รัฐบาลเร่งเครื่องอุดช่องโหว่ทางการเงิน เพื่อทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยเดินหน้ายุทธศาสตร์ “Connect the Dot” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก พร้อมชูระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล “CHECKED” เพื่อสกัดกั้นเส้นทางเงินเทา และปัญหาบริษัทนอมินีข้ามชาติ หวังฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดทุนไทย
KEY POINTS
- กระทรวงการคลังร่วมมือกับ ธปท., ก.ล.ต. และ ปปง. ริเริ่มโครงการ “Connect the Dot” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน และสกัดกั้นเงินผิดกฎหมาย
- เปิดตัวระบบใหม่ชื่อ “CHECKED” เพื่อใช้เป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย เช่น บัญชีม้า และสกัดกั้นนอมินี
- ระบบ CHECKED จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการคุมเข้มทางการเงินที่มีอยู่เดิม เช่น กฎ Travel Rule ของคริปโทฯ และการตรวจสอบบริษัทที่เข้าข่ายนอมินี
- มีเป้าหมายเพื่อสร้างความโปร่งใส ฟื้นฟูความเชื่อมั่นในตลาดทุน และป้องกันความเสี่ยงที่ไทยจะถูกขึ้นบัญชีดำด้านการฟอกเงิน
วันที่ 13 ก.ค.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน หรือ Connect the Dot ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการวางระบบเพื่ออุดจุดรั่วไหลทางการเงิน โดยเน้นการประสานงานเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
ทั้งนี้ คณะทำงานพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบจากแนวคิดเดิมที่จะสร้างศูนย์ข้อมูลกลาง (Data Bureau) ไปสู่การพัฒนาระบบเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลแทน เพื่อให้การส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานมีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายเอกนิติ ยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายหลักในการสร้างความโปร่งใสเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย โดยกำชับว่าหากพบจุดบกพร่องหรือความเสี่ยงที่น่าสงสัย เช่น ประเด็นบุคคลที่เข้าข่ายการเปิดบัญชีม้า จะต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบ และปิดช่องโหว่ดังกล่าวทันที
นายเอกนิติ กล่าวถึงกรณีของ น.ส. สุภาพร พิมพงษ์ ที่มีข้อสงสัยว่าอาจไม่ใช่แค่เรื่องของการยื่นข้อมูลเท็จแต่อาจะเป็นลักษณะของบัญชีม้าด้วย ว่า จะเป็นหนึ่งในประเด็นที่จะมีการหารือร่วมกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ในการประชุมวันนี้
“ผมได้เน้นย้ำและมอบเป็นนโยบายแก่กระทรวงการคลังรวมถึงปลัดกระทรวงการคลังในฐานะกรรมการ ก.ล.ต. ว่าต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความโปร่งใสเป็นอันดับหนึ่ง หากมีช่องโหว่ที่ไหนก็ต้องรีบปิด เพื่อเร่งฟื้นฟูและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดทุนไทย”
ด้าน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า คณะทำงานได้เตรียมนำระบบใหม่ที่ชื่อว่า “CHECKED” (Consent-driven Hub for Exchange of Compliance Knowledge and Encrypted Data) ซึ่งพัฒนาโดยสมาคมธนาคารไทยร่วมกับกระทรวงการคลัง และ ธปท. มาใช้งาน ระบบนี้จะมุ่งตรวจสอบธุรกรรมใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล พฤติกรรมการทำธุรกรรม และการเคลื่อนไหวของกระแสเงิน
โดยหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายจะสามารถเชื่อมโยง และติดตามเส้นทางการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องนำข้อมูลไปกระจุกรวมไว้ที่เดียว
ทั้งนี้ กลไกของระบบ CHECKED จะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับ 4 มาตรการคุมเข้มสกัดเงินเทา ซึ่งประกอบด้วย 1. การที่ ธปท. เข้าคุมเข้มการซื้อขายของร้านทองออนไลน์ 2. การที่ ก.ล.ต. กำหนดให้แพลตฟอร์มคริปโทฯ ต้องใช้มาตรการ Travel Rule ส่งข้อมูลผู้โอน และรับโอน 3. การที่ ปปง. บังคับให้รายงานธุรกรรมผิดปกติแบบทันที (Real-time) และ 4. กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบบริษัทที่เข้าข่ายนอมินีข้ามชาติ
นายวินิจ ระบุว่า จากการดำเนินการเชิงรุกที่ผ่านมา ส่งผลให้ตัวเลขความเสียหายจากกลุ่มสแกมเมอร์เริ่มปรับตัวลดลง ซึ่งมาตรการบูรณาการทั้งหมดนี้จะช่วยยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และลดความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะถูกขึ้นบัญชีดำด้านการฟอกเงินในระดับสากล
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





