วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘สคร.’ โชว์เก็บรายได้รัฐวิสาหกิจทะลุ 1.97 แสนล้าน สลาก-ปตท. แชมป์นำส่ง

'สคร.' จัดเก็บเงินนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจ ณ สิ้นเดือนส.ค.69 รวม 197,356 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีงบประมาณ โดยสำนักงานสลากฯ ส่งรายได้เข้ารัฐสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งที่ 47,388 ล้านบาท ตามมาด้วย ปตท. ที่ 33,754 ล้านบาท คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2569 จะสามารถจัดเก็บรายได้รวมได้ถึง 203,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 111% ของเป้าหมาย

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสมจากรัฐวิสาหกิจ และหลักทรัพย์ของรัฐ ณ วันที่ 31 ส.ค.2569 สคร. สามารถจัดเก็บได้รวมทั้งสิ้น 197,356 ล้านบาท

ทั้งนี้ สูงกว่าประมาณการสะสมที่ตั้งไว้ 163,901 ล้านบาท อยู่ที่ 33,455 ล้านบาท หรือคิดเป็น 120% จากเป้าหมายทั้งปีงบประมาณ 2569 ที่ตั้งไว้ 182,600 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณจะจัดเก็บได้รวม 203,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 111% ของเป้าหมาย

โดยการจัดเก็บรายได้แผ่นดินหรือเงินปันผลสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นำส่งรายได้สูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยมูลค่าถึง 47,388 ล้านบาท รองลงมาคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จำนวน 33,754 ล้านบาท อันดับสาม ได้แก่ กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง จำนวน 19,202 ล้านบาท ถัดมาเป็นสองหน่วยงานด้านพลังงานไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นำส่งอยู่ที่ 18,244 ล้านบาท และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 16,011 ล้านบาท

ธนาคารออมสิน นำส่งรายได้เป็นอันดับหก ที่มูลค่า 13,389 ล้านบาท ตามด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 8,100 ล้านบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จำนวน 6,963 ล้านบาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำนวน 5,552 ล้านบาท และอันดับที่สิบคือ การไฟฟ้านครหลวง จัดเก็บได้ที่ 5,104 ล้านบาท

ด้านภาพรวมการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจจำนวน 43 แห่ง ในช่วง 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.2568 – ส.ค. 2569) พบว่า จากกรอบงบลงทุนทั้งหมด 236,839.91 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายเงินลงทุนไปแล้ว 218,352 ล้านบาท หรือคิดเป็น 92.19% ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 86.65%

สิ่งนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพการเบิกจ่ายที่สูงขึ้น และคาดว่าเมื่อสิ้นสุดเดือนก.ย.2569 จะสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเบิกจ่ายได้สูงกว่า 225,998 ล้านบาท หรือคิดเป็น 95.40% ของเป้าหมาย ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าเป้าหมายขั้นต่ำของรัฐบาล

ขับเคลื่อน 5 แผน ‘PPP’ 1.4 หมื่นล้าน

สำหรับการส่งเสริมให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ PPP ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน หรือ “คณะกรรมการ PPP” ได้อนุมัติโครงการรวม 5 โครงการ มูลค่ารวม 14,023 ล้านบาท ได้แก่ โครงการพัฒนาและบริหารจัดการที่พักริมทาง หรือ "เรสต์แอเรีย" จำนวน 3 โครงการ ได้แก่

  1. โครงการบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน - นครราชสีมา ของกรมทางหลวง มูลค่า 3,520 ล้านบาท
     
  2. โครงการบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี ของกรมทางหลวง มูลค่า 2,380 ล้านบาท
     
  3. โครงการบริเวณบางโปรง บนทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย มูลค่า 1,602 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการจัดตั้งศูนย์บำบัดโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยีการฉายอนุภาคโปรตอน ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ วงเงิน 2,568 ล้านบาท และโครงการท่าเทียบเรือ A5 ท่าเรือแหลมฉบัง ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อรองรับการขนส่งรถยนต์แบบบรรทุกผ่านเรือโดยตรง หรือ "โรโร" (Roll-On/Roll-Off: Ro/Ro) วงเงิน 3,953 ล้านบาท 

 

พร้อมกันนี้ สคร. อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชนสีเขียว หรือ Green PPP เพื่อมุ่งเน้นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการออกแบบโครงการเชิงอนุรักษ์ การกำหนดตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม การระบุเงื่อนไขในสัญญา ตลอดจนการสนับสนุนเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) 

‘วายุภักษ์’ รับอานิสงส์หุ้นไทย โตเฉียด 30%

ในส่วนของผลการดำเนินงานของกองทุนรวมวายุภักษ์ ณ วันที่ 31 ก.ค.2569 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ หรือ (NAV) อยู่ที่ 595,548.34 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 28.10% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 490,390.32 ล้านบาท

โดยเป็นผลจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET Index ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยแบ่งเป็น NAV ของหน่วยลงทุนประเภท ก. จำนวน 155,609.10 ล้านบาท และหน่วยลงทุนประเภท ข. จำนวน 439,939.25 ล้านบาท 

ควบ 2 ภารกิจ ‘OECD’ – ‘FTA’ แคนาดา-อังกฤษ

นอกจากนี้ สคร. ได้ยกระดับการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจประจำปี 2569 ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นตามขนาดองค์กร รวมทั้งยังได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ในหมวดการกำกับดูแลกิจการรัฐวิสาหกิจ

ตลอดจนทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA)  ไทย - สหภาพยุโรป ในบทรัฐวิสาหกิจ ซึ่งสามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นสำคัญเบื้องต้นได้แล้ว และเตรียมขยายการเจรจา FTA ในบทรัฐวิสาหกิจร่วมกับแคนาดา และสหราชอาณาจักรต่อไป

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์