สุริยะ เคาะเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามข้อตกลง WTO รับเทรนด์ผลผลิตปี 69 โต 1.5% พร้อมตั้งการ์ดคุมนำเข้ากาแฟ ย้ำชัดทุกมติต้องปกป้องเกษตรกรไทยเป็นหลัก
KEY POINTS
- ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.1 ขณะที่เศรษฐกิจการเกษตรโดยรวมมีแนวโน้มเติบโตร้อยละ 0.5 – 1.5
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เห็นชอบแผนการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีองค์การการค้าโลก (WTO) ในช่วงปี 2569-2571
- สินค้าเกษตรที่จะเปิดตลาดตามข้อตกลง WTO ได้แก่ หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง กระเทียม และเมล็ดกาแฟ โดยจะมีการควบคุมเงื่อนไขการนำเข้า
- มีมาตรการควบคุมการนำเข้าควบคู่ไปกับการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพของเกษตรกรไทย เพื่อสร้างสมดุลและปกป้องเสถียรภาพราคาสินค้าในประเทศ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทั้งนี้ จากข้อมูลโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่าแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี 2569 ล่าสุดผลผลิตภาคการเกษตรมีทิศทางเพิ่มขึ้น โดยดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรปี 2569 คาดว่าอยู่ที่ 153.91 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหมวดพืชมีดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 และหมวดปศุสัตว์มีดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7
ส่วนด้านเศรษฐกิจการเกษตรมีแนวโน้มขยายตัวในช่วงร้อยละ 0.5 – 1.5 ปัจจัยสนับสนุนหลายปัจจัย เช่น การบริหารจัดการน้ำ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ การควบคุมและเฝ้าระวังโรคระบาดในพืชและสัตว์ ตลอดจนการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับสินค้าเกษตร
โดยการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2569-2571 สำหรับสินค้าเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ (แห้งเป็นผงและไม่เป็นผง) หัวพันธุ์มันฝรั่ง มันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป รวมถึงการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2570-2571 สำหรับสินค้ากระเทียม พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ เตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบ และมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
สำหรับการเปิดตลาดกลุ่มสินค้าเมล็ดกาแฟ และผลิตภัณฑ์กาแฟ ภายใต้ความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการเงื่อนไขการบริหารการนำเข้าสินค้า และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพภาคการผลิตในประเทศควบคู่ไปด้วย พร้อมทั้ง ยังคงติดตามและเฝ้าระวังปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรให้มากที่สุด
มติการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลง WTO ในครั้งนี้ ถือเป็นการบริหารจัดการการค้าเชิงรุกที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างพันธสัญญาระหว่างประเทศกับการปกป้องเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรภายในประเทศ การที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำมาตรการบริหารจัดการนำเข้าควบคู่กับการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาขับเคลื่อน จะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลกและสภาวะปรับเปลี่ยนภาคการเกษตรไทยให้เข้มแข็งและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน





