"เอกนิติ" เผยมีแนวคิดบังคับให้ผู้ประกอบการ "ดาต้าเซ็นเตอร์" ที่จะเข้ามาลงทุนในไทยสร้างโรงไฟฟ้าใช้เอง ลดภาระการลงทุนของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน และบรรเทาผลกระทบต่อค่าไฟประชาชน หรือหากดาต้าเซ็นเตอร์เลือกใช้ไฟฟ้าจากระบบปกติโดยไม่สร้างโรงไฟฟ้า ก็จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงขึ้น
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานสัมมนาวิชาการประจำปี FPO Symposium ภายใต้แนวคิด "New Horizon: Empowering People, Building Resilience" ว่า รัฐบาลมีแนวคิดกำหนดเงื่อนไขและมาตรการบังคับให้ผู้ประกอบการกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ที่เข้ามาลงทุนในไทยต้องดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อใช้เอง
"เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่อง Data Center จะให้ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าเอง เพราะจะทำให้รัฐไม่ต้องจ่ายเงินลงทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้น"
ขณะเดียวกันมาตรการดังกล่าวจะมีส่วนช่วยปกป้องระบบไฟฟ้าของประชาชน เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานมหาศาล หากเข้ามาพึ่งพิงระบบไฟฟ้าปกติก็อาจจะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปได้
“เราจะบังคับให้ต้องสร้างโรงไฟฟ้าของเขาเลย ให้คุณลงทุนด้วย รัฐไม่ต้องลงทุน หรือถ้าจะมาใช้ไฟปกติมาแย่งกับคนอื่นก็ต้องจ่ายแพงขึ้น”
นอกจากนี้ นายเอกนิติยังกล่าวด้วยว่า ไทยกำลังเผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณและหนี้สาธารณะ สะท้อนผ่านงบประมาณภาครัฐไม่ได้เหลือเฟือเหมือนในอดีต การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างโรงไฟฟ้า จึงต้องปรับเปลี่ยนมาใช้นโยบายร่วมทุนและดึงภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับรัฐ (PPP) ด้วย
สำหรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่โดยเฉพาะเอไอและดาต้าเซ็นเตอร์ ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จึงได้เปิดให้มี Direct PPA สำหรับธุรกิจ Data Center เพื่อปลดล็อกให้เอกชนสามารถซื้อขายไฟฟ้าสะอาด เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ หรือก๊าซธรรมชาติที่ไม่ใช่ฟอสซิลได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านระบบ 3 การไฟฟ้าแบบดั้งเดิม เพื่อเป็นแรงจูงใจและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน





