“เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy)” กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยต้นทุนการส่งน้ำหนักที่ลดลง โดยสัดส่วนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม(กก.)ขึ้นสู่อวกาศ ต้นทุนในช่วงยุคกระสวยอวกาศนั้นอยู่ที่ประมาณ 55,000 ดอลลาร์ต่อกก. แต่ปัจจุบันลดลงเหลือ 3,000 ดอลลาร์ต่อกก. ดังนั้นจึงเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้ทุกคนเข้าถึงอวกาศได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่เรื่องของประเทศที่ร่ำรวยที่สุดและบริษัทขนาดใหญ่อีกต่อไป นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ ระบุ
ดังนั้น คาดว่า มูลค่าของ เศรษฐกิจอวกาศในปัจจุบันอยู่ที่ ประมาณ 625 พันล้านดอลลาร์ อาจแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในภายในปี2040
สอดคล้องกับข้อมูลจาก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD ) ที่ชี้ว่า ดาวเทียมที่มีขนาดเล็กลงและต้นทุนการปล่อยจรวดที่ต่ำลง ทำให้การเข้าถึงอวกาศมีราคาถูกลง นับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 ภายในปลายปี 2023 เกือบ 100 ประเทศใน 4 ทวีปมีดาวเทียมไว้ใช้งาน และเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากปี 2012 ทำให้ปัจจุบันประเทศที่มีรายได้ปานกลางและต่ำ รวมถึงมหาวิทยาลัยและบริษัทสตาร์ทอัพ สามารถใช้ประโยชน์จากอวกาศได้มากขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ที่หลากหลายกันไป
ในประเทศกลุ่ม OECD ใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจอวกาศ หรือ การปล่อยดาวเทียมเพื่อประโยชน์ต่างๆ เช่น การขนส่ง พลังงาน การจัดหาอาหาร และการบังคับใช้กฎหมาย ระบบเหล่านี้ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาความท้าทายระดับโลกด้านต่างๆ เช่น การสังเกตการณ์จากอวกาศเพื่อได้ข้อมูลตัวแปรสภาพภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิพื้นผิวทะเล สีของมหาสมุทร การปกคลุมของพื้นดิน และธารน้ำแข็ง
ส่วนในประเทศกำลังพัฒนา พบว่า เทคโนโลยีอวกาศมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ และการผลิตอาหาร และมีส่วนช่วยในการป้องกันภัยพิบัติและการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการให้บริการด้านการสื่อสารผ่านทางโทรทัศน์และวิทยุผ่านดาวเทียม
เมื่อเร็วๆนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ว่า คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ในฐานะเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายอวกาศของประเทศ จึงได้ร่วมสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนากิจการอวกาศของไทย ให้สามารถขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยที่ประชุมได้สรุปความคืบหน้าการดำเนินงานใน 3 มิติหลัก
1. ด้านเศรษฐกิจอวกาศ มุ่งขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศด้วยการจัดทำ (ร่าง) นโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ (Landing Rights) เพื่อกลั่นกรองและอนุญาตดาวเทียมต่างชาติที่จะเข้ามาให้บริการในไทย รวมถึงการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนกำหนดแนวทางการบริหารจัดการช่องสัญญาณดาวเทียมสื่อสารที่รัฐจะได้รับจากผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม สำหรับการให้บริการสาธารณะและประโยชน์ของรัฐ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสของประชาชน
2. ด้านกิจการอวกาศเพื่อความมั่นคง มุ่งเน้นการเฝ้าระวังและการบริหารจัดการจราจรทางอวกาศ เพื่อปกป้องและป้องกันภัยคุกคามในมิติดิจิทัล ไซเบอร์ และห้วงอวกาศ อันเป็นการสร้างความปลอดภัยเชิงพื้นที่และรักษาเสถียรภาพในภาพรวมของประเทศ
3. ด้านเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาระบบดาวเทียมสำรวจโลกของไทย การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งท่าอวกาศยานแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อเป็นการพึ่งพาตนเองและลดการเป็นผู้ซื้อเทคโนโลยีอวกาศในอนาคต พร้อมทั้งประยุกต์ใช้ข้อมูลจากกลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกเพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศ เช่น การเกษตรแม่นยำ การจัดการภัยพิบัติ และการประเมินมลพิษทางอากาศ (PM 2.5) ควบคู่กับการยกระดับทักษะบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอวกาศแห่งอนาคต
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ กำลังเร่งรัดการจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติกิจการอวกาศ พ.ศ. ... และ (ร่าง) แผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ พ.ศ. 2566 – 2580 เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการวางรากฐานทางกฎหมายและกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ระยะยาว มุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจอวกาศเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้ให้แก่ประเทศ
ด้านนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาวาระเพื่อขับเคลื่อนกิจการอวกาศของไทยในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ การบริหารจัดการช่องสัญญาณดาวเทียมสื่อสารที่รัฐจะได้รับจากผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สำหรับให้บริการสาธารณะและประโยชน์ของรัฐ (State Use and Public Services) ที่สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานของรัฐภาคพลเรือน และหน่วยงานด้านความมั่นคง ภายใต้นโยบายการดำเนินงานดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติ การยก (ร่าง) นโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ (Landing Rights) และ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในระดับรัฐเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ พ.ศ. .... เพื่อเป็นกลไกส่งเสริมการแข่งขันในอุตสาหกรรมดาวเทียม ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีทางเลือกในการเข้าถึงบริการสื่อสารคุณภาพสูง ควบคู่กับการกำหนดหลักเกณฑ์ควบคุมที่ชัดเจน เพื่อรักษาความสมดุลทางการค้า ความเป็นธรรม และความมั่นคงของประเทศ
รวมทั้งได้เห็นชอบให้โครงการอาร์เทมิส ซึ่งเป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์ของสหรัฐดำเนินการโดยองค์การ NASA เป็นโครงการด้านอวกาศที่สำคัญของไทยซึ่งจำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนและช่วงเวลาดำเนินการของสหรัฐและพันธมิตรนานาชาติ
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบถึงภาพรวมการดำเนินงานด้านกิจการอวกาศของประเทศไทยในปัจจุบันมีความคืบหน้าเพิ่มขึ้นทั้งด้านนโยบาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ เทคโนโลยีดาวเทียม การผลิตส่วนประกอบ ภารกิจด้านอวกาศเพื่อความมั่นคง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อประโยชน์ของประเทศ การพัฒนาบุคลากรด้านอวกาศ ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์ รวมถึงการเตรียมการเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความรับผิดระหว่างประเทศต่อความเสียหายอันเนื่องจากวัตถุอวกาศ ค.ศ. 1972 การศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างท่าอวกาศยานในประเทศไทย (Thailand Spaceport) และการดำเนินงานเกี่ยวกับนโยบายและแผนการดำเนินการเฝ้าระวังและบริหารจัดการการจราจรทางอวกาศ ให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล





