วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'บีโอไอ' กางแผนยกระดับการลงทุน ดึงอุตฯ เป้าหมาย ชู 'Thailand Fast Pass ดันเม็ดเงินลงทุนจริง

“บีโอไอ” กางแผนยกระดับการลงทุนไทย ชู "Thailand Fast Pass" ดันเม็ดเงินลงทุนจริงแล้วกว่า 2 แสนล้าน เล็งขยายความร่วมมือหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม พร้อมผนึกสภาดิจิทัลยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมาย

KEY POINTS

  • บีโอไอใช้มาตรการ "Thailand Fast Pass" ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อเร่งรัดขั้นตอนการอนุมัติใบอนุญาตต่างๆ และผลักดันให้เกิดเม็ดเงินลงทุนจริง
  • มุ่งเน้นดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (PCB/PCBA) เพื่อเป็นฐานรองรับการส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
  • มีมาตรการยกระดับภาคอุตสาหกรรม (Transformation) ด้านดิจิทัล และความยั่งยืน โดยสนับสนุนค่าใช้จ่าย 50% พร้อมส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในประเทศ

วันนี้ (27 ส.ค.69) ในงาน KT Dialogue New Horizon หัวข้อ “Thailand Investment Playbook”  จัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ” นางสาวศุธาศินี สมิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า การขับเคลื่อน และสนับสนุนภาคการลงทุนให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดไม่ได้เป็นผลงานของบีโอไอเพียงหน่วยงานเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ตลาดทุน และสมาคมธนาคาร เพื่อให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการเป็นไปอย่างรอบด้าน อีกทั้งยังได้รับการผลักดันนโยบายที่สำคัญจาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มุ่งบูรณาการมาตรการทางการเงิน และมาตรการทางการคลังเข้ามาผสมผสานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

สำหรับทิศทางการลงทุนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนที่สำคัญส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะส่วนของการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ แผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) และแผ่นวงจรรวม (PCBA) ซึ่งจะปูพื้นฐานสำคัญเพื่อรองรับยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (Advanced Electronics) ในเฟสถัดไป เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ให้ลึกซึ้งลงไปถึงอุตสาหกรรมต้นน้ำให้มากยิ่งขึ้น

รองเลขาธิการบีโอไอยังระบุอีกว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่ใช่คำตอบเดียวในการดึงดูดการลงทุน หากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจไม่พร้อมหรือมีความล่าช้าในการออกใบอนุญาตต่างๆ ก็จะส่งผลให้การลงทุนจริงเกิดความล่าช้าตามไปด้วย ตัวเลขการลงทุนจริงที่เติบโตขึ้นเด่นชัดในปัจจุบันจึงเป็นผลจากการเร่งรัด และติดตามแก้ไขอุปสรรค โดยความพยายามดังกล่าวสะท้อนผ่านการดำเนินโครงการ "Thailand Fast Pass" ซึ่งบีโอไอร่วมมือกับ 8 หน่วยงานพันธมิตร เช่น คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณา EIA, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, กรมศุลกากร และหน่วยงานสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้า เพื่อช่วยรวบรัดขั้นตอนการอนุมัติใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งเตรียมจะมีการขยายความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ต่อไป  โดยในปีนี้ในส่วนของมาตรการ Thailand Fast Pass ปัจจุบันมีโครงการผ่านเกณฑ์การคัดเลือกแล้วกว่า 20 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 200,000 ล้านบาท

ทั้งนี้บีโอไอไม่ได้ตั้งเป้าวงเงินเฉพาะเจาะจงในปีนี้เนื่องจากต้องพิจารณาอย่างรอบคอบตามเงื่อนไข แต่จะปรับปรุงเงื่อนไขให้มีความยืดหยุ่นเพื่อให้โครงการอื่นๆ สามารถเข้าร่วมได้ง่ายขึ้น โดยจะประสานงานเชื่อมต่อฐานความร่วมมือกับศูนย์บริการลงทุนชั้นเดียว (OSOS) ซึ่งปัจจุบันรวบรวมไว้ 38 หน่วยงาน เพื่อพิจารณาคัดเลือกใบอนุญาตที่จำเป็นมาอำนวยความสะดวกในการบริการขั้นต่อไป

 

'บีโอไอ' กางแผนยกระดับการลงทุน ดึงอุตฯ เป้าหมาย  ชู 'Thailand Fast Pass ดันเม็ดเงินลงทุนจริง
ในส่วนของมาตรการยกระดับภาคอุตสาหกรรม และการปรับเปลี่ยนองค์กร บีโอไอได้ขับเคลื่อนงานใน 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ความร่วมมือกับสมาคมธนาคารในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่ และมาตรการเพื่อการยกระดับภาคอุตสาหกรรม (Transformation) ทั้งในด้านความยั่งยืน (Sustainability) และดิจิทัล (Digital) โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นขอการสนับสนุนจากบีโอไอได้ถึง 50% หรือเปรียบเสมือน "คนละครึ่งภาคอุตสาหกรรม" ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) ของกระทรวงการคลัง ส่งผลให้เกิดยอดเม็ดเงินลงทุนจริงสะสมสูงถึงประมาณ 500,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีสัดส่วนการลงทุนจริงที่เป็นกำลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ (Contribution) เพิ่มขึ้นจากในอดีตที่มีสัดส่วนเพียง 10-15% มาอยู่ที่ 20% ในปีนี้

'บีโอไอ' กางแผนยกระดับการลงทุน ดึงอุตฯ เป้าหมาย  ชู 'Thailand Fast Pass ดันเม็ดเงินลงทุนจริง
ต่อข้อวิจารณ์ประเด็นเม็ดเงินลงทุนกระจุกตัวเฉพาะบางอุตสาหกรรม นางสาวศุธาศินี ชี้แจงว่า กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มียอดการลงทุนค่อนข้างสูงเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องนำเข้าเครื่องจักร และอุปกรณ์ราคาแพง ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นองค์ความรู้ระดับสูง เช่น ซอฟต์แวร์ แม้ตัวเลขยอดเงินลงทุนรวมจะไม่สูงนักแต่เป็นอุตสาหกรรมที่มีระดับเทคโนโลยีสูง ทั้งนี้ บีโอไอยังเน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ (Automation & Robotics) ร่วมกับสมาคม TARA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของภาคธุรกิจในภาพรวม มาตรการนี้สนับสนุนทั้งฝั่งผู้ใช้งานระบบ (Demand) ที่จะได้รับการยกเว้นอากรครึ่งหนึ่งสำหรับเงินลงทุน และฝั่งผู้รวมระบบ (System Integrator: SI) เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาการออกแบบทางวิศวกรรม และการเข้าถึงตลาด ขณะเดียวกัน ยังมีหน่วยงาน BUILD ในการประสานงานเพื่อจับคู่ คู่ค้าผ่านงานนิทรรศการชิ้นส่วนอุตสาหกรรม "Subcon Thailand" ที่ดำเนินการต่อเนื่องยาวนานกว่า 17-18 ปีเพื่อดึงรายใหม่เข้าสู่ระบบห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับประเด็นชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศ แม้ขั้นตอนเริ่มต้นในการตรวจสอบคุณสมบัติ (Qualification) จะต้องใช้เวลา แต่หากเป็นกลุ่มผู้ผลิตที่เข้ามาดำเนินกิจการหรือขยายการลงทุนต่อ และอยู่ในไทยเป็นเวลา 2-3 ปี จะพบว่ามีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) เพิ่มสูงขึ้นถึง 50-60% ตามแต่ละประเภทผลิตภัณฑ์ โดยบีโอไอพร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานด้านการวิจัยพัฒนาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานนี้ได้

นอกจากนี้บีโอไอได้ดำเนินมาตรการสนับสนุนด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ผ่านการขึ้นทะเบียนในระบบบัญชีผู้ให้บริการดิจิทัล (Digital Service Account) เพื่อรับประกันมาตรฐานและความมั่นใจในความปลอดภัยของระบบเมื่อผู้ประกอบการมาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ร่วมกัน บีโอไอเล็งเห็นว่ากลุ่มธุรกิจนี้มีศักยภาพสูง จึงเตรียมร่วมมือกับสภาดิจิทัล (Digital Council) เป็นแกนหลักสำคัญในการเชื่อมประสานเครือข่ายและขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมผลักดันธุรกิจนี้ให้เป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต

 

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์