“เอกนิติ” เร่งเครื่อง "Thailand FastPass" BOIอนุมัติเพิ่มอีก 17 โครงการ มูลค่า 1.2 แสนล้าน รวมอนุมัติ 42 โครงการ ดันเม็ดเงินลงทุนจริง 3.44 แสนล้าน จ้างงาน 2.7 หมื่นตำแหน่ง
KEY POINTS
- บอร์ดบีโอไอภายใต้การนำของรองนายกฯและรมว.คลัง "เอกนิติ" อนุมัติโครงการลงทุนผ่านกลไก "Thailand FastPass" สะสมรวมทั้งสิ้น 42 โครงการ
- มีมูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 344,000 ล้านบาท และคาดว่าจะสร้างการจ้างงานคนไทยรวมกว่า 27,000 คน
- การอนุมัติครั้งล่าสุดเป็นการเพิ่ม 17 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 121,000 ล้านบาท ใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป อาหารสัตว์ และยานยนต์
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ดบีโอไอเป็นประธาน ได้มีการขับเคลื่อนการลงทุน และวางนโยบายการส่งเสริมการลงทุนที่มีความสำคัญต่อทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไปทั้งการเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยและดึงดูดการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยมีการอนุมัติการลงทุนผ่านมาตรการ "Thailand FastPass"เพิ่มเติมพร้อมปรับยุทธศาสตร์บีโอไอใหม่มุ่งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากร้อยละ 20 ให้มากกว่าร้อยละ 30 ของ GDP
โดยในส่วนของมาตรการเชิงรุกในการเร่งรัดการลงทุนจริงอย่าง Thailand FastPass ถือเป็นหัวใจสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน
โดยล่าสุด บอร์ดบีโอไอได้คัดเลือกโครงการเข้าสู่ระบบ FastPass เพิ่มเติมอีก 17 โครงการ จาก 15 บริษัท มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 121,000 ล้านบาท โดยจะมีการจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 14,000 คน ซึ่งครอบคลุมถึง 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่
1.กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวม 10 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 83,900 ล้านบาท
2.กลุ่มอาหารแปรรูป 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 24,300 ล้านบาท
3.กลุ่มอาหารสัตว์ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8,800 ล้านบาท
4.กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,300 ล้านบาท
ทั้งนี้เมื่อรวมกับโครงการที่เข้าสู่ระบบ FastPass ในระยะแรกที่อนุมัติไปแล้วจำนวน 25 โครงการ จาก 23 บริษัท มูลค่ากว่า 223,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วทั้งหมด โดยมี 11 โครงการที่ได้รับใบอนุญาตครบถ้วนตามกรอบเวลา (SLA) และเกิดการลงทุนจริงไปแล้วกว่า 21,000 ล้านบาท
ส่งผลให้ปัจจุบันกลไก Thailand FastPass มีโครงการสะสมรวมทั้งสิ้น 42 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 344,000 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานบุคลากรไทยรวมกว่า 27,000 คน ช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยและก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่อไปในอนาคต
นอกจากกลไก FastPass แล้ว บีโอไอภายใต้การนำของนายเอกนิติ ยังได้ปรับทิศทางการส่งเสริมการลงทุนครั้งใหญ่จากการประชุมระดมความคิดเห็นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยตั้งโจทย์หลัก คือโครงการที่ขอส่งเสริมการลงทุนต้องตอบโจทย์ได้ว่าเป็นโครงการที่สร้างคุณค่าด้านใด ส่งเสริมอุตสาหกรรมอะไร มีแนวทางขับเคลื่อนอย่างไร เพื่อเปลี่ยนบทบาทมาเป็นการผูกสิทธิประโยชน์กับการสร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจของประเทศที่จะเกิดขึ้นจริง
นอกจากนี้ยุทธศาสตร์ใหม่ของ BOI เน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นโอกาสแห่งอนาคตตามจุดแข็งของประเทศและเทรนด์โลก ขณะเดียวกันจะทยอยลดการส่งเสริมกิจการมูลค่าเพิ่มต่ำ หรือกิจการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบ “Joint KPI” เพื่อติดตามผลการลงทุนจริง
ทั้งนี้ เพื่อมุ่งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตมากกว่าร้อยละ 3 ต่อปี ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันสู่ Top 20 ผลักดันสัดส่วนการลงทุนมากกว่าร้อยละ 30 ของ GDP และนำประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้





