วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอกนิติ' ยกตัวเลขขาดดุลพุ่ง แจงสภาฯ ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน จำเป็นต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ยัน พ.ร.ก.กู้เงินพลังงานจำเป็นต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ ยกตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่ออกมายืนยันสิ่งที่รัฐบาลประเมินไว้ตั้งแต่ตอนออก พ.ร.ก. ว่าเศรษฐกิจชะลอลง เงินเฟ้อสูงขึ้น ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเกือบ 600,000 ล้านบาท ในไตรมาสเดียว จากผลของราคาน้ำมัน และพลังงานสูง แจงรัฐบาลไม่ตีเช็คเปล่า กู้ตามใช้จริง คุมหนี้ โปร่งใส และวินัยคลังยังแข็งแรง

KEY POINTS

  • นายเอกนิติ ชี้แจงต่อสภาฯ ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน จำเป็นต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยอ้างถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เงินเฟ้อสูงขึ้น และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมาก จากวิกฤติพลังงาน
  • วัตถุประสงค์หลักของเงินกู้คือ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพสูง และเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไปสู่พลังงานทดแทน ลดการพึ่งพาการนำเข้า
  • รมว.คลังยืนยันว่าการกู้เงินจะทำตามความจำเป็น และใช้จ่ายจริงเท่านั้น ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า โดยมีกลไกการกลั่นกรองโครงการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง

วันนี้ (26 ส.ค.2569)  เวลา 10.35 น. ที่อาคารรัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 ว่า รัฐบาลเสนอ พ.ร.ก.ฉบับนี้ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และพร้อมเปิดให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน

นายเอกนิติ กล่าวว่า ก่อนเข้าสู่เหตุผลความจำเป็น รัฐบาลเห็นว่าทุกฝ่ายต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเข้าให้ความเห็น และมีคำวินิจฉัยแล้ว การหยิบเฉพาะความเห็นฝ่ายคัดค้านมาอภิปรายอาจไม่ครบถ้วน และไม่เป็นธรรมนัก อย่างไรก็ดี รัฐบาลเคารพความเห็นต่าง เพราะการอภิปรายควรนำไปสู่การทำให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งขึ้น

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่ออกมายืนยันสิ่งที่รัฐบาลประเมินไว้ตั้งแต่ตอนออก พ.ร.ก. เศรษฐกิจชะลอลง เงินเฟ้อสูงขึ้น ดุลบัญชีเดินสะพัดจากที่เคยเกินดุลกลับขาดดุลเกือบ 600,000 ล้านบาท ในไตรมาสเดียว จากผลของราคาน้ำมัน และพลังงานนำเข้าที่เพิ่มขึ้นหลังวิกฤติตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม วิกฤติครั้งนี้ไม่เหมือนอดีตที่เริ่มจากจีดีพีติดลบ แต่เริ่มจากราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น น้ำมันแพงขึ้น 60-70% เงินเฟ้อจากติดลบขยับขึ้นเกือบ 3% ดัชนีราคาผู้ผลิตเพิ่มเกือบ 10% ก่อนลามไปสู่กำลังซื้อประชาชน โดยการบริโภคภาคเอกชนไตรมาส 2 ชะลอเหลือ 1.9% จาก 3.3%

“ถ้าปล่อยให้ต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจอาจต้องลดคนงานหรือปิดกิจการ นี่คือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องตัวเลขในกระดาษเท่านั้น แต่เป็นเรื่องค่าครองชีพ และปากท้องประชาชน” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. มี 2 ด้าน ด้านแรกคือ ช่วยประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ผ่านมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งออกแบบให้รัฐช่วย 60% ประชาชนร่วมจ่าย 40% เพื่อลดค่าครองชีพโดยตรง ไม่ใช่เพียงกระตุ้นตัวเลขเศรษฐกิจระยะสั้น และรัฐบาลยังใช้มาตรการนี้ต่อยอดให้ประชาชนมีรายได้ระยะยาว โดยเตรียมใช้ AI นกกระซิบ ช่วยพ่อค้าแม่ค้า วิเคราะห์การขาย ฝึกขายออนไลน์ และขยายตลาดจากหน้าร้านหรือชุมชนไปสู่ช่องทางดิจิทัล ซึ่งจากการทดลองพบว่าผู้ประกอบการรายเล็กที่ใช้เครื่องมือเหล่านี้มีรายได้เพิ่มขึ้น

วัตถุประสงค์ที่ 2 คือ เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และพลังงานนำเข้า ไปสู่พลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก และนวัตกรรม ทั้งในภาครัฐ เอกชน ชุมชน และประชาชน เพื่อลดความเปราะบางของประเทศเมื่อเกิดวิกฤติราคาน้ำมันโลกซ้ำอีก

นายเอกนิติ กล่าวว่า หลักคิดของ พ.ร.ก.มี 3 ชั้น คือ ประคองประชาชน และเศรษฐกิจวันนี้ เปลี่ยนวิกฤติเป็นจังหวะเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน และดึงการลงทุนเอกชนเข้าสู่พลังงานสะอาด โดยดำเนินควบคู่กับการปลดล็อก Direct PPA, Third Party Access และการลงทุน Smart Grid เพื่อเร่งระบบพลังงานใหม่

รัฐบาลต้องการให้ประโยชน์ตกถึงประชาชน ไม่ใช่เฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่ เช่น การสนับสนุนโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นแหล่งรายได้ ลดค่าไฟ และเปิดทางให้ประชาชนขายไฟคืนเข้าระบบได้

รมว.คลัง กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลเรื่องการใช้เงิน นายเอกนิติ ยืนยันว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า ไม่ใช่การกู้เงินมากองไว้ แต่จะกู้ตามความจำเป็น และตามการใช้จ่ายจริงเท่านั้น พร้อมออกระเบียบกระทรวงการคลังเป็นเกณฑ์กลางในการคัดกรองโครงการให้เข้มงวด โปร่งใส และตรวจสอบได้

ทุกโครงการต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ มีความพร้อม คุ้มค่า และเปิดเผยต่อประชาชน หากไม่คุ้มค่าจะถูกตัดออก โดยมีคณะกรรมการกลั่นกรองทั้งจากส่วนราชการ และผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก รวมถึงระบบติดตามประเมินผล รายงานต่อคณะรัฐมนตรี และเผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบ

รัฐบาลให้ความสำคัญกับวินัยการเงินการคลัง และระดับหนี้สาธารณะ มีแบบจำลองคำนวณผลกระทบต่อหนี้อย่างต่อเนื่อง บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือยังให้ความเชื่อมั่นต่อไทย โดยสนใจว่าเงินกู้จะนำไปลงทุนเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร มากกว่ากังวลว่าหนี้จะชนเพดาน

นายเอกนิติ กล่าว ในตอนท้ายว่า ประเทศไทยยังอยู่ท่ามกลางวิกฤติพลังงานจากสงครามที่ไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อใด รัฐบาลจึงต้องมีเครื่องมือรับมือ ใช้เงินอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และทำให้เมื่อวิกฤติผ่านไป ประเทศไทยต้องยืนได้แข็งแรงกว่าเดิม

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์