"ออมสิน" เตรียมเปิดตัว "สินเชื่อนกกระซิบ" ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น โดยจะใช้ข้อมูลทางเลือก เช่น พฤติกรรมการค้าขาย ประวัติการชำระหนี้ และการรับจ่ายเงินผ่าน QR Code มาประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เน้นวิเคราะห์จากกระแสเงินหมุนเวียนจริง แทนการใช้เอกสารทางการเงินแบบเดิม
นายทรงพล ชีวปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าในระดับฐานรากหรือ “สินเชื่อนกกระซิบ” ภายใต้แนวนโยบายของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวโครงการเร็ว ๆ นี้
ปัจจุบันธนาคาร ออมสิน มีฐานข้อมูลลูกค้ารายย่อยอยู่ในมือแล้วกว่า 2,400,000 ราย โดยคาดว่าโครงการใหม่นี้จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ค้าขายจากโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" (60:40) เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ที่อยู่นอกระบบของธนาคารออมสินและยังเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือทางการเงินรวมอยู่ด้วย
“การพิจารณาออกสินเชื่อครั้งนี้ จะเป็นการนำข้อมูลธุรกรรมและการค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' มาพิจารณา โดยจะมีการประเมินรูปแบบใหม่ โดยใช้ข้อมูลทางเลือก เช่น สถิติพฤติกรรมการชำระหนี้ และประวัติการรับจ่ายเงินผ่านระบบ QR Code อาทิ ระบบ “มหาเฮง” เพื่อนำมาคำนวณร่วมกับ 'เครดิตสกอร์' ของธนาคาร”
ทั้งนี้ แนวทางการอนุมัติวงเงินสินเชื่อของโครงการจะแตกต่างไปจากเดิม เนื่องจากไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นการคำนวณจากหลักประกันหรือเอกสารทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นการจำลองความสามารถในการชำระหนี้ จากพฤติกรรมการค้าขายและกระแสเงินหมุนเวียนจริง (behavior score)
โดยจะนำข้อมูลที่ได้จาก AI นกกระซิบ ร่วมกับระบบ Ari-Score ของกระทรวงการคลัง มาใช้ ช่วยให้การวิเคราะห์สินเชื่อมีความแม่นยำสูงขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้ค้าขายรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างครอบคลุมและกว้างขวางมากขึ้น
ภาพรวมผลการดำเนินงานและการปล่อยสินเชื่อใหม่ในช่วง 8 เดือนแรกของออมสินมียอดการปล่อยสินเชื่อเติบโตขึ้น
- สินเชื่อ Soft Loan วงเงิน 100,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดอนุมัติและเบิกจ่ายเงินกู้ไปแล้วประมาณ 50,000 ล้านบาท
- สินเชื่อยานยนต์ไฟฟ้า (EV Loan) ในเฟสแรกวงเงิน 5,000 ล้านบาทได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยล่าสุดธนาคารได้อนุมัติวงเงินเพิ่มเติมอีก 5,000 ล้านบาท
- สินเชื่อซัพพลายเชน (Supply Chain) และพลังงานสะอาด มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีที่ผ่านมา โดยเน้นกลุ่มผู้ค้าฝั่งพลังงาน กลุ่มค้าส่ง และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
- สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เช่น SME รีชาร์จ (SME Recharge), ออมสินเต็มแม็กซ์ (Max), และทรานส์ฟอร์ม (Transform) มีการติดต่อขอรับการสนับสนุนและอำนวยสินเชื่อไปแล้วพอสมควร
นอกจากนี้ ออมสินยังอยู่ระหว่างพิจารณา สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ตามนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของรัฐบาล ซึ่งออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นสองสถาบันการเงินหลักในการสนองนโยบาย ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด
สำหรับสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 4% สะท้อนพฤติกรรมและความสามารถในการชำระหนี้ที่ดีขึ้นในกลุ่มลูกค้ารายย่อย
ขณะเดียวกัน ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.7 - 1.9% ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ เนื่องจากธนาคารดำเนินนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้กู้เงินหลายกลุ่ม และปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อดูแลผู้ฝากเงิน





