เปิดแฟ้ม ครม.สัญจร สงขลา “อนุทิน” นำทัพประชุม อัดฉีดงบรถไฟทางคู่ 6 เส้นทางกว่า 3 แสนล้าน-ยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานกระตุ้นเศรษฐกิจใต้
จังหวัดสงขลา ที่ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (1 กันยายน 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครม.สัญจรสงขลา วันนี้ โดยมีวาระสำคัญด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่น่าสนใจหลายประเด็น โดยเฉพาะการผลักดันโครงการ รถไฟทางคู่ ทั่วประเทศและการยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งพิจารณาการทำประกันภัยพิบัติให้กับครัวเรือนวงเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยมีวาระที่น่าสนใจดังนี้
จ่ออนุมัติรถไฟทางคู่ 6 โครงการรวด มูลค่ากว่า 3.16 แสนล้าน
กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. เพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่จำนวน 6 โครงการ รวมวงเงินทั้งสิ้น 316,180.74 ล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งทางรางให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ภาคใต้โดยตรงถึง 3 ช่วง ได้แก่
1.) ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท
2.) ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา วงเงิน 77,456.97 ล้านบาท (แบ่งเป็นช่วงสุราษฎร์ฯ–หาดใหญ่ 61,534.55 ล้านบาท และหาดใหญ่–สงขลา 15,922.42 ล้านบาท)
3.) ช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย
นอกจากนี้ยังมีโครงการในภูมิภาคอื่น ได้แก่ ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย วงเงิน 81,143 ล้านบาท), ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี วงเงิน 44,095 ล้านบาท และช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ วงเงิน 68,222 ล้านบาท พร้อมด้วยการเสนอยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีระบบรางของประเทศ พ.ศ. 2571 - 2575 เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต
จับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้
นอกจากนี้เพื่อเป็นการลดภาระผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานในเขตจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) ขณะที่กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอร่างประกาศผังเมืองรวมเมืองสงขลาเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการลงทุนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
ประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศและสวัสดิการ
ในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศเสนอเรื่องการแก้ไขเอกสาร TOR การสร้างและบำรุงรักษารั้วเดี่ยวบนเส้นเขตแดนที่บ้านด่านนอก จ.สงขลา / บูกิตกายูฮิตัมเพื่อความมั่นคงและการจัดการชายแดน รวมถึงการทำแถลงการณ์ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับสิงคโปร์
นอกจากนี้ นายอนุทิน ในฐานะ รมว.มหาดไทย ยังเสนอให้ ครม. รับทราบผลการศึกษาการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย และอนุมัติหลักการระบบประกันภัยเพื่อบริหารจัดการความเสียหายจากภัยพิบัติ ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคประชาชนและนักลงทุนในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ
กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย จะเสนอโครงการทำประกันภัยพิบัติให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ ครอบคลุม 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐบาลจัดสรรวงเงินงบประมาณในการซื้อประกันภัยพิบัติปีละประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายทุกครัวเรือน
โดยประกันภัยนี้ครอบคลุมความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ในภัยพิบัติ 3 ภัย ได้แก่ อุทกภัย แผ่นดินไหว และวาตะภัย ซึ่งโดยเฉลี่ยและประเทศไทยจะมีภาระในการต้องชดเชยงบประมาณในส่วนนี้ไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ ครม.อนุมัติแล้วกระทรวงการคลัง โดยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะหารือกับบริษัทประกันภัย เพื่อให้บริษัทต่างที่สนใจมาเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเกณฑ์เบื้องต้นคือการจ่ายเยียวยาให้กับครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติตามที่กำหนด ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เช่น ความเสียหายที่เกิดจากบ้านเรือนสูงสุดหลังคาเรือนละ 1 แสนบาท และกรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติอยู่ที่ 2 ล้านบาทต่อคนตามเกณฑ์ที่ประชาชนผู้เสียชีวิตได้รับจากกรณีเกิดอุทกภัยที่หาดใหญ่ และที่จ.น่าน ที่เกิดขึ้นล่าสุด และต้องจ่ายภายใน 7 วันหลังเกิดเหตุภัยพิบัติเพื่อให้ทันการเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน





