วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม

รัฐปูพรมข้อมูลเรียลไทม์ ดัน Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า “กฟผ.-กฟภ.” ห่วงข้อมูลไม่ครบ ฉุดบริหารระบบ ขณะที่เอกชนชง Sandbox นิคมฯ ปลดล็อก TPA-Wheeling Charge

KEY POINTS

  • การเพิ่มขึ้นของ "Prosumer" หรือผู้ที่ทั้งผลิตและใช้ไฟฟ้าเอง (เช่น จากโซลาร์รูฟท็อป) ทำให้ทิศทางการไหลของไฟฟ้าซับซ้อนขึ้นและกลายเป็นสองทิศทาง ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ไทยต้องเร่งพัฒนาระบบ Smart Grid
  • กระทรวงพลังงาน กำลังผลักดันการสร้าง Smart Grid เพื่อเป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าที่หลากหลาย โดยเน้นการเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์จากทุกระดับเพื่อใช้ในการวางแผนและรักษาเสถียรภาพของระบบ
  • เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ โดยการไฟฟ้าฯ เริ่มใช้ AI เพื่อพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและความต้องการใช้ไฟ รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อควบคุมระบบอัตโนมัติ
  • ความท้าทายหลักคือการขาดข้อมูลที่ครบถ้วนจากฝั่ง Prosumer ซึ่งหน่วยงานต่างๆ กำลังเร่งแก้ไขด้วยการติดตั้ง Smart Meter และ Sensors เพื่อให้สามารถมองเห็นสถานการณ์ของโครงข่ายได้แบบเรียลไทม์และครบวงจร
  • ภาคเอกชนเสนอให้มีการปรับปรุงกฎระเบียบควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี เช่น การเปิดให้บุคคลที่สามใช้โครงข่าย (TPA) และการทดลองใช้ Smart Grid ในพื้นที่จำกัด (Sandbox) เพื่อรองรับผู้เล่นรายใหม่และรูปแบบธุรกิจพลังงานในอนาคต

ประเทศไทยเร่งเครื่องยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าสู่ยุค Smart Grid รับโครงสร้างพลังงานที่กำลังเปลี่ยนจากระบบผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่แบบทางเดียว สู่ระบบที่มีผู้ผลิตรายย่อยหรือ Prosumer เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งโซลาร์รูฟท็อป แบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่การขยายตัวของ Data Center และเทคโนโลยี AI กำลังผลักดันความต้องการไฟฟ้าที่ต้องมีทั้งความมั่นคง สะอาด และมีความยืดหยุ่นสูง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงาน KT Dialogue New Horizon: Smart Grid พลิกโฉมโครงข่ายพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต จัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ” วันที่ 28 ส.ค. 2569 ว่า การเปลี่ยนผ่านของระบบพลังงานจากโลกเดิมที่พึ่งพาน้ำมันไปสู่ยุคไฟฟ้า ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้ากลายเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อพลังงานหมุนเวียนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ภาครัฐจึงต้องเร่งพัฒนา Smart Grid เพื่อทำหน้าที่เป็น “ตัวเชื่อมโยงรอยต่อ” ระหว่างแหล่งผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ Prosumer ซึ่งทำให้ทิศทางการไหลของไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงจากโรงไฟฟ้าไปยังผู้ใช้ไฟอีกต่อไป

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม

ปูพรมข้อมูลแบบเรียลไทม์

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการยกระดับ Smart Grid คือ "ข้อมูล" กระทรวงพลังงานเตรียมผลักดันการจัดเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ตั้งแต่ระดับอินเวอร์เตอร์ของโซลาร์รูฟท็อปตามบ้านเรือนและผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเจ้าของระบบ การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ประกอบด้วย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รวมถึง สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และหน่วยงานที่ควบคุมระบบส่งไฟฟ้า

การมีข้อมูลที่แม่นยำจะทำให้ภาครัฐสามารถมองเห็นสถานการณ์การผลิตและใช้ไฟฟ้าได้ละเอียดขึ้น ก่อนนำไปใช้วางแผนติดตั้งอุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพไฟฟ้า ตลอดจนระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในจุดที่มีความจำเป็นได้อย่างตรงเป้าหมาย

ที่สำคัญ เมื่อการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์และลมมีความผันผวนตามสภาพอากาศ Smart Grid จะสามารถนำข้อมูลมาประมวลผลและสั่งการควบคุมระบบ รวมถึงลดหรือตัดกระแสไฟฟ้าบางส่วนเป็นการชั่วคราวในกรณีจำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพและลดความเสี่ยงของไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม

“กฟผ.” ชี้ Prosumer ดันไฟไหลย้อน

นายจักรี ศิริมะณีวัฒนา ผู้ช่วยผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า โครงสร้างการไหลเวียนของพลังงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่ไฟฟ้าไหลจากระบบผลิตผ่านระบบส่งไปยังระบบจำหน่ายและผู้ใช้ไฟ แต่การที่ต้นทุนโซลาร์ลดลงทำให้ Prosumer เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ไฟฟ้าสามารถไหลย้อนจากผู้ใช้กลับเข้าสู่ระบบจำหน่ายและระบบส่ง

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อนมากขึ้น และจำเป็นต้องยกระดับระบบบริหารจัดการให้สามารถรับรู้สถานการณ์ได้แบบครบวงจร

กฟผ. จึงเริ่มนำ AI เข้ามาช่วยพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์และพลังงานลม ทั้งในระดับชั่วโมงและวัน รวมถึงพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้สามารถประเมินล่วงหน้าได้ว่าระบบจำเป็นต้องเพิ่มหรือลดการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าในช่วงเวลาใด

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือข้อมูล เนื่องจากปัจจุบัน กฟผ. สามารถเห็นข้อมูลในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของตน แต่ยังไม่สามารถมองเห็นข้อมูลจาก Prosumer ได้ครบถ้วน หากจำนวน Prosumer เพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยที่ระบบยังไม่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน จะทำให้การวางแผนและบริหารจัดการระบบไฟฟ้าภาพรวมทำได้ยากขึ้น

"ในอนาคตยังมีแนวโน้มเกิดธุรกิจใหม่อย่าง Peer-to-Peer (P2P) Trading หรือการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้รายย่อย ซึ่งจะยิ่งเพิ่มจำนวนผู้เล่นและความซับซ้อนของระบบไฟฟ้า"

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม

“กฟภ.” เร่ง Smart Meter มองระบบเรียลไทม์

นายพงศกร ยุทธโกวิท รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเจนคือการขยายตัวของ Solar Rooftop ตามบ้านเรือนและอาคารพาณิชย์ รวมถึงการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบไฟฟ้าแรงต่ำ

กฟภ. จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนา Smart Meter และ Sensors ตลอดโครงข่าย เพื่อให้สามารถมองเห็น Power Flow หรือทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ โดยปัจจุบัน กฟภ. ได้นำร่องติดตั้ง Smart Meter แล้วกว่า 1 แสนเครื่องในเมืองพัทยา

ข้อมูลจาก Smart Meter และ Sensors จะเป็นฐานให้สามารถนำ AI มาวิเคราะห์และคาดการณ์ทั้งการใช้และการผลิตไฟฟ้าล่วงหน้า ซึ่งจะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบระบบไฟฟ้ายุคใหม่

ขณะเดียวกัน ในอนาคตผู้ใช้ไฟฟ้าจะมีทั้ง Solar Rooftop และแบตเตอรี่เป็นของตัวเอง ทำให้ระบบต้องบริหารจัดการแบตเตอรี่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟ รวมถึงอาจต้องนำโครงสร้างราคาไฟฟ้าตามช่วงเวลามาใช้ เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้ชาร์จและจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม

“TDRI” ชี้ 4 หัวใจ Smart Grid

ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดทำให้ระบบไฟฟ้าต้องรับมือกับทั้งความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนและการผลิตไฟฟ้าที่กระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่

ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา Smart Grid คือข้อมูลเชิงพื้นที่ หรือ Spatial Data ที่ครบถ้วน เพื่อให้หน่วยงานสามารถวางแผนและบริหารจัดการโครงข่ายได้อย่างแม่นยำ

โดยหัวใจของ Smart Grid ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ Forecast การพยากรณ์ปริมาณไฟฟ้าจากพลังงานธรรมชาติ, Measurement การตรวจวัดปริมาณการผลิตจริง, Control การควบคุมระบบโครงข่ายและการสื่อสาร และ Storage ระบบกักเก็บพลังงาน

แม้การลงทุน Smart Grid จะถูกมองว่าเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องเปรียบเทียบกับ “ต้นทุนของการไม่ลงทุน” เพราะหากไทยไม่เร่งยกระดับโครงข่ายท่ามกลางแรงกดดันด้านการลดคาร์บอน อาจกระทบทั้งความมั่นคงทางพลังงานและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม

"กกพ." เร่ง Smart Regulation รับผู้เล่นเพิ่ม

นายกัลย์ แสงเรือง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะด้านเทคโนโลยี แต่ยังทำให้โครงสร้างตลาดมีผู้เล่นเพิ่มขึ้น ทั้ง Prosumer, ผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียน, ผู้ให้บริการระบบกักเก็บพลังงาน และผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคง ความยั่งยืน และราคาที่เหมาะสม พร้อมกับการปรับระบบกำกับดูแลให้สามารถรองรับผู้เล่นจำนวนมาก

กกพ. เตรียมนำแนวคิด Smart Regulation มาใช้ โดยเน้น Automation การสื่อสาร และมาตรฐานกลางที่สามารถเชื่อมโยงอุปกรณ์และระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน หรือ Interoperability รวมถึงให้ความสำคัญกับ Cybersecurity เนื่องจากเมื่อระบบไฟฟ้าถูกเชื่อมต่อกับอุปกรณ์จำนวนมาก ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

TPA–Wheeling Charge ตัวปลดล็อก

อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือการเปิดให้บุคคลที่สามสามารถใช้โครงข่ายไฟฟ้า หรือ Third Party Access (TPA) และการกำหนด Wheeling Charge หรือค่าบริการใช้สายส่งที่ชัดเจน

กกพ. อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง Grid Code เพื่อรองรับการเชื่อมต่อและส่งไฟฟ้าสีเขียวอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงจัดทำหลักเกณฑ์ Wheeling Charge ที่เหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ต้นทุนตกกับผู้ใช้ไฟฟ้าโดยรวม

ด้าน TDRI เห็นว่าการปลดล็อก TPA และกำหนดค่าผ่านสายที่ชัดเจนเป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำให้ระบบไฟฟ้ากระจายตัวมากขึ้น และเปิดทางให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม

BGRIM ชง 5 ข้อเร่ง Smart Grid

นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM กล่าวว่า หัวใจของ Smart Grid สำหรับภาคอุตสาหกรรมคือ Reliability เพราะโรงงานไม่สามารถรับความผิดปกติของไฟฟ้าได้แม้เพียงเสี้ยววินาที เนื่องจากอาจกระทบต่อสายการผลิตทั้งหมด BGRIM เสนอ 5 แนวทางขับเคลื่อนระบบไฟฟ้ายุคใหม่ ได้แก่

1. Data ต้องมีฐานข้อมูลชุดเดียว หรือ Single Dataset ที่โปร่งใสและสามารถแบ่งปันข้อมูลระหว่างรัฐกับเอกชน

2. TPA เปิดให้บุคคลที่สามเข้าถึงโครงข่าย เพื่อสร้างกิจกรรมในตลาดไฟฟ้าและเชื่อมโยงความต้องการของภาคอุตสาหกรรมกับแหล่งพลังงานหมุนเวียน

3. Integrated Power Supply พัฒนาระบบพลังงานเชิงพื้นที่ เช่น นิคมอุตสาหกรรม โดยนำ Solar Rooftop, Solar Floating และ Solar Farm มาผสานกัน และต่อยอดสู่การซื้อขายไฟฟ้าแบบ P2P

4. ปรับกฎระเบียบ ลดข้อจำกัดในการพัฒนาโครงข่ายและการซื้อขายพลังงาน เพื่อให้ระบบไฟฟ้ารองรับรูปแบบธุรกิจใหม่

5. ลดขั้นตอนใบอนุญาต หลังภาคธุรกิจใช้เวลาสร้างโรงงานเพียง 3-6 เดือน แต่กระบวนการขออนุญาตด้านพลังงานบางประเภทอาจใช้เวลานานถึง 6 ปี ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเร็วของการลงทุนยุคใหม่

BGRIM ประเมินว่าการพัฒนา Smart Grid จะช่วยลดความสูญเสียในระบบ ลดค่าบำรุงรักษา และยืดอายุอุปกรณ์ สร้างมูลค่าประหยัดให้ประเทศราว 2.8 หมื่นล้านบาทต่อปี ขณะที่การสร้างระบบนิเวศพลังงานใหม่ ทั้งแบตเตอรี่และการซื้อขายไฟฟ้าเสรี มีศักยภาพสร้างรายได้เพิ่มกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี และรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 3 หมื่นล้านบาท

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม

WHAUP ชง Sandbox นิคมฯ ทดลองจริง

นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิว.เอช.เอ. ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP กล่าวว่า ปัจจัยในการดึงดูดการลงทุนกำลังเปลี่ยนจากเดิมที่เน้นต้นทุนแรงงานและสิทธิประโยชน์ ไปสู่ความสามารถในการเข้าถึงพลังงานสะอาดและโครงข่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ

โดยเฉพาะภายใต้แรงกดดันด้าน Net Zero หากผู้ประกอบการไทยไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดและลดการปล่อยคาร์บอนได้ อาจกระทบต่อ Scope 3 ของคู่ค้าต่างประเทศ และส่งผลต่อคำสั่งซื้อในอนาคต

WHAUP จึงเสนอให้รัฐทดลองพัฒนา Smart Grid แบบ Sandbox ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม แทนการรอให้พร้อมทั้งประเทศ โดยให้นิคมอุตสาหกรรมทำหน้าที่เป็น Aggregator รวบรวมและบริหารจัดการพลังงาน รวมถึงเปิดให้เกิดการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกัน

แนวทางดังกล่าวจะทำให้รัฐเห็นผลลัพธ์จากพื้นที่จริง ก่อนนำไปขยายผลในพื้นที่อื่น พร้อมเสนอให้คำนวณระบบไฟฟ้าย้อนกลับจากความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Data Center เพื่อวางแผนกำลังผลิตและสายส่งให้เหมาะสมกับความต้องการจริง

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม

EA ชี้ 3 โจทย์ “ถูก-เขียว-มั่นคง”

นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า ระบบไฟฟ้ายุคใหม่ต้องตอบโจทย์ 3 เรื่องพร้อมกัน คือ ไฟฟ้าราคาถูก พลังงานสะอาด และความมั่นคงของระบบ

แม้ต้นทุนโซลาร์ลดลงต่ำกว่า 1 บาทต่อหน่วยในกรณีสัญญาระยะยาว 20 ปี แต่ข้อจำกัดสำคัญคือความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ ทำให้จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานเพื่อเสริมความมั่นคง

ดังนั้น Smart Grid จึงไม่ใช่เพียงการติดตั้งอุปกรณ์หรือระบบสายส่งใหม่ แต่เป็นการบริหารจัดการทั้ง Hardware และ Software ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป

โดยเฉพาะ Data Center ที่ต้องใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง และ EV ซึ่งกำลังกลายเป็นโหลดขนาดใหญ่รูปแบบใหม่ จะทำให้ระบบไฟฟ้าต้องเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการอย่างมีนัยสำคัญ

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม

Huawei ดัน Smart Grid สู่ Energy Internet

นายวิลเลี่ยม จาง รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า Smart Grid ในอนาคตไม่ควรถูกมองเพียงเป็นการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า แต่ต้องยกระดับไปสู่แนวคิด Energy Internet ที่เชื่อมโยงอุปกรณ์และแหล่งพลังงานทั่วประเทศเข้าด้วยกัน

การเปลี่ยนผ่านมี 2 เรื่องสำคัญ คือ Openness หรือการเปิดกว้างของระบบ และ AI Enablement หรือการนำ AI เข้ามาเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการ

ปัจจุบัน IoT ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบไฟฟ้ามากขึ้น ขณะเดียวกัน Solar Rooftop แบตเตอรี่ และ EV ทำให้ไฟฟ้าไหลได้สองทิศทาง ทั้งจากระบบไปยังผู้ใช้และจากผู้ใช้กลับเข้าสู่โครงข่าย

ขั้นต่อไปจึงไม่ใช่เพียงทำให้อุปกรณ์เชื่อมต่อกัน แต่ต้องทำให้ระบบสามารถรับรู้ วิเคราะห์ คาดการณ์ และประเมินความเสี่ยง ได้แบบอัตโนมัติ โดย AI จะเข้ามาช่วยบริหารอุปกรณ์ สายส่ง หม้อแปลง และองค์ประกอบต่างๆ ของระบบ พร้อมแจ้งเตือนความผิดปกติล่วงหน้า

“Data Center–EV” เร่งโจทย์ใหม่

เทคโนโลยีอย่าง HPLC, Edge Computing Unit (ECU) และ IoT จะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเก็บและประมวลผลข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนนำ AI มาช่วยตัดสินใจและควบคุมระบบ

ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า การเติบโตของ Data Center และ AI รวมถึง EV จะทำให้การลงทุน Smart Grid ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้ เพราะความต้องการไฟฟ้าจะมีทั้งปริมาณที่สูงขึ้นและรูปแบบการใช้ที่ซับซ้อนกว่าเดิม

โจทย์จึงไม่ใช่เพียงการสร้างกำลังผลิตเพิ่ม แต่ต้องทำให้ระบบสามารถมองเห็นการผลิตและการใช้ไฟฟ้าได้แบบเรียลไทม์ พร้อมบริหารจัดการโหลดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม

จาก Grid สู่ระบบไฟฟ้า “ฉลาดและยืดหยุ่น”

ภาพใหญ่ของ Smart Grid ไทยจึงกำลังขยับจากการเป็นเพียงโครงข่ายไฟฟ้าไปสู่ระบบนิเวศพลังงานที่เชื่อมโยง Solar–Battery–EV–Prosumer–Data Center–AI–IoT เข้าด้วยกัน

หัวใจสำคัญคือการทำให้ระบบสามารถรับรู้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ พยากรณ์ความต้องการและการผลิตไฟฟ้า ควบคุมการไหลของพลังงาน และใช้ระบบกักเก็บพลังงานเข้ามาช่วยบริหารความผันผวน

ขณะเดียวกัน การพัฒนาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากกฎระเบียบและโครงสร้างตลาดยังไม่สามารถรองรับผู้เล่นรายใหม่ได้ การปลดล็อก TPA, Wheeling Charge, Grid Code, P2P Trading และการสร้างมาตรฐาน Interoperability จึงเป็นอีกด้านที่ต้องเดินควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ไทยเร่งเครื่อง Smart Grid พลิกโฉมระบบไฟฟ้า รับ 'Prosumer-AI' บูม