มีลุ้น! ครม.แต่งตั้งโยกย้ายปลัดกระทรวงพลังงาน-อุตสาหกรรม หลังนายกฯ ไฟเขียวเสนอวาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเข้าที่ประชุมได้ แม้จะติดภารกิจต่างประเทศ พร้อมถกวาระสำคัญ ทั้งมหาดไทยของบกลางจัดการพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และวาระน่าสนใจจากอีกหลายกระทรวง
KEY POINTS
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ติดภารกิจในต่างประเทศ
- วาระสำคัญที่ต้องจับตาคือการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง โดยเฉพาะตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานและปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
- นายกรัฐมนตรีได้อนุญาตให้นำวาระการแต่งตั้งโยกย้ายเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ได้ แม้จะไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม มีวาระสำคัญที่น่าสนใจหลายวาระ
ทั้งนี้ต้องจับตาวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เช่น ตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน และปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมที่ยังค้างอยู่ โดยนายพิพัฒน์ระบุว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อนุญาตให้มีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ได้แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะติดภารกิจในต่างประเทศ จึงต้องจับตาดูว่าจะมีวาระพิจารณาจรเรื่องนี้เข้ามาหรือไม่
ซึ่งเรื่องนี้นายพิพัฒน์ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่จะปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม ครม.แทนนายอนุทินระบุว่าตนกำลังรอเซ็นเอกสาร เนื่องจากนายกรัฐมนตรีติดภารกิจในต่างประเทศ และได้อนุมัติว่าหากมีการเสนอการแต่งตั้งในการประชุมครม. วันนี้ก็อนุญาตให้นำเข้าสู่ที่ประชุมครม. ได้โดยต้องเซ็นเอกสารก่อนเข้า ครม.
สำหรับรายชื่อของข้าราชการระดับสูงที่เข้าข่ายมีโอกาสได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงพลังงานมีทั้งคนนอกและคนในกระทรวง ได้แก่
1.นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
2.นายวรากร พรหมโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
3.นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน
และ 4.นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
ซึ่งในขณะนี้ค่อนข้างแน่นอนว่าชื่อของนายฉันทานนท์จะเป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่
สำหรับวาระเพื่อพิจารณาที่สำคัญประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทยเสนอขออนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังจังหวัดชายแดนไทย - กัมพูชา ขณะที่กระทรวงกลาโหมเสนอขอความเห็นชอบร่างขอบเขตข้อกำหนด (Terms of Reference) สำหรับการประชุม Navy to Navy Talks ระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
ในส่วนของวาระเพื่อทราบซึ่งหากไม่มีข้อทักท้วงให้ถือเป็นมติคณะรัฐมนตรีนั้น กระทรวงการต่างประเทศเสนอเรื่องการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มจากสามประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐฝรั่งเศส (นายฟร็องซัว ว็องด์วีล) สาธารณรัฐชาด (นายอะบะกัร เศาะเลียะฮ์ ชะฮัยมี) และสาธารณรัฐแกมเบีย (พลโท มาซาเนห์ ญูคู คินเทห์) ให้มาประจำประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการเสนอแต่งตั้งเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย ให้ดำรงตำแหน่งผู้แทนถาวรไทยประจำประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (ECOWAS) อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีวาระจากหน่วยงานอื่นๆ โดยกระทรวงการคลังเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดด่านศุลกากรและด่านพรมแดนที่ด่านศุลกากรนครพนม และกระทรวงสาธารณสุขขออนุมัติเพิ่มวงเงินรวมถึงขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารสนับสนุนบริการ 5 ชั้น ที่โรงพยาบาลปัตตานี
สำหรับวาระเพื่อทราบอื่นๆ ที่น่าสนใจ กระทรวงการคลังได้รายงานผลการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ขณะที่กระทรวงพาณิชย์รายงานผลการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ประจำปี 2569 ส่วนกระทรวงการต่างประเทศแจ้งการสิ้นสุดหน้าที่ของกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐโคลอมเบีย ณ จังหวัดเชียงราย และการปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์เป็นการชั่วคราว และทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้เสนอเรื่องการมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี





