รัฐบาลจีนเอาจริงกับการปฏิรูปโครงสร้างฝั่งอุปทาน (Supply-side structural reforms) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเหล็ก ด้วยการประกาศเส้นตายเด็ดขาดภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2017 ในการสั่งปิดและกำจัด "เตาหลอมความถี่ปานกลาง" (Intermediate Furnaces: IF) หรือที่รู้จักกันในชื่อเหล็กใต้ดิน (ตี่เถียวกัง) ให้หมดสิ้นไปจากประเทศ เพื่อเดินหน้าแก้ปัญหากำลังการผลิตล้นตลาด และยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
รายงานจาก DBS Asian Insights ระบุว่า มาตรการกวาดล้างในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำเตือน แต่เป็นการผนึกกำลังของหลายหน่วยงานระดับสูง เช่น คณะรัฐมนตรีจีน (State Council), กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) และคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ที่ร่วมมือกันใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการตัดระบบจ่ายไฟฟ้า การห้ามจำหน่ายเศษเหล็กที่เป็นวัตถุดิบหลัก ตลอดจนสั่งห้ามธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้กับโรงงานเตา IF ทุกแห่ง
การปิดเตาหลอม IF ซึ่งมีกำลังการผลิตประเมินสูงถึง 80–120 ล้านตันต่อปี นับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยตัดอุปทานเหล็กด้อยคุณภาพที่ไม่สามารถควบคุมส่วนผสมเคมีได้ ออกจากระบบเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ผลิตเหล็กที่ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสามารถเติบโตได้อย่างเป็นธรรม
ปี 2017 การสั่งปิดเตาหลอมความถี่ปานกลาง (IF)
จากมาตรการก่อนหน้านี้ ณ สิ้นเดือนพ.ย. 2016 ทีมตรวจสอบด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของคณะรัฐมนตรีจีน (State Council) ได้เข้าตรวจสอบโรงงานผลิตเหล็กกล้าขั้นต้นที่ล้าสมัยในพื้นที่เจียงซูตอนเหนือซึ่งใช้เตาหลอมแบบ IF และได้สั่งให้ปิดกิจการ (โดยการตัดระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า) ต่อมาในต้นเดือนธ.ค. ทีมตรวจสอบได้เข้าตรวจพื้นที่ถังซานในมณฑลเหอเป่ย และสั่งให้โรงงานเหล็กกล้าขั้นต้นที่ล้าสมัยที่ใช้เตาหลอม IF ระงับการผลิตตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. เนื่องจากเตาหลอมแบบ IF ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศสูงและผลิตภัณฑ์เหล็กที่ได้มีคุณภาพต่ำ
ในช่วงเดือนม.ค.-พ.ย. 2016 ผลผลิตเหล็กกล้าขั้นต้นของจีนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.1% เป็น 739 ล้านตัน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการเหล็กที่สูงขึ้น ในเดือนพฤศจิกายน ผลผลิตเหล็กกล้าขั้นต้นต่อวันอยู่ที่ 2.14 ล้านตัน ซึ่งฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยจากจุดต่ำสุดในช่วงต้นปี 2016 ที่ 2 ล้านตันต่อวัน แต่ยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดในไตรมาสที่ 2 ของปี 2016 ที่ 2.3 ล้านตันต่อวัน ทั้งนี้ ผลผลิตเหล็กกล้าขั้นต้นในเดือนพฤศจิกายน 2016 ลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม
รัฐบาลกลางของจีนได้กำหนดให้วันที่ 30 มิ.ย. เป็นวันสุดท้ายในการยุติการผลิตเหล็กด้วยเตาหลอมระบบ IF ซึ่งจะถือเป็นรากฐานสำคัญของปฏิรูปโครงสร้างโครงสร้างฝั่งอุปทาน (Supply-side structural reforms) ของอุตสาหกรรมนี้ในปี 2017 มาตรการก่อนหน้านี้ในการควบคุมผลผลิตเหล็กจากเตาหลอมเหนี่ยวนำ (Induction steel) ประสบความสำเร็จไม่มากนัก แต่ในครั้งนี้ รัฐบาลดูเหมือนจะตั้งใจจริงในการกำจัดกำลังการผลิตเหล็กประเภทนี้
จากข้อมูลของสถาบันวางแผนและวิจัยอุตสาหกรรมโลหะวิทยาแห่งประเทศจีน (MPI) ประเมินว่ากำลังการผลิตของเตาหลอม IF อยู่ที่ประมาณ 80-120 ล้านตันต่อปี โดยมีการผลิตจริงประมาณ 30-50 ล้านตันในปี 2016 เราเชื่อว่าการสั่งปิดผู้ผลิตเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานน่าจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดกำลังการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ คาดว่าเตาหลอม IF คิดเป็นประมาณ 10% ของกำลังการผลิตเหล็กทั้งหมดของจีน และผลิตภัณฑ์จากเตาหลอมนี้คิดเป็นประมาณ 3.7% ของผลิตภัณฑ์เหล็กทั้งหมดในประเทศ
มาตรการติดตามผล สั่งห้ามธนาคารปล่อยกู้
ในเดือนม.ค. 2017 กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ได้ปรับปรุงกฎระเบียบการเข้าสู่อุตสาหกรรมแปรรูปเศษเหล็กและเหล็กกล้า โดยเริ่มห้ามขายเศษเหล็กให้แก่ผู้ประกอบการเตาหลอม IF ซึ่งเป็นการตัดวัตถุดิบหลักของโรงงานเหล่านี้ ต่อมาในเดือนก.พ. 2017 คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) และหน่วยงานรัฐระดับสูงอีก 4 แห่งได้ย้ำถึงความสำคัญของการปราบปรามกำลังการผลิตที่ล้นเกินและเตาหลอม IF ที่ผลิตเหล็กคุณภาพต่ำ พร้อมทั้งส่งหนังสือเตือนเกี่ยวกับกำหนดเส้นตายวันที่ 30 มิ.ย.
นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งห้ามธนาคารปล่อยกู้ให้กับบริษัทเป้าหมายเหล่านี้ และให้เปลี่ยนไปสนับสนุนผู้ผลิตเหล็กที่ปฏิบัติตามนโยบายลดกำลังการผลิตและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมแทน
สำหรับปี 2017 เราคาดว่าข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมจะเข้มงวดขึ้น และคาดว่าการตรวจสอบด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในโรงงานเหล็กจะแผ่ขยายไปตลอดทั้งปี เราคิดว่าจีนน่าจะกำจัดกำลังการผลิตเหล็กกล้าขั้นต้นจากเตาหลอม IF ได้ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดผลผลิตเหล็กกล้าขั้นต้นที่ล้นเกินได้มากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากเป้าหมายการพักการใช้งานเตาถลุงทรงสูง (Blast furnaces) ที่ประกาศไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13
เหล็กจากเตาหลอม IF คืออะไร?
ข้อมูลจาก Platts ระบุว่า เหล็กจากเตาหลอม IF (ภาษาจีนเรียกว่า "ตี่เถียวกัง" (ditiaogang) แปลตรงตัวว่า เหล็กเส้นจากเตาใต้ดิน) ผลิตโดยการหลอมเศษเหล็กในเตา IF โดยใช้ไฟฟ้า กระบวนการนี้ไม่สามารถควบคุมส่วนผสมและคุณภาพของเหล็กที่ผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลจีนได้พยายามหันมาให้ความสนใจกับผู้ผลิตเหล็กจากเตาหลอม IF เพื่อควบคุมให้อยู่ในระเบียบ แต่ส่วนใหญ่แล้วยังไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเชี่ยวชาญในการขยายปริมาตรภายในเตาหลอม การเพิ่มหน่วยแปรรูปขั้นรอง รวมถึงการขยายกิจการไปสู่การหล่อและการรีดเหล็กเพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์การสั่งปิดโรงงาน
อย่างไรก็ตาม สมาคมเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศจีน (CISA) ระบุว่า บ่อยครั้งที่อุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาเหล่านั้นเป็นเพียงฉากบังหน้าและไม่ได้เปิดใช้งานจริง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเตาหลอม IF มักจะไม่ยอมออกใบแจ้งหนี้สำหรับการซื้อขาย และมีพนักงานประจำจำนวนน้อยและโยกย้ายบ่อย ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมที่มีต้นทุนสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตเหล็กที่ถูกกฎหมายต้องแบกรับ
"เราคิดว่าการสั่งปิดผู้ผลิตเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานน่าจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดกำลังการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ"ที่
มา China’s Steel Sector Supply Reform, DBS Asian Insights number 41, April 2017 หน้า 10 - 12


