"รมว.ช่วยพลังงานสหรัฐ" เผยความต้องการไฟฟ้าในสหรัฐ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของ AI และดาต้าเซ็นเตอร์
ผลักดันการนำเตาปฏิกรณ์ขนาดใหญ่กลับมาใช้งาน รวมถึงการเร่งพัฒนาเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อเป็นพลังงานฐานรองรับ
นายเจมส์ แพทริค แดนลีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐ เปิดเผยในงาน Gastech 2026 หัวข้อ “AI, electrification, and the grid imperative” ว่า ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในสหรัฐที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน เป็นผลมาจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง AI ดาต้าเซ็นเตอร์ ผลักดันให้สหรัฐต้องเดินหน้าเชิงรุกบริหารพลังงานอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ ต้องมีการจัดหาพลังงานที่เข้าถึงได้ มั่นคง และปลอดภัย โดยมาตรการเร่งด่วนประกอบด้วย การเปลี่ยนสายส่งเพื่อลดจุดคอขวด การชะลอการปลดระวางโรงไฟฟ้าเดิม การนำเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่ 3 เครื่องกลับมาใช้งาน และการเร่งพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) จำนวน 4 เครื่อง เพื่อจ่ายพลังงานฐานแก่ศูนย์ข้อมูล เพื่อรักษาเสถียรภาพและกระจายความเสี่ยงของระบบไฟฟ้าโดยรวม
นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐได้ผลักดันข้อตกลง “White House Ratepayer Protection Pledge” ซึ่งกำหนดว่าเมื่อมีความต้องการไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์เข้าสู่ระบบ ผู้พัฒนาจะต้องจัดหากำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เข้ามาเติมในระบบให้มากกว่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand)
นายเจมส์ ยังกล่าวด้วยว่า ความเข้าใจผิดที่สำคัญในวงการพลังงาน คือ พลังงานหมุนเวียนราคาถูกเป็นสิ่ง “ลวงตา” เพราะไม่ว่าอย่างไรระบบไฟฟ้าจำเป็นต้องมีพลังงานฐาน (Baseload) ที่มั่นคงและสั่งจ่ายได้ตลอดเวลาในช่วงที่ไม่มีแสงแดดหรือลม
ดังนั้น หากพลังงานหมุนเวียนเข้ามาในระบบเกินสัดส่วนที่เหมาะสม ผู้บริโภคจะต้องจ่ายเงินซ้ำซ้อนทั้งโครงสร้างพื้นฐานสายส่ง และการสำรองพลังงาน
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนในกระบวนการออกใบอนุญาตยังเป็นอุปสรรคหลักที่ถ่วงรั้งการลงทุนสายส่งและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ซึ่งสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายและต้นทุนแก่ผู้ลงทุน ในทางกลับกัน ก๊าซธรรมชาติ LNG ของสหรัฐยังคงเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของโลก
“อเมริกาเปิดกว้างสำหรับการทำธุรกิจ หากคุณต้องการก๊าซของเรา แขนของเราเปิดกว้างอ้ารับ เข้ามาหาเราแล้วเราจะจัดหาให้คุณ นี่ไม่ใช่แค่เพราะเรามีก๊าซจำนวนมาก แต่เต็มใจที่จะเพิ่มปริมาณก๊าซที่เราส่งออกด้วย เราเพิ่มเป็นสองเท่า เพิ่มเป็นสองเท่าอีกครั้ง และกำลังจะเพิ่มเป็นสองเท่าอีกครั้งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ในปี 2025 เราเพิ่งอนุมัติเพิ่มอีกกว่า 1.7 หมื่นล้านลูกบาศก์ฟุต ดังนั้นเราพร้อมที่จะทำมัน แรงจูงใจที่จะจัดหาพลังงานให้โลกเกิดขึ้นจริง”





