วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

‘สันติธาร’ เผยผู้ประเมิน AMRO เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย รับโอกาสการลงทุน-ส่งออกสินค้าเทคฯ

"สันติธาร" เผยผู้ประเมินเศรษฐกิจไทยจาก AMRO แสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยมองว่าคลื่นการลงทุนและการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีเป็นโอกาสสำคัญให้ไทยยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญยังสะท้อนผ่านการเติบโตไม่ทั่วถึง ทั้งเศรษฐกิจดั้งเดิมและ SME

นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า นายแอลเลน อึง (Allen Ng) หัวหน้าคณะประเมินเศรษฐกิจไทยของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเดินทางมาเยือนประเทศไทยล่าสุดว่า

“ตลอด 4 ปีที่ทำหน้าที่นี้ เขาไม่เคยมองบวกต่ออนาคตเศรษฐกิจไทยเท่านี้มาก่อน”

ทั้งนี้ สำหรับ AMRO คือองค์การระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่ติดตามและประเมินเศรษฐกิจของกลุ่ม ASEAN+3 ได้แก่ 10 ประเทศอาเซียน รวมถึงจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อช่วยดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของภูมิภาค

นายสันติธาร กล่าวว่า วันก่อนตนเองได้รับมอบหมายจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ไปร่วมแลกเปลี่ยนกับทีม AMRO ถึงทิศทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย ทั้งโอกาสใหม่ที่กำลังเปิดขึ้นและโจทย์ที่เรายังต้องเร่งแก้ ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่ท้าทาย

มุมมองครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณที่น่ายินดี โดย AMRO เห็นว่า คลื่นการลงทุนและการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีกำลังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยยกระดับศักยภาพการเติบโต และกลับมาเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี AMRO ก็ชี้ตรงกับโจทย์ที่ไทยกำลังพยายามแก้ คือการเติบโตยังไม่ทั่วถึง ภาคเศรษฐกิจดั้งเดิมและ SMEs จำนวนมากยังตามไม่ทัน ภารกิจสำคัญจึงอยู่ที่การทำให้เม็ดเงินลงทุนใหม่ไม่หยุดอยู่เพียงตัวเลข แต่ต่อยอดไปสู่ผลิตภาพ การจ้างงาน ทักษะ และรายได้ที่ดีขึ้นของคนไทยในวงกว้าง

แน่นอนว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาและความท้าทายอีกมาก บางเรื่องเป็นโจทย์ที่หลายประเทศกำลังเผชิญร่วมกัน ขณะที่อีกหลายเรื่องสะสมอยู่กับเรามานาน และไม่อาจแก้ได้ในเวลาอันสั้น

แต่ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การที่องค์กรระหว่างประเทศซึ่งติดตามเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิดมองว่า ประเทศไทยเริ่มขยับไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นและความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเงินของประเทศ

“เป็นข่าวดีเล็ก ๆ สำหรับประเทศ แม้หนทางข้างหน้ายังมีงานให้ทำอีกมากครับ” นายสันติธาร กล่าวในตอนท้าย