วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เอกนิติ’ สั่งยกเครื่องคำนวณ MPI สะท้อนตัวเลขผลิตจริง – แก้ข้อกล่าวหา ‘ทรานชิปเมนต์’

“เอกนิติ” สั่งหน่วยงานเศรษฐกิจปรับปรุงข้อมูล การคำนวณตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมใหม่ หลังพบไม่สอดคล้องกับการผลิตของอุตสาหกรรมสำคัญของไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

KEY POINTS

  • “เอกนิติ” สั่งหน่วยงานเศรษฐกิจปรับปรุงข้อมูล การคำนวณตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมใหม่ หลังพบไม่สอดคล้องกับการผลิตของอุตสาหกรรมสำคัญช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
  • ชี้หลายบริษัทผลิตส่งออกระดับแสนล้าน แต่ไม่ได้ถูกเอามาคำนวณใน GDP
  • หวังแก้ปัญหา 2 ต่อ ทั้งได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และชี้แจงสหรัฐได้ว่าไทยไม่ใช่ประเทศที่เป็นทรานชิปเมนต์
  • สภาพัฒน์สนับสนุนการปรับวิธีคำนวณ MPI จากระบบปีฐานคงที่สู่ Chain Volume Measure (CVM) พร้อมขยายให้ครอบคลุม โรงงานใหม่
  • หวังให้ตัวเลขสะท้อนโครงสร้างการผลิตไทยที่เปลี่ยนแปลงไป และคลายข้อกังวลไทยเป็นเพียงทางผ่านสินค้า (Transhipment)

ประเด็นเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจของไทยที่ออกมาหลังจากการแถลงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งพบว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนกรกฎาคม พุ่งสูงถึง 54.2 สะท้อนกิจกรรมที่ขยายตัวสูงสุดตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ในทางกลับกัน ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมิถุนายน กลับหดตัว 3%  ซึ่งต่ำที่สุดในบรรดาประเทศหลักในเอเชีย ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่ามีความไม่สอดคล้องกัน 

ในประเด็นนี้ล่าสุดนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งงานให้หน่วยงานเศรษฐกิจไปร่วมกันปรับปรุงฐานข้อมูลในเรื่องดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมการ (MPI) ให้มีความสอดคล้องกับการผลิตของอุตสาหกรรมในประเทศในปัจจุบันมากขึ้น

ทั้งนี้จากการติดตามดูตัวเลขภาคการผลิต โดยที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีการนำมาคำนวณในผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จาก 2,000 บริษัท ไม่สะท้อนตัวเลขที่แท้จริงของการผลิตในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้รวมโรงงานที่มีการผลิตเพื่อส่งออกในหลายอุตสาหกรรมสำคัญ โดยอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โรงงานผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) เซมิคอนดักเตอร์ และการผลิตแบตเตอรี่ รวมทั้งการผลิตชิ้นส่วนสำคัญในซัปพลายเชนของ AI เช่น โรงงานผลิตอุปกรณ์รับ-ส่งข้อมูลด้วยแสง ซึ่งหลายโรงงานมีการผลิต และส่งออกเป็นมูลค่ากว่าแสนล้านบาทต่อปี

โดยการปรับปรุงข้อมูลนี้นอกจากจะช่วย ให้ข้อมูลดัชนีการผลิตของไทยถูกต้องเป็นปัจจุบันสอดคล้องกับการผลิตของอุตสาหกรรมในประเทศ ยังช่วยให้สหรัฐอเมริกา มีมุมมองที่ถูกต้อง และเข้าใจประเทศไทย มากขึ้นว่าเราไม่ใช่ประเทศที่เป็นทางผ่านสินค้าจากจีนเพื่อส่งออก (Transhipment) ทั้งนี้ตั้งเป้าว่าการปรับปรุงตัวเลข และข้อมูลในส่วนนี้ ตั้งเป้าว่าจะต้องเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

‘เอกนิติ’ สั่งยกเครื่องคำนวณ MPI  สะท้อนตัวเลขผลิตจริง – แก้ข้อกล่าวหา ‘ทรานชิปเมนต์’

  • ข้อมูล PMI สะท้อนการผลิตไทยพุ่ง

รองนายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่าข้อมูลรายงานดัชนีผลผลิตภาคการผลิต (Manufacturing PMI Output Index) ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งรวบรวมข้อมูลล่าสุด ณ เดือนสิงหาคม 2569 โดยเอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) ว่า สะท้อนภาพความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมไทยที่โดดเด่นที่สุดบนเวทีเศรษฐกิจโลก

โดยดัชนีของประเทศไทยทะยานขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง พุ่งทะลุอยู่ในโซนการขยายตัวเหนือระดับ 50 ทิ้งห่างทุกประเทศที่ทำการสำรวจ และนำหน้าคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม อินเดีย ญี่ปุ่น รวมถึงมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐอเมริกา และจีนแผ่นดินใหญ่อย่างชัดเจน

ทั้งนี้จากรายงานล่าสุดชี้ให้เห็นว่าภาคการผลิตของไทยกำลังขยายตัวสูงสุด ซึ่งความแข็งแกร่งนี้ยังเป็นฟันเฟืองหลักที่หนุนให้กลุ่มประเทศเอเชีย ซึ่งไม่รวมญี่ปุ่น และจีน มีอัตราการขยายตัวของดัชนีผลผลิตสูงที่สุดในโลก นำหน้ากลุ่มอาเซียน และอเมริกาเหนือ ในขณะที่อีกหลายประเทศ อาทิ สเปน เม็กซิโก ฝรั่งเศส เมียนมา คาซัคสถาน และบราซิล มีดัชนีร่วงลงต่ำกว่าระดับ 50 และตกอยู่ในภาวะหดตัว 

ข้อมูลดัชนีชี้วัดระดับสากลนี้จึงตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพการผลิตที่แท้จริงของไทย และเป็นเครื่องยืนยันว่าการสั่งการให้เร่งปรับปรุงฐานข้อมูลการคำนวณตัวเลขภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศใหม่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยสะท้อนความแข็งแกร่งที่แท้จริงสอดคล้องกับความเชื่อมั่นของเวทีโลก

‘เอกนิติ’ สั่งยกเครื่องคำนวณ MPI  สะท้อนตัวเลขผลิตจริง – แก้ข้อกล่าวหา ‘ทรานชิปเมนต์’

 

  • สภาพัฒน์หนุนปรับตัวเลข MPI สะท้อนปัจจุบัน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวเห็นด้วยถึงแนวทางการปรับปรุงการคำนวณดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ว่า ปัจจุบันตัวเลขการส่งออกของไทยมีการขยายตัวในระดับสูงราว 17-20% แต่ตัวเลขการผลิตกลับไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน จึงนำไปสู่ข้อสงสัยว่าไทยอาจเป็นเพียงจุดแวะพักหรือทางผ่านของสินค้า (Transhipment) มากกว่าจะเป็นฐานการผลิตจริง

สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากวิธีการคำนวณ MPI ในปัจจุบันที่ยังใช้ราคาปีฐาน 2564 และกำหนดน้ำหนักของสินค้าในตะกร้าการคำนวณค่อนข้างตายตัว ขณะที่โครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของโรงงาน และอุตสาหกรรมใหม่ๆ แต่ยังไม่ได้รับการเพิ่มความครอบคลุม (Coverage) ในการจัดทำดัชนีอย่างเพียงพอ

นายดนุชา กล่าวว่า ในอดีตอุตสาหกรรมที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล มีน้ำหนักในการคำนวณค่อนข้างสูง แม้ปัจจุบันสัดส่วนการผลิตของอุตสาหกรรมดังกล่าวจะลดลงเหลือประมาณ 40% ส่งผลให้โครงสร้างน้ำหนักเดิมอาจไม่สอดคล้องกับโครงสร้างภาคการผลิตในปัจจุบัน และทำให้ภาพรวมของ MPI ไม่สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเต็มที่

‘เอกนิติ’ สั่งยกเครื่องคำนวณ MPI  สะท้อนตัวเลขผลิตจริง – แก้ข้อกล่าวหา ‘ทรานชิปเมนต์’

  • แนะใช้ CVM คำนวณแทนปีฐาน 

แนวทางที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือ การปรับวิธีคำนวณจากระบบปีฐานคงที่มาเป็น Chain Volume Measure (CVM) ซึ่งเป็นวิธีที่อิงราคาของปีก่อนหน้า ทำให้การคำนวณมีความเป็นพลวัตมากขึ้น และสามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการผลิตได้ดีกว่าการใช้ปีฐานคงที่

“สิ่งที่จะนำมาแก้ปัญหาตรงนี้คือ การเปลี่ยนวิธีคำนวณไปใช้ระบบ Chain Volume Measure หรือ CVM แทนการใช้ปีฐานตายตัวแบบเดิม ซึ่งระบบ CVM จะอิงราคาจากปีที่แล้ว ทำให้มีความเป็นพลวัต (Dynamic) และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า พร้อมทั้งต้องปรับเพิ่มให้ครอบคลุม โรงงานอุตสาหกรรมใหม่ๆ เข้ามาในการคำนวณด้วย” นายดนุชา กล่าว

ทั้งนี้ การคำนวณแบบ CVM ถือเป็นวิธีการที่ สศช. ใช้ในการจัดทำตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มาเป็นเวลานาน และมีการใช้งานในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ขณะที่ภาคเกษตรของไทยเองอยู่ระหว่างการปรับปรุงการคำนวณมาใช้ระบบ CVM เช่นกัน

ทั้งนี้การปรับปรุง MPI ครั้งนี้จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกังวลเรื่อง Transhipment ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะจะทำให้เห็นข้อมูลการผลิตจริงของอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงอุตสาหกรรมใหม่ที่บริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัทสัญชาติอเมริกัน เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย

นอกจากนี้ยังช่วยให้ภาครัฐสามารถมองเห็น อุตสาหกรรมดาวรุ่ง ได้ชัดเจนขึ้นว่า ภาคการผลิตใดกำลังขยายตัว และมีศักยภาพ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเข้าไปสนับสนุน และอำนวยความสะดวกได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกันยังช่วยระบุอุตสาหกรรมที่เริ่มชะลอตัว เพื่อให้สามารถวางมาตรการแก้ไข และช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

“ที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมกันหลายครั้งแล้ว แม้จะยังมีจุดที่ติดขัดอยู่บ้าง แต่หากทุกหน่วยงานปรับมาใช้ระบบเดียวกัน จะทำให้ตัวเลขสะท้อนความเป็นจริง และครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น ซึ่งคาดหวังว่าในรอบหน้าอาจจะได้เห็นการปรับปรุงตัวเลขนี้” นายดนุชา กล่าว

ทั้งนี้การปรับวิธีจัดทำ MPI จึงถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับสถิติภาคอุตสาหกรรมของไทยให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และช่วยให้ข้อมูลการผลิตสามารถสะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงได้แม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับภาครัฐในการกำหนดนโยบาย และมาตรการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในระยะต่อไป

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์