วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

สุริยะ ตรวจหาดใหญ่ จ. สงขลา 'สั่งลุยซ่อมคลอง ร.1 รับมือฝนใต้'

“สุริยะ” ลงพื้นที่หาดใหญ่ ติดตามการบริหารจัดการน้ำและเตรียมพร้อมรับมือฝนใต้ สั่งกรมชลประทานเร่งซ่อมคลอง ร.1 ขุดลอกคลองสายหลัก ดึง AI และ Machine Learning พยากรณ์น้ำท่วมล่วงหน้า หวังป้องกันและลดความเสี่ยงอุทกภัยให้ชาวสงขลา

KEY POINTS

  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ สั่งกรมชลประทานเร่งซ่อมแซมคลอง ร.1 และขุดลอกลำคลอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำรับมือฤดูฝนในภาคใต้
  • มีการนำระบบพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วมที่ใช้เทคโนโลยี Machine Learning มาช่วยประเมินสถานการณ์และสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำ
  • กำชับให้เตรียมความพร้อมของระบบระบายน้ำ อาคารชลประทาน เครื่องจักร และบุคลากร ให้พร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างทันท่วงที

“สุริยะ” ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ สั่งการกรมชลประทานเร่งซ่อมคลอง ร.1 ขุดลอกลำคลอง พร้อมนำระบบพยากรณ์ Machine Learning มาใช้ประเมินสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ช่วงฤดูฝน

สุริยะ ตรวจหาดใหญ่  จ. สงขลา  'สั่งลุยซ่อมคลอง ร.1 รับมือฝนใต้' สุริยะ ตรวจหาดใหญ่  จ. สงขลา  'สั่งลุยซ่อมคลอง ร.1 รับมือฝนใต้'

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ และการเตรียมความพร้อมในการป้องกันอุทกภัยพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ณ ประตูระบายน้ำหน้าควน (คลองภูมินาถดำริ) ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

 โดยนายสุริยะ  เปิดเผยว่า ได้กำชับกรมชลประทานให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้อย่างรอบด้าน เน้นย้ำในการนำ 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด พร้อมเร่งตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้เร่งแก้ไขจุดเสี่ยงและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่ได้รับความเสียหาย ควบคู่ไปกับการวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในระยะต่อไป เพื่อให้การแก้ไขปัญหาอุทกภัยไม่จำกัดอยู่เพียงการรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่สามารถยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำให้มีความพร้อมและมั่นคงในระยะยาว

สุริยะ ตรวจหาดใหญ่  จ. สงขลา  'สั่งลุยซ่อมคลอง ร.1 รับมือฝนใต้' สุริยะ ตรวจหาดใหญ่  จ. สงขลา  'สั่งลุยซ่อมคลอง ร.1 รับมือฝนใต้'

อย่างไรก็ตาม ได้เร่งเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ทั้งการตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทานและประตูระบายน้ำ การขุดลอกคลอง ตลอดจนการเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรให้เข้าปฏิบัติงานได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำและลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ควบคู่กับการจัดทำแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ครอบคลุมทั้งระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

 

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำระบบพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการอุทกภัยในสภาพการใช้งานจริง มีการบูรณาการการจำลองสถานการณ์น้ำท่วมร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ที่จะใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ช่วยให้หน่วยงานสามารถประเมินสถานการณ์และวางแนวทางรับมือได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว

สุริยะ ตรวจหาดใหญ่  จ. สงขลา  'สั่งลุยซ่อมคลอง ร.1 รับมือฝนใต้'

“ได้มอบหมายให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรัดการซ่อมแซมคลอง ร.1 และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ และพัฒนาระบบพยากรณ์และเตือนภัย เพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ สามารถรับมือสถานการณ์ฝนและอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที ลดผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ รวมไปถึงพื้นที่โดยรอบตลอดช่วงฤดูฝน” นายสุริยะ กล่าว

การลงพื้นที่ติดตามระบบระบายน้ำที่อำเภอหาดใหญ่ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ล่วงหน้า การเร่งซ่อมแซมคลอง ร.1 ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) มาช่วยเตือนภัยและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วม ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการน้ำเฉพาะหน้าไปสู่การป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระยะยาว