วันอังคาร ที่ 15 กันยายน 2569

Login
Login

วิกฤติตะวันออกกลาง ดันน้ำมันผันผวน แต่เส้นทางขนส่งยังมีทางออก

อัปเดตสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ยังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ตึงเครียด ส่งผลให้เส้นทางการขนส่งทางทะเลมีความเสี่ยง ผู้ประกอบการบางส่วนจึงต้องปรับรูปแบบการขนส่งน้ำมัน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี

สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ Dubai ในเดือนสิงหาคมยังคงผันผวน โดย ราคาน้ำมัน เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 77-98 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยนักวิเคราะห์กลุ่ม PRISM คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Dubai ในช่วงเดือน ก.ย.–ต.ค. 2569 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 75-85 ดอลลาร์/บาร์เรล

ปัจจัยหลัก คือ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่แม้ในช่วงต้นเดือน ส.ค. จะมีความพยายามเจรจาเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและข้อตกลงสันติภาพผ่านตัวกลางในภูมิภาค แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ และหลังบันทึกความเข้าใจ ระหว่างสหรัฐ-อิหร่านสิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีท่าทีกลับเข้าสู่การเจรจา 

โดยสหรัฐเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันผ่านมาตรการ Economic D-Day ซึ่งคว่ำบาตรบุคคล นิติบุคคล และเรือพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน 60 รายชื่อ ขณะที่อิหร่านยืนยันจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเตรียมตอบโต้หากถูกโจมตีอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญในทะเลแดงและช่องแคบ Bab al-Mandeb ก็มีความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่ม Houthi ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนปรับรูปแบบการขนส่งในเส้นทางต่างๆ เช่น การเดินเรืออ้อมแหลม Good Hope, เปลี่ยนไปการขนถ่ายน้ำมันแบบ Ship to Ship บริเวณท่าเรือ Fujairah ของ UAE และท่าเรือโอมาน ซึ่งอยู่นอกอ่าวเปอร์เซีย และเข้ารับน้ำมันจากท่าเรือ Yanbu ของซาอุดีอาระเบีย โดยผ่านคลองสุเอซ และท่อส่งน้ำมันดิบ SUMED ของอียิปต์แทน เพื่อรักษาระดับการส่งออกน้ำมัน

ด้านสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยรัสเซียระงับการส่งออกน้ำมันดิบจากสถานีส่งออกน้ำมัน Sheskharis ณ ท่า Novorossiysk ฝั่งทะเลดำ หลังถูกโจมตีด้วยโดรน ทำให้รัสเซียต้องปรับกลยุทธ์การส่งออกน้ำมันใหม่ โดยเปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงน้ำมันดิบ KEBCO ของคาซัคสถานให้ไปส่งออกที่ท่าเรือ Novorossiysk ในทะเลดำทั้งหมด เพื่อให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่า Ust-Luga ได้มากขึ้น

ด้านองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินตลาดน้ำมันโลกในไตรมาสที่ 3 และ 4 อยู่ในสภาวะตึงตัวจาก Hormuz supply disruption และระดับ inventory ของโลกที่ลดลงต่อเนื่อง และยังไม่มีแผนที่จะระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เพิ่มเติม ทั้งนี้ตั้งแต่ มี.ค. 69 IEA ได้ทำการระบายน้ำมันจาก SPR รวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านอุปทานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง