วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2569

Login
Login

สคร.จ่อชง ครม.ขยับอายุบอร์ด 'รัฐวิสาหกิจ’ 65-70 ปี นั่งกรรมการได้

“สคร.” เตรียมชง ครม. ใน 3 เดือน ปรับปรุง พ.ร.บ. คุณสมบัติ รัฐวิสาหกิจ ในรูปแบบ “Quick Win” ขยายอายุเกษียณบอร์ดรัฐวิสาหกิจจากเดิมไม่เกิน 65 ปี เป็น 70 ปี และ CEO จากไม่เกิน 60 ปี เป็น 65 ปี ดึงผู้ทรงคุณวุฒิขับเคลื่อนองค์กร เพิ่มมาตรการตรวจสอบ-ประเมินสุขภาพประจำปี

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผย สคร. เตรียมพิจารณาแก้ไขปรับปรุง พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือ พ.ร.บ.คุณสมบัติ รัฐวิสาหกิจ เพื่อปรับเกณฑ์อายุเกษียณ ของกรรมการ และผู้บริหารสูงสุด (CEO/MD)  มีรายละเอียด ดังนี้

  • กรรมการรัฐวิสาหกิจ: เสนอปรับเกณฑ์เพดานอายุขึ้นจากเดิมที่จำกัดไว้ไม่เกิน 65 ปี ขยับขึ้นเป็น 70 ปี เนื่องจากเล็งเห็นว่าผู้เชี่ยวชาญในภาคเอกชนปัจจุบันมีอายุเฉลี่ยเกิน 70 ปี แต่ยังมีศักยภาพ และประสบการณ์สูงมาก อีกทั้งในบางสาขาวิชาชีพ เช่น ด้านกฎหมาย การขยับอายุเป็น 70 ปี ถือว่าไม่มีปัญหาเพราะสอดคล้องกับมาตรฐานของอัยการ และผู้พิพากษาที่เกษียณอายุในระดับเดียวกัน
     
  • ผู้บริหารสูงสุด (CEO หรือ MD): เสนอขยับเกณฑ์อายุเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่เกิน 60 ปี ขยับขึ้นเป็น 65 ปี ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้บริหารที่มีความสามารถ และดำรงตำแหน่งครบ 2 วาระ สามารถปฏิบัติงานต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 65 ปีได้

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพทางร่างกาย ทักษะความสามารถ และสอดรับกับสภาวะสังคมสูงวัยในปัจจุบัน โดยตั้งเป้าหมายนำเสนอโครงร่างหลักการต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 3 เดือน

คุมเข้มสุขภาพ-เว้นวรรคป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงด้านสุขภาพของกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึง โดย สคร. มีแนวคิดเพิ่มข้อกำหนดในการประเมินความพร้อม และตรวจสุขภาพประจำปีแบบเดียวกันกับเอกชน โดยอาจกำหนดให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ต้องแสดงใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันศักยภาพในการทำงาน หรือเลือกพิจารณาเป็นรายบุคคล

นอกจากนี้ ในด้านการกำกับดูแลกิจการ ผู้บริหารที่พ้นตำแหน่ง และต้องการกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการขององค์กรเดิม จะต้องมีการเว้นวรรคอย่างน้อย 2 ปี จึงจะสามารถกลับเข้ามาเป็นกรรมการได้ เพื่อแยกหน้าที่การควบคุม และการบริหารออกจากกันอย่างชัดเจน และป้องกันปัญหาการใช้อิทธิพลหรือการครอบงำองค์กร

ยกระดับธรรมาภิบาลตามมาตรฐานสากล OECD

นายธิบดี กล่าวด้วยว่า นอกเหนือจากการปรับปรุงเรื่องอายุแล้ว สคร. ยังมุ่งปรับปรุงมาตรฐานให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อเตรียมความพร้อมของรัฐวิสาหกิจไทย อาทิ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกรรมการอิสระที่ไม่ควรดำรงตำแหน่งเกิน 9 ปี และข้อกำหนดโครงสร้างวาระการดำรงตำแหน่งของบอร์ดที่จำกัดไว้ไม่เกิน 2 วาระ วาระละ 3 ปี รวมเป็น 6 ปี ตลอดจนความพยายามผลักดันเชิงแนวคิดให้ประธานบอร์ดควรมาจากกรรมการอิสระเพื่อความโปร่งใส

อย่างไรก็ดี ในกรณีของประธานบอร์ดอิสระนั้น สคร. ต้องพิจารณาข้อดี และข้อเสียอย่างรอบคอบ เนื่องจากรัฐวิสาหกิจบางแห่งมีพันธกิจสำคัญในการให้บริการสาธารณะเพื่อสังคม และประชาชนโดยไม่ได้มุ่งเน้นผลกำไรเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว การมีบอร์ดที่ยึดโยงเชิงนโยบายกับภาครัฐจึงยังมีความจำเป็น

สำหรับขั้นตอน และแผนการดำเนินงาน สคร. อยู่ระหว่างจัดทำร่างกฎหมาย และเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นกลุ่มเล็ก เพื่อตกผลึกตัวเลขช่วงอายุที่เหมาะสมสูงสุด ก่อนที่จะนำเสนอต่อ ครม. ภายใน 3 เดือน เพื่อส่งต่อไปยังสภาตามลำดับ ทั้งนี้ ในส่วนของผลตอบแทนกรรมการ สคร. ไม่ได้กำหนดในตัวกฎหมายแต่จะให้ออกเป็นมติ ครม. แทนเพื่อความยืดหยุ่น

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์