วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

รฟท. จ่อชง ครม.สัญจร ดันลงทุน 'รถไฟทางคู่ใต้' 3 เส้นทาง 1.2 แสนล้าน

รฟท.เตรียมเสนอประมูลสร้าง “รถไฟทางคู่สายใต้” 3 เส้นทาง วงเงินลงทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท เข้า ครม.สัญจรปลายเดือน ส.ค.นี้ ระบุปรับแบบจากระดับดินเป็นสร้างสะพานบกและคันดิน หวังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

KEY POINTS

  • บอร์ด รฟท. มีมติเห็นชอบโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 จำนวน 3 เส้นทาง เตรียมเสนอให้ ครม.สัญจรพิจารณาอนุมัติในปลายเดือน ส.ค.นี้ 
  • ปรับเพิ่มกรอบวงเงินลงทุนรวมเป็นกว่า 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท หลังปรับแบบก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ และราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น
  • ยอมรับปรับแผนชะลอการก่อสร้างในช่วงชุมทางหาดใหญ่-สงขลาออกไปก่อน เนื่องจากระยะทางช่วงนี้มีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น และปัจจุบันมีการพัฒนาระบบขนส่งรูปแบบอื่นระหว่างหาดใหญ่–สงขลาแล้ว

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงผลประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. วานนี้ (11 ส.ค.) โดยระบุว่า ที่ประชุมบอร์ด รฟท. มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการ ก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 สายใต้ จำนวน 3 เส้นทาง วงเงินลงทุนรวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,254.80 ล้านบาท จากกรอบเดิมราว 1 แสนล้านบาท

สำหรับสาเหตุของการปรับเพิ่มกรอบวงเงิน เนื่องจากมีการปรับปรุงแผนงานให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้และน้ำท่วมหาดใหญ่ที่มีการปรับแบบจากระดับดิน เป็นสะพานบกระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และเป็นคันดินประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รวมทั้งค่าวัสดุงานก่อสร้างยังปรับเพิ่มขึ้นจากผลกระทบของภาวะสงครามและเศรษฐกิจ

รฟท. จ่อชง ครม.สัญจร ดันลงทุน 'รถไฟทางคู่ใต้' 3 เส้นทาง 1.2 แสนล้าน

โดยรายละเอียดแต่ละโครงการการลงทุน ดังนี้

1. ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี

  • วงเงินโครงการเดิม 30,422.53 ล้านบาท
  • วงเงินโครงการใหม่ 36,892.32 ล้านบาท
  • เพิ่มขึ้น 6,469.79 ล้านบาท
  • ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี 
  • ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 60 เดือน

2. ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา

  • วงเงินโครงการเดิม 66,270.51 ล้านบาท
  • วงเงินโครงการใหม่ 77,456.97 ล้านบาท
  • เพิ่มขึ้น 11,186.46 ล้านบาท

โดยแบ่งเป็นการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน

ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่

วงเงินโครงการ 61,534.55 ล้านบาท 

  • ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี
  • ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 72 เดือน

ช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลา

  • วงเงินโครงการ 15,922.42 ล้านบาท

เนื่องจากระยะทางช่วงนี้มีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น และปัจจุบันมีการพัฒนาระบบขนส่งรูปแบบอื่นระหว่างหาดใหญ่–สงขลาแล้ว จึงเห็นควรพิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป

3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์

  • วงเงินโครงการเดิม 7,772.90 ล้านบาท
  • วงเงินโครงการใหม่ 8,371.45 ล้านบาท
  • เพิ่มขึ้น 598.55 ล้านบาท
  • ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี
  • ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 48 เดือน

นายอนันต์ กล่าวว่า โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ทั้ง 3 เส้นทางนั้นได้ผ่านการอนุมัติจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากเสนอผ่านบอร์ด รฟท.ในครั้งนี้ จะเร่งเสนอกระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์นี้ หลังจากนั้นจะเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุม ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. - 1 ก.ย.นี้

อย่างไรก็ดี รฟท.ยอมรับว่าจำเป็นต้องปรับแผนดำเนินโครงการในส่วนของ ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา ส่วนของช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลา เนื่องจากระยะทางช่วงนี้มีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น อีกทั้งส่วนนี้ก็จะมีระบบขนส่งอื่นๆ เข้าไปรองรับ ดังนั้น รฟท.จึงจะปรับแผนตัดการพัฒนาส่วนของช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลาออกไปก่อน ขอเร่งรัดเส้นทางสายหลักให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะพิจารณาความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการต่อไป

สำหรับไทม์ไลน์ดำเนินโครงการ คาดว่าภายหลังเสนอขออนุมัติจาก ครม.แล้วเสร็จ จะเริ่มกระบวนการประกวดราคาจัดทำเอกสารประกวดราคา (TOR) ทันที โดยจะแบ่งสัญญางานก่อสร้างออกเป็น  4 สัญญา ได้แก่ ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี จำนวน 1 สัญญา ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ จำนวน 2 สัญญา และช่วงหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ จำนวน 1 สัญญา

ทั้งนี้ รฟท.ตั้งเป้าจะเริ่มงานก่อสร้างได้ประมาณเดือน ก.ค. 2570 ซึ่งช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี จะใช้เวลาก่อสร้าง 60 เดือน เสร็จปี 2575 ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ ใช้เวลา 72 เดือน เสร็จปี 2576 และช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ใช้เวลา 48 เดือน เสร็จปี 2574