กกพ. กางโรดแมป Smart Energy ปลดล็อก "Direct PPA-Grid Code" รับเทรนด์ Clean Energy สร้างสมดุลความมั่นคง-ปลอดภัย พร้อมรับมือผู้เล่นรายย่อยล้นตลาด คาดเสร็จสิ้นปีนี้
KEY POINTS
- กกพ. กำลังขับเคลื่อนนโยบาย Smart Energy เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) และรับมือกับผู้เล่นในตลาดที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้น เช่น Prosumer และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยยึดหลักสมดุล 3 ด้าน หรือ Energy Trilemma
- กกพ. กำลังเร่งปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง (Direct PPA) โดยดำเนินการใน 2 ส่วนสำคัญ คือ การปรับปรุงข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า และการกำหนดอัตราค่าบริการสายส่งให้ชัดเจนและเป็นธรรม
- เพื่อรับมือกับผู้เล่นจำนวนมาก กกพ. จะนำแนวคิด "Smart Regulation" มาใช้ โดยเน้นเทคโนโลยีอัตโนมัติ, การสื่อสารที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
- ตั้งเป้าหมายว่าเรื่อง Grid Code และมาตรฐานต่างๆ จะต้องแล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อรองรับการเปิดเสรีไฟฟ้าและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ
นายกัลย์ แสงเรือง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยเวทีเสวนา KT Dialogue New Horizon: Smart Grid พลิกโฉมโครงข่ายพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต จัดโดย "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อรองรับเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ (Smart Energy)
โดยระบุว่า ปัจจุบัน กกพ. กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) มุ่งเน้นการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนและมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน
ชูสมดุล 3 ขา "Energy Trilemma"
หัวใจสำคัญของการกำกับดูแลในยุคเปลี่ยนผ่าน คือการสร้างสมดุลใน 3 มิติ หรือ Energy Trilemma ประกอบด้วย
1. ความยั่งยืน (Sustainability) ที่ต้องการพลังงานสะอาดมากขึ้น
2. ความมั่นคง (Security) แม้พลังงานหมุนเวียนอย่างโซลาร์หรือลมจะมีความผันผวนตามสภาพอากาศ
3. ราคาที่เหมาะสม (Equity/Affordability) เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก
จาก Passive สู่ "Prosumer" และการมาของ EV
นายกัลย์ ระบุว่า อุตสาหกรรมพลังงานกำลังเปลี่ยนจากโมเดลเดิมที่มีผู้เล่นน้อยราย ไปสู่ยุคที่มีผู้เล่นหลากหลายและซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ Prosumer หรือผู้ที่เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าในคนเดียว
นอกจากนี้ การเข้ามาของเทคโนโลยีอย่างยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะทำหน้าที่เป็นทั้งโหลด (Load) และแหล่งจ่ายพลังงาน (Generator) ในอนาคตที่สามารถจ่ายไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบ Grid ได้
รวมถึงการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) มาใช้ทั้งในระดับสาธารณูปโภค (Utility Scale) และระดับผู้ประกอบการ เพื่อบริหารจัดการต้นทุนไฟฟ้าให้สะท้อนความเป็นจริงและไม่กระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้ารายเดิมในระบบ
คืบหน้า Direct PPA และค่าผ่านสาย
สำหรับความคืบหน้าด้านกฎระเบียบ นายกัลย์ให้ข้อมูลว่าในส่วนของ Utility Green Tariff (UGT) หรือไฟเขียว กกพ. ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งในรูปแบบ UGT1 และ UGT2
ส่วนประเด็นที่ภาคอุตสาหกรรมให้ความสนใจอย่าง Direct PPA หรือการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวโดยตรงนั้น กกพ. กำลังเร่งดำเนินการใน 2 ส่วนสำคัญ คือ
1. Grid Code การปรับปรุงข้อกำหนดทางเทคนิคในการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อให้รองรับการส่งไฟฟ้าสีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำงานร่วมกับการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง
2. Wheeling Charge การกำหนดอัตราค่าบริการสายส่งหรือค่าผ่านสายที่ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้าโดยรวม
เป้าหมาย "Smart Regulation" เสร็จสิ้นปีนี้
รองเลขาธิการ กกพ. กล่าวยอมรับว่าการกำกับดูแลผู้เล่นจำนวนมาก (Multiple Players) มีความยากกว่าการดูแลผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย จึงต้องนำแนวคิด Smart Regulation มาใช้ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Automation) และการสื่อสาร (Communication) ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (Interoperability) รวมถึงการให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)
"เราตั้งเป้าว่าภายในปีนี้ เรื่องของ Grid Code และมาตรฐานต่างๆ จะต้องเสร็จสิ้น เพื่อรองรับการเปิดเสรีไฟฟ้าและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทยต่อไป" นายกัลย์กล่าว





