วันศุกร์ ที่ 28 สิงหาคม 2569

Login
Login

ไทยเร่งเครื่อง เปลี่ยนผ่านสู่ ‘Smart Grid’ รับมือ ‘ดาต้าเซ็นเตอร์-EV’ โตพุ่ง ดึงไฟมหาศาล

ในงานเสวนา “KT Dialogue” หัวข้อ “New Horizon Chapter 2: Smart Grid” ของ “กรุงเทพธุรกิจ” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ Gaysorn Urban Resort ชั้น 19 เกษรทาวเวอร์ โดยฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า เรื่องของพลังงานและการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Smart Grid เป็นประเด็นที่มีความสำคัญและจริงจังอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางว่าประเทศไทยในยุคใหม่จะเติบโต แข่งขัน และยืนระยะในเวทีโลกได้อย่างไร

ฉัตรพลได้นำเสนอ 3 ปัจจัยสำคัญของระบบไฟฟ้าในยุคใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย 1.ไฟฟ้าต้องมีราคาถูก เพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขัน 2.ต้องเป็นพลังงานสะอาด (Green) เพราะราคาถูกอย่างเดียวแต่ไม่สะอาดก็ไม่สามารถแข่งขันได้ และ 3.ต้องมีความมั่นคงเนื่องจากต่อให้ราคาถูกและสะอาดเพียงใด หากระบบไม่มีความเสถียร ประเทศก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

ในมุมมองของฉัตรพล ยังเห็นว่าประเทศไทยมีแต้มต่อและข้อได้เปรียบประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกันในหลายด้าน เพราะไทยมีโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าที่แข็งแรงมาก ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจำหน่ายไฟฟ้าไปยังผู้ใช้บริการเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เพิ่มสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าได้สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเหนือกว่าประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีทำเลที่ตั้งที่ได้รับแสงแดดดีและมีพื้นที่ราบจำนวนมาก ซึ่งเหมาะสมที่สุดต่อการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์

ไทยเร่งเครื่อง เปลี่ยนผ่านสู่ ‘Smart Grid’ รับมือ ‘ดาต้าเซ็นเตอร์-EV’ โตพุ่ง ดึงไฟมหาศาล

ปัจจุบันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจาก “โซลาร์เซลล์” ลดต่ำลงอย่างมากจนต่ำกว่า 1 บาทต่อหน่วยสำหรับการทำสัญญาระยะยาว 20 ปี ทว่ายังมีข้อจำกัดเรื่องความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมี “แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน” เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงให้ระบบ ซึ่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่ได้พัฒนามาถึงจุดที่คุ้มค่ากับการลงทุนในเชิงพาณิชย์แล้ว

เช่นเดียวกับยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ที่ EA ดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรถบัส รถบรรทุก หรือรถหัวลาก ต่างมีราคาจำหน่ายที่สามารถแข่งขันกับรถยนต์น้ำมันได้แล้ว ขณะที่ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงนั้นประหยัดกว่าอย่างเห็นได้ชัด

เพื่อก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน การผลิตไฟฟ้าจำเป็นต้องอาศัยการผสมผสานเทคโนโลยีสะอาด ทั้งโซลาร์ แบตเตอรี่ พลังงานน้ำ รวมถึงพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กอย่าง SMR และ MMR เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบ โดยฉัตรพลระบุว่า Smart Grid หรือ Microgrid คือ “การบริหารจัดการทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทั้งหมดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าและการจัดหาพลังงานที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลจะต้องปรับเปลี่ยนนโยบายอย่างรวดเร็วและกำหนดโครงสร้างราคา ที่สามารถแข่งขันได้จริงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ

“Smart Grid คือการบริหารจัดการทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้เหมาะกับการใช้ไฟที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน” ฉัตรพลกล่าว

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนขึ้นมาก นอกเหนือจากภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาดที่ตรวจสอบได้และคุ้มค่าแล้ว ยังมีดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องใช้ไฟตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ การชาร์จไฟของรถ EV ก็จะกลายเป็นจุดใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในอนาคต เพราะชาร์จไฟแต่ละครั้งจะดึงพลังงานมหาศาล ตัวอย่างเช่น เรือไฟฟ้าขนาดใหญ่ในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 800 กิโลวัตต์-ชั่วโมง หากใช้ระบบชาร์จเร็วจะต้องใช้กำลังไฟสูงเกือบ 5 เมกะวัตต์ต่อลำ ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้าไปโดยสิ้นเชิง

การใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรมรวมกับการใช้พลังงานในภาค EV ถือเป็นต้นตอของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 70-80% ของประเทศ ฉัตรพลระบุว่า คาร์บอนเครดิตจะเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่สร้างแต้มต่อในการแข่งขันให้ไทย ยิ่งไปกว่านั้น นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตไม่ได้มองหาเพียงแค่กระแสไฟฟ้าสะอาดเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องการ “ระบบโลจิสติกส์สีเขียว” เช่น รถบรรทุก รถตู้ หรือรถรับส่งพนักงานที่เป็น EV ด้วยเช่นกัน หากประเทศไทยสามารถบูรณาการความมั่นคง ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และราคาที่แข่งขันได้เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ก็จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น ไทยกำลังยืนอยู่บนโอกาสทองในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แต่การจะรักษาความได้เปรียบนี้ไว้ในระยะยาว จำเป็นต้องพัฒนาอีโคซิสเท็มทั้งหมดให้เสร็จสมบูรณ์และครบวงจร

“ถ้าเราสามารถจัดการ ควบคุมราคาพลังงานสะอาดได้อย่างยั่งยืน สร้างอีโคซิสเต็มให้ครบท้วนสมบูรณ์ ธุรกิจที่มาลงทุนในประเทศเราก็จะไม่ไปไหน ประเทศเรายืนได้ยาว” 

ไทยเร่งเครื่อง เปลี่ยนผ่านสู่ ‘Smart Grid’ รับมือ ‘ดาต้าเซ็นเตอร์-EV’ โตพุ่ง ดึงไฟมหาศาล