CPF เดินหน้าโครงการ “Partner to Grow” ปีที่ 4 ชูแนวคิด “AI Plus Partner to Grow” วางรากฐานข้อมูลดิจิทัลให้คู่ค้า นำเทคโนโลยีและ AI เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนส่วนเกิน เสริมศักยภาพ SME ไทยให้รับมือความผันผวนและแข่งขันได้ในห่วงโซ่อุปทานโลก
KEY POINTS
- ซีพีเอฟ (CPF) เดินหน้าโครงการ “Partner to Grow” ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด ‘AI Plus Partner to Grow’ เพื่อนำเทคโนโลยีและ AI มาสนับสนุนคู่ค้า SME
- ส่งเสริมให้ SME นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเสริมความแข็งแกร่งให้ซัพพลายเชน
- มีกรณีศึกษาความสำเร็จของคู่ค้าที่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้จนสามารถยกระดับคุณภาพสินค้าสู่มาตรฐานสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้
การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารไม่ได้วัดกันเพียงศักยภาพของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของพันธมิตรตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ โรงงานแปรรูป ไปจนถึงผู้ค้ารายย่อย ซึ่งต้องสามารถส่งมอบสินค้าและวัตถุดิบที่มีคุณภาพได้อย่างสม่ำเสมอ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จึงเดินหน้าโครงการ “Partner to Grow…เติบโต เคียงข้าง” หรือแนวคิด “พี่ช่วยน้อง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการมาสนับสนุนคู่ค้า SME และซัพพลายเออร์หลายพันรายให้เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- เปิดแนวคิด ‘AI Plus Partner to Grow’ ติดอาวุธดิจิทัลคู่ค้า
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี CPF ยกระดับโครงการสู่แนวคิด “AI Plus Partner to Grow” โดยนำ Supplier Portal แชตบอต และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลมาเชื่อมโยงข้อมูลด้านมาตรฐานสินค้า คุณภาพ การส่งมอบ และการบริหารสต็อก เพื่อช่วยให้คู่ค้าตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
ทศพร เพ็ชรโปรี ผู้บริหารสูงสุดด้าน Supply Chain Technology and Quality ของ CPF กล่าวว่า โลกธุรกิจวันนี้เผชิญความผันผวนหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
บริษัทขนาดใหญ่มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ใหม่ได้รวดเร็วกว่า ขณะที่ SME และธุรกิจครอบครัวบางส่วนอาจยังเข้าไม่ถึงเครื่องมือเหล่านี้ หรือยังไม่เห็นภาพชัดเจนว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจได้อย่างไร
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของ ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF ที่มองว่า AI และเทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแย่งงานคน แต่เป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มศักยภาพของบุคลากรและองค์กร
นอกจากพัฒนาทักษะของบุคลากรภายในแล้ว CPF ยังนำความรู้ ประสบการณ์ และกรณีศึกษาจากการใช้งานจริงไปต่อยอดให้คู่ค้าภายนอก เพื่อช่วยให้ SME เลือกใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมกับขนาดและบริบทของธุรกิจ
- วางฐานข้อมูลดิจิทัล ก่อนต่อยอดสู่ AI
สำหรับ SME การก้าวเข้าสู่ AI ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทันที เนื่องจากประสิทธิภาพของ AI ขึ้นอยู่กับความพร้อมและคุณภาพของข้อมูล โจทย์แรกจึงเป็นการเปลี่ยนกระบวนการทำงานและข้อมูลที่บันทึกด้วยเอกสารหรือแรงงานคนให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล หรือ Offline to Online
หนึ่งในกรณีศึกษาคือ บริษัท ชัยเจริญเฟรช จำกัด ผู้ผลิตผักสด เช่น ใบกะเพราและโหระพา ซึ่งเดิมบริหารพื้นที่เพาะปลูกและวางแผนส่งมอบสินค้าด้วยการจดบันทึกลงสมุด ก่อนพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับคำนวณพื้นที่ปลูกให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ คาดการณ์ผลผลิต และวางแผนการใช้ปุ๋ย โดยสามารถติดตามและควบคุมการทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือได้สะดวกขึ้น
การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางแผน ลดต้นทุน และควบคุมปริมาณผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ขณะเดียวกัน CPF ยังเข้าไปสนับสนุนการวางระบบการทำงาน เพื่อให้ผักสดที่ส่งมอบมีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด
ปัจจุบัน ชัยเจริญเฟรชสามารถพัฒนาโรงงานคัดและตัดแต่งผักสดให้ผ่านมาตรฐาน GHP และ HACCP พร้อมต่อยอดการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำกิ่ง ก้าน และดอกกะเพราที่เหลือจากกระบวนการผลิตไปศึกษาร่วมกับห้องปฏิบัติการ เพื่อสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยและจำหน่ายกลับให้ CPF สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุที่เคยเป็นของเหลือ
การพัฒนาดังกล่าวยังเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยกว่า 100 ราย ให้ได้รับความรู้ด้านการปลูกกะเพราปลอดสารเคมีตามมาตรฐาน GAP ช่วยยกระดับทักษะการผลิต คุณภาพสินค้า และโอกาสทางรายได้ของเกษตรกรในเครือข่าย
- เสริมศักยภาพรอบด้าน รับมือกติกาธุรกิจใหม่
ปัจจุบัน CPF มีคู่ค้าในส่วนงานจัดซื้อประมาณ 5,000 ราย โดยเกือบ 75% เป็นผู้ประกอบการ SME ความแข็งแกร่งของคู่ค้าจึงมีผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องในการผลิต คุณภาพสินค้า และศักยภาพการแข่งขันของห่วงโซ่อุปทานโดยรวม
นอกจากการส่งมอบวัตถุดิบให้ได้ตามคุณภาพ ปริมาณ และมาตรฐานที่กำหนดแล้ว คู่ค้ายังต้องเตรียมพร้อมรับความคาดหวังใหม่ของตลาด ทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต การบริหารต้นทุน การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม
CPF จึงนำความเชี่ยวชาญของบริษัทและเครือข่ายพันธมิตรมาช่วยให้ SME เข้าถึงความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสในการพัฒนา เพื่อให้สามารถปรับตัวและเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว
- พลิกโฉมธุรกิจครอบครัว สู่โรงงานมาตรฐานสากล
นอกจากองค์ความรู้ต่างๆ แล้ว CPF ยังส่งเสริมการนำเทคโนโลยีเข้าไปเสริมศักยภาพคู่ค้าภาคการผลิต เปลี่ยนกระบวนการแบบดั้งเดิมสู่ระบบที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และรองรับมาตรฐานสากล
หนึ่งในกรณีศึกษาคือ โรงงานผลิตแผ่นเต้าหู้สำหรับห่อไก่จ๊อ ซึ่งเริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัว เดิมใช้แรงงานคนช้อนแผ่นเต้าหู้จากกระทะใบบัว ส่งผลให้กำลังการผลิตมีข้อจำกัด และแผ่นเต้าหู้บางส่วนเกิดรอยไหม้จนไม่ผ่านข้อกำหนดของตลาดส่งออกญี่ปุ่น
CPF เข้าไปสนับสนุนการปรับกระบวนการผลิตสู่ระบบอัตโนมัติ ช่วยให้สินค้าได้คุณภาพสม่ำเสมอ เพิ่มกำลังการผลิต ลดของเสีย และเสริมขีดความสามารถของโรงงานในการรองรับมาตรฐานระดับสากล เพิ่มโอกาสก้าวสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
- ปั้นต้นแบบ ขยายผลสู่คู่ค้าทั้งระบบ
ด้วยจำนวนคู่ค้าหลายพันราย การยกระดับทั้งหมดพร้อมกันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย CPF เลือกเริ่มจากกลุ่มสินค้าและคู่ค้าหลักที่มีความพร้อม รวมถึงเปิดรับการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน
เมื่อโครงการนำร่องสามารถแสดงผลลัพธ์ที่วัดได้ ทั้งด้านยอดขาย ต้นทุน ประสิทธิภาพการผลิต และคุณภาพสินค้า กรณีเหล่านี้จะถูกพัฒนาเป็นต้นแบบ เพื่อให้คู่ค้ารายอื่นเห็นโอกาสและนำแนวทางไปปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของตนเอง
การแข่งขันของโลกธุรกิจวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่าง “บริษัทกับบริษัท” แต่กำลังเปลี่ยนเป็นการแข่งขันระหว่าง “ห่วงโซ่คุณค่ากับห่วงโซ่คุณค่า”
Partner to Grow จึงมีบทบาทมากกว่าโครงการพัฒนาคู่ค้า แต่เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศธุรกิจ ผ่านการยกระดับข้อมูล เทคโนโลยี กระบวนการผลิต และการบริหารต้นทุน เพื่อให้ SME ไทยรับมือกับความผันผวน เติบโตไปพร้อมกับองค์กรขนาดใหญ่ และแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก





