วันเสาร์ ที่ 19 กันยายน 2569

Login
Login

‘BOI’ โชว์ยอดจดทะเบียน EV โตเร็ว 7 เดือนพุ่ง 88% ลงทุนสะสมทะลุ 1.52 แสนล้าน

"BOI" เผยยอดจดทะเบียน BEV 7 เดือนแรกปี 2569 เติบโต 88% จากปีก่อนหน้า รวม 126,950 คัน ยอดการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV จากบีโอไอ มูลค่ารวม 151,372 ล้านบาท นำโดยอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ BEV และชิ้นส่วนสำคัญ

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยให้การสนับสนุนผู้ประกอบการที่ตัดสินใจลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทยและเลือกใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนและลดการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป (CBU) เชิงพาณิชย์ รวมถึงผลักดันการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่พลังงานสะอาด

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในฐานะเลขาธิการบอร์ด EV เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ทั้ง BEV, HEV, PHEV และเทคโนโลยีใหม่ในอนาคต

ในการนี้ ประเทศไทยต้องปรับตัวเพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิตยานยนต์ในระยะยาว โดยโจทย์สำคัญของประเทศไทยคือการออกมาตรการที่เปิดกว้างต่อเทคโนโลยี แต่ยังให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

ดังนั้น การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งนี้จึงเป็นจังหวะสำคัญในการปรับสมดุลระหว่างการนำเข้าและการลงทุนในประเทศ พร้อมส่งเสริมการผลิต, การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ, การพัฒนาเทคโนโลยี, และการจ้างงานที่มีคุณภาพในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อตอกย้ำสถานะฐานการผลิตยานยนต์ระดับโลกที่พร้อมรับทุกเทคโนโลยีแห่งอนาคต

โดยจากการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 บีโอไอพบว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ BEV อยู่ที่ 126,950 คัน เพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถยนต์กลุ่ม xEV ทั้ง BEV, HEV และ PHEV มีสัดส่วนรวมกัน 55% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด สะท้อนว่าตลาดรถยนต์ไทยเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี xEV อย่างชัดเจน

​ขณะเดียวกัน การลงทุนอุตสาหกรรม EV ขยายตัวครอบคลุมตลอดระบบนิเวศ โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 2569 บีโอไอให้การส่งเสริมอุตสาหกรรม EV และกิจการที่เกี่ยวข้องรวม 189 โครงการ เงินลงทุน 151,372 ล้านบาท โดยกิจการผลิตแบตเตอรี่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด 87,073 ล้านบาท ของเงินลงทุนทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ การผลิตรถยนต์ BEV มูลค่า 38,563 ล้านบาท และการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ มูลค่า 12,558 ล้านบาท

นอกจากนี้ โครงการสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมีแผนติดตั้งหัวจ่ายรวม 23,135 หัวจ่าย ในจำนวนนี้เป็นหัวจ่ายแบบ Quick Charge 10,249 หัวจ่าย หรือประมาณ 85% ของเป้าหมาย 12,000 หัวจ่ายในปี 2573 แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทั้งฐานการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังพัฒนาไปพร้อมกัน

ด้านผู้ผลิตรถยนต์ที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย ได้แก่ มิตซูบิชิ, ฮอนด้า, มาสด้า, และอีซูซุ มีแผนลงทุนเพิ่มเติมรวมกว่า 50,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ ปรับปรุงสายการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ และรองรับเทคโนโลยี HEV, MHEV และยานยนต์ไฟฟ้ารูปแบบต่าง ๆ

สิ่งนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยว่า ไม่ได้ขับเคลื่อนจากผู้ผลิต BEV รายใหม่เท่านั้น แต่ผู้ผลิตรายเดิมกำลังเร่งปรับฐานการผลิตในประเทศไทยให้สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลกด้วย