ส.อ.ท. ผนึกกำลังต้อนรับ IMF-World Bank ชูจุดแข็งดึงทุนโลก ภูมิรัฐศาสตร์ป่วน-พลังงานผันผวน "พิมพ์ใจ" ประธาน ส.อ.ท. ชี้ไทยพึ่งนำเข้า 60% เสี่ยงสูง แต่ความเป็นกลางคือแต้มต่อ
KEY POINTS
- นางพิมพ์ใจ ลี้อิสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. ประเมินว่าการประชุม IMF-World Bank ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2569 เป็นโอกาสทองครั้งสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก
- ส.อ.ท. จะชู "ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์" (Geopolitical Neutrality) เป็นแต้มต่อสำคัญที่สุดในสถานการณ์โลกปัจจุบัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนว่าไทยเป็นพื้นที่ลงทุนที่ปลอดภัย
- นอกเหนือจากความเป็นกลาง จะมีการนำเสนอจุดแข็งอีก 4 ด้านของไทย ได้แก่ ทำเลยุทธศาสตร์, ระบบโลจิสติกส์, โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสีเขียว และระบบการเงินการธนาคารที่ทันสมัย
- ส.อ.ท. ในฐานะ กกร. จะเข้าร่วมงานเพื่อประกาศความพร้อมของประเทศภายใต้สโลแกน "Thailand is Ready"
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงทิศทางอุตสาหกรรมไทยว่า ขณะนี้ภาคการผลิตและผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญความผันผวนและความไม่แน่นอนสูงอย่างยิ่ง โดยมีแรงกดดันหลักจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งฉุดให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและแก่ตัวลง
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพและราคาพลังงานโลก ซึ่งถือเป็นจุดเปราะบางที่กระทบไทยอย่างรุนแรง เนื่องจากไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงถึง 60% ของการใช้งานทั้งหมดในประเทศ บีบให้ผู้ประกอบการต้องดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และเร่งปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงรอบใหม่
ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ปัญหาที่ภาคอุตสาหกรรมกังวลมากที่สุดขณะนี้คือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาพลังงาน ซึ่งกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อตลาดและโอกาสเข้าสู่ตลาดใหม่ของผู้ประกอบการไทย
ทั้งนี้ ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ผลิตปลายน้ำ แต่ลามเป็นลูกโซ่ไปถึงผู้ผลิตกลางน้ำและต้นน้ำ เนื่องจากวัตถุดิบต้นน้ำหลายประเภทที่ไทยใช้ยังต้องนำเข้าจากตะวันออกกลางและเอเชีย ทำให้ผู้ประกอบการต้องตั้งสติและนำระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมาปรับใช้เพื่อฝ่าวิกฤตนี้ พร้อมขอบคุณภาครัฐที่เข้ามาช่วยดูแลความมั่นคงและต้นทุนพลังงานในประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญประคับประคองทั้งภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม
IMF-World Bank 2026 โอกาสทองดึงทุนโลก
สำหรับการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank) ที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในเดือน ต.ค. 2569 นางพิมพ์ใจ ประเมินว่าเป็นโอกาสทองครั้งสำคัญที่สุดในการดึงดูดนักลงทุนศักยภาพสูงจากทั่วโลกให้เข้ามาศึกษาและเห็นศักยภาพที่แท้จริงของไทย
โดยไทยมีจุดแข็งพร้อมนำเสนอเป็น Showcase แก่นักลงทุนระดับโลก 5 ด้าน ได้แก่
1. ทำเลยุทธศาสตร์ศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน
2. ระบบโลจิสติกส์ที่ออกแบบไว้อย่างเป็นระบบ
3. โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสีเขียวที่ชัดเจนผ่าน "แผน PDP 2026" รองรับความต้องการพลังงานสะอาดของนักลงทุน
4. ระบบสถาบันการเงินการธนาคารที่ทันสมัยและตลาดทุนที่มีเสถียรภาพสูง และ
5. ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Neutrality) ซึ่งถือเป็นแต้มต่อสำคัญที่สุดในสถานการณ์โลกปัจจุบัน สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนว่าไทยเป็นพื้นที่ลงทุนที่ปลอดภัยที่สุดในโลก
ส.อ.ท. ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะเข้าร่วมงานเพื่อประกาศเจตนารมณ์ความพร้อมของประเทศร่วมกันภายใต้สโลแกน "Thailand is Ready" ทั้งภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม
ชู GasTech 2026 ตอกย้ำศักยภาพ
ควบคู่กับการแสดงจุดแข็งดังกล่าว ไทยยังได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงนิทรรศการแก๊สระดับโลก GasTech 2026 ซึ่งถือเป็นครั้งใหญ่ในรอบ 18 ปี ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย. 2569
นางพิมพ์ใจ กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ และเชื่อมั่นว่าจะเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้ก้าวข้ามทุกวิกฤตความผันผวน สู่การเติบโตในขอบฟ้าใหม่อย่างมั่นคงร่วมกัน





