วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

‘บอร์ด Connect the Dots’ ขีดเส้นเชื่อมข้อมูลสกัดเงินเทาใน 30 วัน

บอร์ด “Connect the Dots” มอบปลัดคลังเคาะแผนแม่บทเชื่อมโยงฐานข้อมูลทางการเงิน 7 หน่วยงานหลักเป็นระบบกลางแบบอัตโนมัติ หรือ Automated Data Sharing ภายใน 30 วัน เพิ่มประสิทธิภาพสกัดเงินเทา ตรวจสอบเส้นเงิน-อายัดบัญชีรวดเร็วขึ้น

วันที่ 14 ก.ย. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประฐานการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 2 ปี 2569 หรือ บอร์ด Connect the Dots เปิดเผยว่า

ที่ประชุมมอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังรับหน้าที่จัดทำแผน (Masterplan) ในการทำฐานข้อมูลกลาง บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อยกระดับการป้องกันความเสี่ยงธุรกรรมการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการติดตามเส้นเงิน และทำให้การอายัดทรัพย์สินทำได้รวดเร็วขึ้น

โดยหน่วยงานที่จะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้าด้วยกันประกอบด้วย 7 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ,สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสมาคมธนาคารไทย ให้เข้ามาบูรณาการเชื่อมโยงเป็นจุดเดียว โดยจะเคาะทั้งรูปแบบและกรอบงบประมาณของโครงการให้ชัดเจนภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ การจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าวนอกจากจะช่วยเรื่องธุรกรรมทางการเงินแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ยังนำไปต่อยอดยกระดับการประเมินสินเชื่อ ช่วยให้ประชาชนกลุ่มที่ขาดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อและการบริการทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น

‘บอร์ด Connect the Dots’ ขีดเส้นเชื่อมข้อมูลสกัดเงินเทาใน 30 วัน

ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ปิดช่องทางเงินเทา 

การประชุมในครั้งนี้ยังเป็นการวางรากฐานการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศให้มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูงขึ้น เพื่อสกัดกั้นและปิดทุกช่องทางในการไหลผ่านของเงินเทาและกระบวนการสแกมเมอร์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานสู่ระบบอัตโนมัติ (Automated Data Sharing) จากเดิมที่เป็นการประสานงานและส่งข้อมูลแบบเฉพาะหน้า (ad-hoc) หรือการกรอกข้อมูลด้วยมือ (manual) ไปสู่การดีไซน์ระบบกลางที่สามารถแชร์และส่งข้อมูลระหว่างกันได้โดยอัตโนมัติ รวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูง

โดยระบบจะแชร์ข้อมูลในลักษณะนิรนาม (Anonymous) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล แต่เปิดให้เห็นทิศทางและเส้นทางการไหลของเงิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตาม วิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลึก และอายัดบัญชีต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียนเข้ามา

เพื่อลดขั้นตอนความซับซ้อนของประชาชน ระบบใหม่จะทำการเชื่อมข้อมูลในทุกช่องทางการรับแจ้งเหตุเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะแจ้งผ่านสายด่วน 1441, สถานีตำรวจ หรือธนาคารพาณิชย์ โดยจะรวมเป็น "Case ID" เดียวกันในฐานข้อมูลกลาง ทำให้ประชาชนไม่ต้องแจ้งเคสซ้ำหลายแห่ง หลายหน่วยงาน

‘บอร์ด Connect the Dots’ ขีดเส้นเชื่อมข้อมูลสกัดเงินเทาใน 30 วัน

 

นอกจากนี้ จะมีการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบทั้งการยืนยันตัวตน (KYC) และการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสถานะเชิงลึก (EDD) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลักทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) เพื่อตรวจจับธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับรายได้หรือโปรไฟล์ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยการตรวจสอบและสั่งอายัดบัญชี จะยึดหลักการตามเส้นทางเงินไม่ว่าปลายทางของเงินจะถูกโอนไปยังกลุ่มนอมินี หรือผู้เปลี่ยนสัญชาติหรือไม่ก็ตาม 

สำหรับการป้องกันบัญชีของประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกอายัด จากการต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการหลอกลวง เพียงประชาชนนำหลักฐานมาชี้แจงที่มาของเงินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หน่วยงานจะดำเนินการปลดล็อกบัญชีให้ทันที

‘บอร์ด Connect the Dots’ ขีดเส้นเชื่อมข้อมูลสกัดเงินเทาใน 30 วัน

ถกสมาคมค้าทอง อุดช่องโหว่ธุรกรรมทองคำ

อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการคลังและ ธปท. ยังได้ร่วมมือกับสมาคมผู้ค้าทองคำในการจัดทำมาตรฐานและบังคับใช้กฎหมายกำกับดูแลธุรกรรมทองคำเพื่อปิดช่องทางการถ่ายเทเงินเทาด้วย

อย่างไรก็ดี ยังไม่ได้มีการพูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการภาษีเทรดทอง (Transaction tax) แต่อย่างใด ทั้งนี้ การหารือกับภาคเอกชนในช่วงที่ผ่านมา เป็นการพูดคุยแต่เพียงว่า จะร่วมกับอุดรอยรั่วของธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างไร ซึ่งหากมีความจำเป็นอาจต้องมีการนำข้อบังคับทางกฎหมายมาใช้ร่วมด้วย