วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ย้อนรอยปี 2560 จีนปิดเตา IF ทั่วประเทศ อวสาน 'ตี้เถียวกัง' เหล็กเส้นด้อยคุณภาพ

ย้อนรอยปี 2560 รัฐบาลจีน ปิดฉาก "ตี้เถียวกัง" ล้างบางเตา IF เหล็กเส้นด้อยคุณภาพ ปฏิรูปอุตสาหกรรมขจัดปรากฏการณ์ "เงินเลวไล่เงินดี"

KEY POINTS

  • รัฐบาลจีนประกาศความสำเร็จในการกวาดล้าง "ตี้เถียวกัง" หรือเหล็กเส้นด้อยคุณภาพ โดยสั่งปิดเตาหลอมเหนี่ยวนำความถี่ปานกลาง (IF) ทั่วประเทศให้หมดสิ้นภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2560
  • "ตี้เถียวกัง" คือเหล็กเส้นที่ผลิตจากเศษเหล็กในเตา IF ซึ่งไม่สามารถควบคุมคุณภาพและองค์ประกอบทางเคมีได้ ทำให้เป็นอันตรายร้ายแรงต่อความปลอดภัยในงานก่อสร้าง
  • การผลิตเหล็กเส้นด้อยคุณภาพนี้บิดเบือนกลไกตลาดผ่านปรากฏการณ์ "เงินเลวไล่เงินดี" เนื่องจากมีต้นทุนต่ำจากการไม่ลงทุนในระบบกำจัดมลพิษ ทำให้ผู้ผลิตที่ถูกกฎหมายไม่สามารถแข่งขันได้
  • การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปโครงสร้างอุปทานครั้งใหญ่ของจีน เพื่อแก้ปัญหากำลังการผลิตล้นตลาด ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และสร้างความปลอดภัยสาธารณะ
  • ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าการปิดเตา IF จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาเหล็กเส้นในตลาดมากนัก เนื่องจากจีนยังมีปัญหากำลังการผลิตเหล็กส่วนเกินในภาพรวมอย่างรุนแรง

จากการที่รัฐบาลจีนเอาจริงกับการปฏิรูปโครงสร้างฝั่งอุปทาน (Supply-side structural reforms) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเหล็ก ด้วยการประกาศเส้นตายเด็ดขาดภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2560 ในการสั่งปิดและกำจัดเตาหลอมเหนี่ยวนำความถี่ปานกลาง (Intermediate Frequency Induction Furnace) หรือที่รู้จักกันในชื่อเหล็กใต้ดิน (ตี้เถียวกัง) ให้หมดสิ้นไปจากประเทศ เพื่อเดินหน้าแก้ปัญหากำลังการผลิตล้นตลาด และยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ต่อมาสำนักข่าวปักกิ่งรายงานว่า รัฐบาลจีนได้ประกาศชัยชนะในการกวาดล้าง "ตี้เถียวกัง" (Ditiaogang) หรือเหล็กเส้นด้อยคุณภาพจากเตาหลอมเหนี่ยวนำ (Induction Furnace: IF) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อ "รีเซ็ตให้เป็นศูนย์" ภายในสิ้นเดือนมิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในงานก่อสร้างและแก้ไขปัญหามลพิษอย่างยั่งยืน

“ตี้เถียวกัง” มหาภัยเงียบในอุตสาหกรรมก่อสร้าง

สำหรับตี้เถียวกัง คือเหล็กเส้นที่ผลิตจากเศษเหล็กโดยผ่านกระบวนการหลอมในเตาเหนี่ยวนำ (IF) ซึ่งมีจุดอ่อนสำคัญคือไม่สามารถควบคุมองค์ประกอบทางเคมีและคุณภาพของเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักถูกนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงระดับวิกฤติต่อความปลอดภัยสาธารณะ

หลี่ ซินชวง ผู้อำนวยการสถาบันวางแผนอุตสาหกรรมโลหะวิทยา ระบุว่า เหล็กเหล่านี้เป็นกำลังการผลิตที่ผิดกฎหมาย ไม่ได้รับอนุญาต และที่น่ากังวลที่สุดคือการแอบอ้างเป็นเหล็กเส้นแรงสูงต้านทานแผ่นดินไหวในโครงการสำคัญๆ ซึ่งเป็นการสร้างความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานอย่างร้ายแรง

เปิดกลยุทธ์ “เงินเลวขับไล่เงินดี” บิดเบือนกลไกตลาด

หนึ่งในผลกระทบที่รุนแรงที่สุดของตี้เถียวกัง คือการสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจผ่านปรากฏการณ์เงินเลวขับไล่เงินดี โดยกลุ่มผู้ผลิตผิดกฎหมายมักใช้วิธีปลอมแปลงแบรนด์หรือสวมรอยเป็นผู้ผลิตที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กรณีของบริษัท Anyang Steel ที่ผลิตเหล็กเส้นได้ไม่ถึง 1.5 ล้านตันต่อปี แต่กลับพบว่ามียอดขายเหล็กภายใต้แบรนด์เดียวกันในมณฑลเหอหนานสูงถึง 8.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีเหล็กปลอมเข้าสู่ตลาดมากกว่าเหล็กจริงหลายเท่าตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมายไม่สามารถแข่งขันได้ในการประมูล

ต้นทุนต่ำเกินจริง แลกมาด้วยมลพิษและพลังงาน

สาเหตุที่ตี้เถียวกัง มีต้นทุนต่ำกว่าปกติเนื่องมาจาก ไม่มีการลงทุนในระบบกำจัดมลพิษและคุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทเหล็กชั้นนำมีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมสูงถึง 200 หยวนต่อตัน ขณะที่โรงงานตี้เถียวกังแทบไม่มีต้นทุนส่วนนี้เลย

นอกจากนี้ กระบวนการผลิตดังกล่าวยังสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าสูงถึง 700-800 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อการผลิตหนึ่งตัน และมักตั้งอยู่ในพื้นที่ซ่อนเร้น มีห่วงโซ่ผลประโยชน์ที่ซับซ้อน ทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าจีนมีกำลังการผลิตเหล็กด้อยคุณภาพประเภทนี้แฝงอยู่ไม่ต่ำกว่า 80 ล้านตันทั่วประเทศ

มหากาพย์ 15 ปีแห่งการกวาดล้าง และแรงต้านจากท้องถิ่น

สงครามกับเหล็กเส้นด้อยคุณภาพในจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2545 เมื่อคณะกรรมการเศรษฐกิจและการค้าแห่งรัฐเริ่มกำหนดให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องทยอยเลิกใช้ ตามมาด้วยนโยบายปี 2548 และ 2559 ที่สั่งปิดโรงงานและรื้อถอนอุปกรณ์ทันที

อย่างไรก็ตาม การปราบปรามกลับเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากรัฐบาลท้องถิ่นบางแห่งที่ให้การผ่อนปรน เนื่องจากผลประโยชน์ทางภาษี ตัวอย่างเช่น ในมณฑลเจียงซู รัฐบาลตำบลบางแห่งถึงขั้นปลอมแปลงข้อมูลเพื่อหลีกเลี่ยงคำสั่งปิดโรงงาน และยังมอบรางวัลผลงานพิเศษ ให้กับบริษัทที่ผลิตเหล็กผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นรายได้หลักของท้องถิ่น,

บทสรุป "ราคาเหล็ก" พุ่งหรือไม่? 

สำหรับการตั้งคำถามว่าการสั่งปิดโรงงานจำนวนมากจะส่งผลให้ราคาเหล็กเส้นในตลาดสูงขึ้นหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องกังวล เนื่องจากปัจจุบันจีนยังมีปัญหากำลังการผลิตเหล็กเส้นส่วนเกินในภาพรวมอย่างรุนแรง การกำจัดตี้เถียวกังจึงมีผลกระทบต่ออุปทานในตลาดน้อยมาก

การกวาดล้างครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่ยุติธรรม และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมายสามารถมุ่งเน้นไปที่การนวัตกรรมและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น

เหนือสิ่งอื่นใด คือการรับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากการใช้เหล็กเส้นที่มีคุณภาพมาตรฐานอย่างแท้จริง