"ออมสิน" ขยายวงเงินซอฟต์โลนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มอีก 5,000 ล้านบาท หลังโครงการเฟสแรกได้รับการตอบรับดีจนเต็มวงเงิน พร้อมสนับสนุนสินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ลดค่าใช้จ่าย-สร้างรายได้ในระยะยาว
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงกรณีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือ “ซอฟต์โลน” ของธนาคารออมสินว่า ธนาคารได้ตัดสินใจขยายวงเงินสินเชื่อสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มเติมอีก 5,000 ล้านบาท หลังวงเงินเฟสแรกจำนวน 5,000 ล้านบาท ได้รับความสนใจจนเต็มวงเงินอย่างรวดเร็ว โดยผู้ประกอบการสถาบันการเงินที่เป็นพาร์ทเนอร์กับธนาคารอยู่แล้ว สามารถเข้ามาเบิกเพื่อปล่อยสินเชื่อต่อไปได้ภายใต้เงื่อนไขเดิมที่ตกลงไว้
ส่วนจะมีการเพิ่มวงเงินซอฟต์โลน EV ต่อไปอีกหรือไม่ ธนาคารจะรอให้ผู้ประกอบการและผู้ให้สินเชื่อเข้ามาเบิกใช้จนหมดวงเงินส่วนนี้ก่อน แล้วจึงจะมีการพิจารณาแนวทางในขั้นถัดไป
ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดโครงการ ออมสิน จะสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดผ่านการปล่อยซอฟต์โลนให้แก่ นอนแบงก์และสถาบันการเงินที่เข้าร่วม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น
โดยครอบคลุมทุกนิยามของยานยนต์ไฟฟ้าทั้ง BEV, PHEV, HEV, FCEV และบางรายอาจครอบคลุมไปถึงการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องชาร์จ (Charger) ด้วย โดยมีอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ ไม่เกิน 5% ต่อปี ส่วนสินเชื่อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มีอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ ไม่เกิน 10% ต่อปี ครอบคลุมการใช้งานส่วนบุคคลและการใช้งานเชิงธุรกิจ
นอกจากสินเชื่อกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว ธนาคารออมสินยังมุ่งส่งเสริมนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยเฉพาะโครงการซอฟต์โลนสำหรับติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ภาคประชาชนและธุรกิจในระยะยาว โดยมีแพ็กเกจให้เลือก 2 รูปแบบตามความสะดวก รูปแบบแรกคือ สินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) ให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขเงินดาวน์ 20% พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยสุดพิเศษ 2 ปีแรกเริ่มต้น 3.50% ต่อปี
ส่วนอีกรูปแบบคือ สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ที่ขยายวงเงินกู้สูงสุดได้ถึง 1,000,000 บาท โดยเปิดโอกาสให้เลือกเงินดาวน์ได้ตามความเหมาะสม หากวางเงินดาวน์ 20% จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรกเริ่มต้น 3.25% ต่อปี แต่หากเลือกวางเงินดาวน์ 10% อัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรกจะเริ่มต้นที่ 3.50% ต่อปี
ทั้งนี้ มีระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 7 ปี และยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการส่งเสริมของภาครัฐได้อีกด้วย
“ภาพรวมของการใช้โซลาร์ก็จะเป็นการช่วยประหยัด แล้วก็ทำให้เกิดรายได้ในอนาคต หลังจากที่ครบระยะเวลาที่ผ่อนชำระ” นายทรงพล กล่าว
อย่างไรก็ดี การติดตั้งโซลาร์ยังมีข้อที่ต้องคำนึงถึง โดยระบุว่าโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์จะคุ้มค่าที่สุดสำหรับครัวเรือนที่มีค่าไฟมากกว่า 3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และมีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันมากกว่า 50% ของการใช้งานทั้งหมด
นอกจากนี้ ประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ยังมีปัจจัยภายนอกและสภาพแวดล้อมเป็นตัวแปรสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฤดูกาล สภาพอากาศที่มีฝนตก เมฆบัง หรือแม้กระทั่งปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบโซลาร์เซลล์ ดังนั้น เพื่อช่วยในการตัดสินใจ ธนาคารออมสินได้เตรียมแบบทดสอบให้ผู้ที่สนใจทดลองกรอกข้อมูลเพื่อประเมินความเหมาะสมในการใช้งานโซลาร์เซลล์ของตนเองก่อนลงมือติดตั้งจริง
ส่วนประเด็นความกังวลด้านเงินทุนในการขยายโครงการนี้ในอนาคต นายทรงพลยืนยันว่า โครงการดังกล่าว ใช้เงินทุนของทางธนาคารออมสินเอง ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องขอตั้งงบประมาณเพิ่มเติมจากภาครัฐ ถึงแม้ว่าในเฟสถัด ๆ ไปจะมีการขยายขนาดโครงการให้ใหญ่ขึ้นก็ตาม โดยธนาคารออมสินยังคงได้รับการสนับสนุนและร่วมมืออย่างดีจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะพันธมิตรผู้ร่วมผลักดันนโยบายนี้ร่วมกัน





