กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โต้ เฟคนิวส์ กล่าวหาไฟเขียวต่างชาติประกอบ 8 ธุรกิจ เปิดประตูต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย ยันเป็นการอำนวยความสะดวก ลดความซ้ำซ้อน ชี้ ทั้ง 8 ธุรกิจยังต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแล
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้ออกกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และมีการเผยแพร่เฟคนิวส์ใน 8 ธุรกิจบริการที่คนต่างด้าวไม่ต้องขออนุญาต โรงแรม, นำเที่ยว, ร้านอาหาร, ขายของที่ระลึก, บริการด้านกีฬา, โรงเรียนสอนภาษา และธุรกิจบริการอื่นที่กำหนด ตลอดจนมีการกล่าวหาว่า กระทรวงพาณิชย์ ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจ โดยเปิดประตูให้กับคนต่างด้าวเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย ทำให้ SME ไทยเจ๊ง และอำนวยความสะดวกให้บริษัทข้ามชาติ เคลื่อนย้ายทุนโดยไม่ผ่านการกลั่นกรองเป็นการผ่อนคลายกฎแบบสุดโต่ง ไร้กลไกป้องกันนอมินี
กระทรวงพาณิชย์ขอชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยข้อเท็จจริงที่ถูกต้องคือ การที่กระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 8 ธุรกิจ ก็เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ลดความซ้ำซ้อน ในการเข้ามาประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ไม่ได้หมายความว่าเป็นการเปิดเสรีให้เข้ามาทำธุรกิจ เพราะยังมีกฎ กติกา และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยกำกับดูแลอยู่
โดย 8 ธุรกิจ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 มีกฎหมายและหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแล ประกอบด้วย 1. ธุรกิจบริการโทรคมนาคม สำหรับใบอนุญาตที่ผู้ประกอบกิจการไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง กำกับดูแลโดย สำนักงาน กสทช. ซึ่ง กสทช. มีการออกใบอนุญาตประเภทนี้ไปแล้ว 525 ราย ในจำนวนนี้เป็นธุรกิจต่างด้าว 171 ราย
2. ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน กำกับดูแลโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่ง ธปท. ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการแข่งขันกันกับคนไทย ด้วยเหตุผลว่ากิจการนี้ต้องให้บริการกับบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น
3. ธุรกิจการให้กู้ยืมเงิน ที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า กำกับดูแลโดย สำนักงาน ก.ล.ต.
4. ธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทนผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือ ผู้จัดการเงินทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546 กำกับดูแลโดย สำนักงาน ก.ล.ต.
ทั้งนี้โดยทั้งกลุ่ม 3 และ4 กลต. แจ้งว่าผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมในการแข่งขัน
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กลุ่มที่ 2 การให้บริการเฉพาะบริษัทในเครือในกลุ่ม ประกอบด้วย ธุรกิจบริการบริหารจัดการด้านงานธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคล ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระหว่างนิติบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์แบบในเครือในกลุ่ม ธุรกิจบริการรับค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศให้แก่บริษัทในเครือในกลุ่ม
กลุ่มที่ 3 ธุรกิจจำกัดขอบเขตบริการ/บริการเฉพาะกลุ่ม ประกอบด้วย ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงิน เครื่องจำหน่ายสินค้าหรือบริการอัตโนมัติ เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัทและธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ซึ่งกระทรวงพลังงาน สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เห็นด้วยในการถอดรหัสธุรกิจออกจากบัญชีท้าย เนื่องจากเป็นการเพิ่มผู้ให้บริการและเป็นบริการที่ใช้เทคโนโลยีและเงินลงทุนสูง โดยเฉพาะการขุดเจาะนอกชายฝั่ง ซึ่งไม่มีผู้ประกอบการไทยให้บริการ
ทั้งนี้ ภายหลังบังคับใช้คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 2/2569 เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งและแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด กรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนามในห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ส.ค. 2569 ทำให้การจดทะบียนจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินี (ต่างด้าวถือหุ้น 0.01 – 49.99%) ของเดือนส.ค. 2569 ลดลงเหลือ 163 ราย ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือนส.ค. 2568 ซึ่งมีจำนวน 894 ราย ลดลงถึง 81.77% และในจำนวน 163 ราย ตรวจสอบแล้วคาดว่ามีการร่วมทุนกันระหว่างชาวไทยกับชาวต่างชาติจริง 100 ราย อีก 63 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งได้ให้ผู้ขอจดทะเบียนชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป





