วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

จับตาบอร์ด กขค.จ่ออัปเกรด Credit Term เป็นกฎหมาย เอาผิดรายใหญ่ยืดจ่าย SMEs

กขค.เตรียมชงบอร์ด 17 ส.ค. ยกระดับไกด์ไลน์ Credit Term เป็นกฎหมายลำดับรอง หวังแก้ปัญหารายใหญ่ยืดจ่ายค่าสินค้า SMEs สูงสุด 180 วัน พบเงินค้างจ่ายพุ่งกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี ชี้ หากฝ่าฝืนมีโทษตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า

นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการแข่งขันทางการค้า (บอร์ด กขค.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด กขค.วันที่ 17 ส.ค.2569 สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) เตรียมเสนอยกระดับหรือเปลี่ยนสภาพประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทาง พิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term)

กรณีผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการ (ไกด์ไลน์สินเชื่อทางการค้า) ให้เป็นกฎหมายลำดับรอง ที่หากผู้ประกอบการธุรกิจใดไม่ปฏิบัติตาม จะมีความผิดตามพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าพ.ศ.2560

จากปัจจุบัน ที่เป็นเพียงแนวทางการปฏิบัติ หรือไกด์ไลน์ ที่ผู้ประกอบธุรกิจแทบไม่ปฏิบัติตามเลยนับจากที่เริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่กลางปี 64 หากบอร์ดเห็นแล้ว จะเปิดประชาพิจารณ์ และคาดว่า จะมีผลใช้บังคับประมาณเดือนต.ค.69

นางวรวรรณ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนสภาพให้เป็นกฎหมายลำดับรอง เพราะต้องการเพิ่มสภาพคล่องให้กับ  SMEs และต้องการให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนได้รับโทษ เนื่องจากพบว่า ธุรกิจรายใหญ่หลายราย โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกค้าส่ง ชำระค่าสินค้าให้ SMEs เกินกว่าเวลาที่กำหนดไว้ในไกด์ไลน์หลังจากได้รับสินค้าแล้ว บางรายชะลอการจ่ายเป็น 60 วัน 90 วัน หรือมากสุด 180 วัน ถือว่า ที่ไม่เป็นธรรมมาก ส่งผลให้ SMEs ขาดสภาพคล่องอย่างหนัก บางรายธุรกิจไปไม่รอด

ทั้งนี้ การจ่ายเงินล่าช้าทำให้  SMEs ไม่มีเงินไปหมุนเวียนทำธุรกิจ จากการพูดคุยกับ SMEs ทราบว่า รายใหญ่ค้างค่าสินค้าสูงถึงปีละกว่า  200,000 ล้านบาท ทั้งที่เงินก่อนนี้ เป็นเงินของ SMEs แต่รายใหญ่กลับไม่จ่ายให้

"ยังนำเงินนี้ไปลงทุนอื่น โดยไม่ต้องกู้เงินจากแบงก์ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แต่ได้ประโยชน์มหาศาล ถ้าเปลี่ยนสภาพไกด์ไลน์ และมีผลบังคับใช้ รายใหญ่จะทำเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว จะมีความผิด และมีโทษตามกฎหมาย”

ขณะที่สาระสำคัญส่วนอื่นในไกด์ไลน์ ยังคงเหมือนเดิม ทั้งการกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจรายใด ซึ่งเป็นคู่ค้ากับ SMEs ไว้ไม่เกิน 30 วันสำหรับการค้าสินค้าเกษตร และไม่เกิน 45 วันสำหรับภาคการค้า การผลิต และการบริการ

การนับระยะการให้สินเชื่อการค้า ให้นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบสินค้าครบตามจำนวน หรือตามอัตราที่ตกลงกันไว้, ห้ามกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อทางการค้าที่อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม, ห้ามประวิงเวลาจ่ายค่าสินค้าหรือบริการเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลดีสมควร, ห้ามกำหนดเงื่อนไขพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อการค้า ที่อาจสร้างภาระอันไม่จำเป็นให้แก่คู่สัญญา เป็นต้น

นางวรวรรณ กล่าวว่า สำนักงาน กขค.จะทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยลงพื้นที่ไปพูดคุยกับภาคธุรกิจ และเกาะติดพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมอย่างใกล้ชิด ไม่รอให้รายเล็กร้องเรียนเข้ามาเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว

สำหรับกรณีการให้สินเชื่อทางการค้า ก็เช่นเดียวกัน สำนักงาน กขค.จะเกาะติดใกล้ชิด ถ้าพบพฤติกรรมทางการค้าไม่เป็นธรรม หรือไม่ปฏิบัติตาม จะดำเนินการตามกฎหมายแน่นอน