เปิดร่างแผน PDP 2026 ปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้าครั้งใหญ่ ดันพลังงานหมุนเวียนพุ่ง 60-80% "SMR" กว่า 4,000 เมกะวัตต์ ดึง กฟผ. นำร่อง ดักทางลงทุน Data Center เคาะกรอบคุมค่าไฟเฉลี่ยตลอดแผนไม่เกิน 4 บาทต่อหน่วย
KEY POINTS
- ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) เตรียมเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เป็น 60-80% เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และดึงดูดการลงทุนด้านดิจิทัล
- มีการบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เข้ามาในแผนเป็นครั้งแรก ด้วยกำลังผลิต 2,400-4,000 เมกะวัตต์ โดยให้ กฟผ. เป็นผู้นำร่องศึกษาและพัฒนา
- ตั้งเป้าหมายควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดทั้งแผน (ปี 2569-2593) ให้อยู่ในระดับที่ไม่เกิน 4 บาทต่อหน่วย
- คณะอนุกรรมการฯ ได้เห็นชอบรายละเอียดร่างแผนแล้ว และเตรียมเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณาภายในสัปดาห์นี้ ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ
รายงานข่าวระบุว่า คณะอนุกรรมการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ที่มี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นประธาน ได้เห็นชอบรายละเอียดร่างแผน PDP 2026 (ปี 2569-2593) เพื่อเตรียมเสนอ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พิจารณาภายในสัปดาห์นี้ ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ช่วงกลางเดือนก.ย. 2569 และจะประกาศใช้จริงภายในปีนี้
สำหรับรายละเอียดสำคัญของแผน PDP 2026 ใน 4 มิติสำคัญ ประกอบด้วย
1. พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ขยับสัดส่วนขึ้นเป็น 60-80% เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 และดึงดูดการลงทุนกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัลที่ต้องการพลังงานสีเขียว
2. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) บรรจุในแผน 4,000-4,500 เมกะวัตต์ และบางแผนมีการนำเสนอเกิน 4,000 เมกะวัตต์ รวมถึงเพิ่มในกลุ่มอุตสาหกรรมด้วยในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน เมื่อรวมกันแล้วจะสูงถึงระดับ 9,000 เมกะวัตต์ โดยให้ กฟผ. นำร่องศึกษาและพัฒนาในระยะ 10 ปีแรก ก่อนเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนในอนาคต
3. ก๊าซธรรมชาติ & ระบบ BESS ปรับลดสัดส่วนการผลิตจากก๊าซธรรมชาติลง พร้อมเร่งเสริมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบรองรับพลังงานผันผวน
4. อัตราค่าไฟฟ้า ตั้งเป้าคุมต้นทุนค่าไฟเฉลี่ยตลอดทั้งแผนไม่เกิน 4 บาทต่อหน่วย
สำหรับการจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสำหรับจัดทำแผน PDP 2026 เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กำหนดฉากทัศน์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ตั้งแต่ปี 2569-2593 รวม 3 กรณี ดังนี้
1. กรณีต่ำ เฉพาะส่วนที่มีความชัดเจนแล้ว ซึ่งได้รับส่งเสริมการลงทุนหรืออยู่ระหว่างขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยมีความพร้อมในการจ่ายไฟ โดยปี 2569 จะมีความต้องการ 1,065 เมกะวัตต์ และจะเพิ่มก้าวกระโดดในปี 2576 อยู่ที่ 6,376 เมกะวัตต์ และสิ้นสุดแผนในปี 2593 จะมีความต้องการ 6,799 เมกะวัตต์
2. กรณีกลาง เป็นการมองบนสมมติฐานของกรณีต่ำ บวกกับส่วนที่มีศักยภาพในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้ารองรับ โดยปี 2569 จะมีความต้องการ 1,065 เมกะวัตต์ และจะเพิ่มก้าวกระโดดในปี 2576 อยู่ที่ 8,002 เมกะวัตต์ และสิ้นสุดแผนในปี 2593 จะมีความต้องการ 8,811 เมกะวัตต์
3. กรณีสูง เป็นการประเมินทั้งหมดที่ยื่นหรือติดต่อขอใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยปี 2569 จะมีความต้องการ 4,004 เมกะวัตต์ และเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2570 จนเริ่มนิ่งในปี 2576 ที่มีความต้องการ 19,085 เมกะวัตต์ และสิ้นสุดแผนในปี 2593 จะมีความต้องการ 19,808 เมกะวัตต์
ดังนั้น PDP 2026 จึงต้องทำหน้าที่มากกว่าการกำหนดว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกกี่เมกะวัตต์ แต่ต้องออกแบบระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่ง และการจัดสรรกำลังผลิตให้สอดรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น
การปรับทิศทางครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยที่มุ่งความสมดุลทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนค่าไฟที่แข่งขันได้ และการตอบโจทย์ความยั่งยืนระดับสากล เพื่อตรึงฐานการลงทุนเทคโนโลยีแห่งอนาคตในไทยอย่างมั่นคง





