เมื่อ 10 ปีก่อน แม้จะชะลอไปแต่ได้อบรมยกระดับทักษะต่อเนื่องเพื่อให้พร้อมรับ SMR
ส่วนการยอมรับจากสาธารณชนได้นำบทเรียนมาปรับใช้ โดยเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจตั้งแต่เยาวชนผ่านการสนับสนุนหลักสูตร STEM (Science, Technology, Engineering, and Mathematics) ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ SMR เพื่อให้สังคมและเด็กรุ่นใหม่เข้าใจพลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานที่มีความปลอดภัย และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก
กางกรอบเวลา 10 ปี รอความพร้อมกฎหมาย
นายนรินทร์ กล่าวว่า การประเมินกรอบเวลาจะใช้เวลา 10 ปีนับจากนี้ เพราะต้องเตรียมความพร้อมหลายด้าน โดยเฉพาะด้านกฎหมาย
และการคัดกรองเทคโนโลยี ซึ่งโครงสร้างกฎหมายและการกำกับดูแลต้องมีหน่วยงานมาร่วมรับผิดชอบและยกร่างกฎหมายรองรับ เช่น สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
สำหรับความคืบหน้าการเลือกที่ตั้งปัจจุบัน กฟผ.ศึกษาหลายพื้นที่พบข้อดีและข้อเสียไม่เหมือนกัน ส่งผลให้ กฟผ. ต้องจัดให้มีการประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อคัดเลือกพื้นที่ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด
เปิด 3 ปัจจัยหลักคัดเลือกพื้นที่ คุมความปลอดภัย
ทั้งนี้ การพิจารณาที่ตั้งโรงไฟฟ้า SMR มีปัจจัยพึงระวังและข้อห้ามสำคัญด้านความปลอดภัยประกอบการตัดสินใจ 3 ข้อ ได้แก่
1.ความหนาแน่นของประชากร บริเวณที่มีประชากรตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างหนาแน่นจะไม่สามารถตั้งโรงไฟฟ้าได้ แม้กระทั่งพื้นที่ภายในนิคมอุตสาหกรรม ก็ต้องนำมาพิจารณาโดยละเอียดว่ามีปัจจัยเรื่องจำนวนประชากรเกินกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยหรือไม่
2.ความเสี่ยงแผ่นดินไหว ถือเป็นข้อห้ามและปัจจัยหลักที่ต้องตรวจสอบความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด
3.ระบบน้ำระบายความร้อน การตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำจะช่วยเรื่องการระบายน้ำได้ดี แม้เทคโนโลยีปัจจุบันใช้ปริมาณน้ำลดลงแล้วก็ตาม ทั้งนี้ หากพิจารณาใช้น้ำทะเลเป็นแหล่งน้ำระบายความร้อนต้องจัดทำระบบรองรับเพิ่มเติม
BGRIM เร่งศึกษา SMR นำร่อง EEC
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมลงนามบันทึกความร่วมมือกับพันธมิตรยุโรป เพื่อศึกษาความเป็นไปได้นำ SMR มาใช้จริง โดยระยะแรกเน้นศึกษาองค์ความรู้ ประสบการณ์ และการยอมรับจากภาคประชาชน อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างเทคโนโลยีร่วมกับพันธมิตรจากยุโรปและจีน
สำหรับพื้นที่เป้าหมายมองที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมที่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนที่เข้าใจการใช้พลังงานรูปแบบอุตสาหกรรม และที่สำคัญลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม 80% เป็นกลุ่มทุนญี่ปุ่นที่คุ้นเคยพลังงานนิวเคลียร์ทำให้พร้อมเปิดรับเทคโนโลยี SMR ง่ายกว่าพื้นที่อื่น
ส่วนเชิงเทคนิคปัจจุบันในระบบมีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่ออุตสาหกรรม 9,000 เมกะวัตต์ ซึ่งขนาดกำลังการผลิต SMR ที่ระดับ 300-400 เมกะวัตต์ ใกล้เคียงขนาดโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเดิม 200-300 เมกะวัตต์ จึงเป็นไปได้ทางเทคนิคที่จะเปลี่ยนจากระบบกังหันก๊าซเป็น SMR
รวมทั้งใช้กังหันไอน้ำและโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ถือว่ามีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ซึ่งอนาคตเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนได้และการปรับเปลี่ยนไม่น่ามีปัญหา
SMR ตอบโจทย์ Data Center
นายนพเดช กล่าวว่า ความต้องการพลังงานไฟฟ้าสำคัญต่อการเติบโตของ Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยผู้ประกอบการ Data Center ยินดีรับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น เพื่อแลกความมั่นคงและเสถียรภาพระบบพลังงาน ซึ่งปัจจัยสำคัญสุดสำหรับ Data Center และ AI ไม่ใช่เพียงพลังงานสะอาดแต่ต้องการความมั่นคงและเพียงพอของระบบไฟฟ้า
ดังนั้น เทคโนโลยี SMR ผนวกกับก๊าซธรรมชาติ LNG และระบบไมโครกริดจะเป็นโซลูชันตอบโจทย์ได้แท้จริง โดยปัจจุบัน BGRIM ได้ร่วมมือกับพันธมิตรศึกษารายละเอียดรองรับระบบโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของ Data Center
‘บ้านปู’ พร้อมลุย SMR หากไทยเปิดทาง
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ล้านปูศึกษาเทคโนโลยี SMR โดยลงทุนผ่านฝั่ง Venture Capital ในเทคโนโลยีของสหรัฐ ส่วนการลงทุนในไทยยังไม่เริ่มแต่หากอนาคตมีความพร้อมและมีโอกาสจะเข้าไปดำเนินการ
นายสินนท์ กล่าวว่า SMR เป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่สุดและจ่ายไฟฟ้าได้เสถียรตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากระดับราคาปรับลดลงมาได้ในอนาคต ก็น่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เป็นตัวเปลี่ยนโลกได้
ส่วนประเด็นร่าง PDP ฉบับใหม่หากมองการวางแผนพลังงานระยะยาวอีก 20-30 ปี การบรรจุ SMR ในแผนเป็นเรื่องจำเป็นเพราะเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ราคาถูกลงและเป็นไปได้เชิงปฏิบัติมากขึ้น ซึ่งหากไทยไม่เร่งวางแผนจะตามไม่ทันประเทศเพื่อนบ้าน
“ประเด็นสัดส่วนในแผน PDP ต้องให้ภาครัฐเป็นผู้ตอบคำถามหลัก แต่หากไทยมีความพร้อม บ้านปูก็พร้อมศึกษาเพราะเห็นโอกาส” นายสินนท์ กล่าว
ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าไทยมีมาตรฐานดี ซึ่งหากนำ SMR มาเสริมในระบบจะไม่พบปัญหาเชิงโครงสร้างการจ่ายไฟ แต่ประเด็นอื่นเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันทำงานและเตรียมความพร้อม





