วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569

Login
Login

ส.อ.ท. ผ่าโจทย์ EEC ชงแก้วิกฤต 'คน' ปั้น 'วิศวกร-ซอฟต์แวร์' รับคลื่นลงทุน

"ส.อ.ท." จี้รัฐเร่งเครื่อง EEC หวั่น "เปลี่ยนรัฐบาลบ่อย" ทำงานอืด ย้ำค่าย EV ยักษ์ปักหมุดลงทุนซัพพลายเชน 1.4 แสนล้านบาท เสนอสูตรแก้โจทย์ "คน" ต้องปั้น "วิศวกร-ซอฟต์แวร์" นำหน้าลงทุน ปัดอุตสาหกรรมพ้นจำเลยสิ่งแวดล้อม

KEY POINTS

  • ส.อ.ท. ชี้ว่าความท้าทายและคอขวดที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม EV ในพื้นที่ EEC คือการขาดแคลนทรัพยากรบุคคลที่มีความพร้อมด้านระบบแบตเตอรี่ มอเตอร์ และซอฟต์แวร์
  • เสนอให้ประเทศไทยต้องลงทุนพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านวิศวกรรมสาขาต่างๆ ระบบยานยนต์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ และอิเล็กทรอนิกส์ล่วงหน้าทันที เพื่อให้พร้อมรองรับนักลงทุนตั้งแต่วันแรก
  • ให้เหตุผลว่านักลงทุนที่ลงเงินมหาศาลไม่สามารถรอ 4-5 ปีเพื่อให้บุคลากรเรียนจบมารองรับได้ ดังนั้นการปั้นคนจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้
  • นอกจากปัญหาเรื่องคน ยังแสดงความกังวลว่าการดำเนินงานของภาครัฐในภาพรวมของ EEC มีความล่าช้า ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้ง

นายสมมาต ขุนเศษฐ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประจำสำนักประธาน ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในงานเสวนา "EEC NEVER STOPS THE NEXT CHAPTER | อีอีซี ก้าวต่อไป" จัดโดย "เนชั่น กรุ๊ป" ว่า พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นจุดยุทธศาสตร์หลักที่ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่ของโลกเลือกเป็นฐานการผลิต เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพที่เหนือกว่า 

โดยปัจจุบันกลุ่มแบรนด์รถยนต์รายใหญ่ดั้งเดิมอย่าง Honda และ Toyota ก็ตั้งฐานการผลิตอยู่ในไทยมานาน ขณะที่แบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหม่อย่าง BYD และแบรนด์อื่นๆ ก็ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC เป็นทุนเดิมเพราะความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี แม้ทิศทางการลงทุนจะเติบโต โดยมีผู้เข้ามาขอรับการส่งเสริมการลงทุนในระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรม EV แล้วกว่า 200 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 140,000 ล้านบาท ซึ่งบางส่วนได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว แต่นายสมมาตแสดงความกังวลว่าความพร้อมเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ และภาครัฐยังดำเนินการล่าช้า

"ผมแซวท่านเลขาธิการ EEC ว่ารู้สึกเราเดินช้าจังเลย อาจเป็นเพราะเราเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ซึ่งมันช้าจริง ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ควรจะเห็นความคืบหน้าได้เร็วกว่านี้เพราะเมืองไทยมีความพร้อมเยอะมาก" นายสมมาต กล่าว

ส.อ.ท. ผ่าโจทย์ EEC ชงแก้วิกฤต 'คน' ปั้น 'วิศวกร-ซอฟต์แวร์' รับคลื่นลงทุน

นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่า EEC ครอบคลุมทั้งจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา แต่แท้จริงแล้วต้องประกาศเป็นรายพื้นที่ ที่ผ่านมา ส.อ.ท. พยายามผลักดันให้พ่วงจังหวัดปราจีนบุรี เข้าเป็นพื้นที่ EEC ด้วย เนื่องจากมีศักยภาพสูง ทั้งระบบโลจิสติกส์เชื่อมโยงแหลมฉบัง และแหล่งน้ำที่สมบูรณ์จากอ่างเก็บน้ำห้วยโสมงที่มีความจุกว่า 295 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ภาคตะวันออกเติบโตรวดเร็วยิ่งขึ้น

ประเด็นที่ท้าทายที่สุดของอุตสาหกรรม EV ในขณะนี้ คือความพร้อมด้านระบบแบตเตอรี่ มอเตอร์ ซอฟต์แวร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญ จึงอยากเสนอแนวคิดปลดล็อกปัญหาเชิงโครงสร้างระหว่างการรอให้นักลงทุนเข้ามากับการผลิตคนออกมารองรับ

"ไม่มีนักลงทุนคนไหนจะลงเงินมหาศาลแล้วบอกว่า อีก 4-5 ปีค่อยให้คนเก่ง ๆ เรียนจบมารับไม้ต่อ เงินลงทุนมันสูง นักลงทุนรอไม่ได้ ดังนั้นประเทศไทยต้องลงทุนพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านวิศวกรรมสาขาต่างๆ ระบบยานยนต์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ และอิเล็กทรอนิกส์ล่วงหน้าทันที เพื่อให้พร้อมตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มทยอยเข้ามา" นายสมมาต กล่าว

ในด้านการกระจายรายได้นั้น รัฐบาลต้องผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงการร่วมทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามา รวมถึงสนับสนุนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) อย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายย่อย (SME) ที่เป็นฐานรากสำคัญ รัฐต้องช่วยจับคู่ธุรกิจเพื่อให้เกิดการแบ่งปันเทคโนโลยี ดึงสตาร์ทอัพและรายเล็กเข้ามาร่วมทุน

ส.อ.ท. ผ่าโจทย์ EEC ชงแก้วิกฤต 'คน' ปั้น 'วิศวกร-ซอฟต์แวร์' รับคลื่นลงทุน

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ทุนใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมกระจายโอกาสแก่คนในท้องถิ่นไม่ดำเนินธุรกิจแบบ "กินรวบ" แต่ควรปล่อยให้คนในพื้นที่และผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม เช่น การสร้างหอพัก แหล่งอาหาร ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่ฐานรากอย่างมีระบบ 

สะท้อนจากกรณีอดีตของพื้นที่แหลมฉบังที่ดินเคยไม่มีมูลค่าเมื่อ 40 ปีก่อน แต่ปัจจุบันสร้างมูลค่ามหาศาล และทำให้เทศบาลในชลบุรี เช่น เทศบาลสุรศักดิ์ เทศบาลนครแหลมฉบัง และเทศบาลเมืองศรีราชา สามารถจัดเก็บภาษีท้องถิ่นได้สูงสุดเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศเพื่อนำมาพัฒนาเมือง

นายสมมาต กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมที่มักตกเป็นจำเลยของสังคมในประเด็นสิ่แวดล้อมและขยะมูลฝอย จึงอยากยืนยันว่า ตลอดหลาย 10 ปีที่ไทยเปลี่ยนผ่านจากภาคเกษตรสู่อุตสาหกรรมนั้น โรงงานส่วนใหญ่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย และ ส.อ.ท. ไม่เคยปกป้องผู้ประกอบการที่ละเมิดกฎหมาย

ส.อ.ท. ผ่าโจทย์ EEC ชงแก้วิกฤต 'คน' ปั้น 'วิศวกร-ซอฟต์แวร์' รับคลื่นลงทุน

พร้อมกันนี้ ปัญหาขยะชุมชนขนาดใหญ่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่แท้จริงแต่ไม่มีใครกล้าพูดถึง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีกฎหมายควบคุมและตรวจสอบเข้มงวด หากมีการปล่อยน้ำเสียหรือขยะพิษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ในอดีตสมัย ดร.อุตตม สาวนายน) ก็สามารถสั่งปิดโรงงานได้ทันที 

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังผลักดันแนวคิด Eco Industry และ Eco City มานานกว่า 20 ปี เพื่อให้อุตสาหกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ดังนั้น ภาครัฐมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและจัดระเบียบเมืองใหม่ เช่น คนไทยเมื่อไปต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ จะเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพราะเกรงกลัวบทลงโทษ ซึ่งหากประเทศไทยทำระบบจัดระเบียบใหม่และบังคับใช้จริง ปัญหาคอร์รัปชันก็จะหมดไปในที่สุด